แชร์

บ้านน้ำท่วมเช็กสิทธิ! รัฐบาลเปิดข้อมูลเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ครอบคลุมภัยช่วง 15 พ.ค.–30 ก.ย. 69

อัพเดทล่าสุด: 10 ต.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ข้อมูลการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัยช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 โดยผู้มีสิทธิต้องมีที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ที่มีประกาศเขตประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝนปี 2569 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้ กำหนดเงินช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ภายใต้หลักเกณฑ์และการตรวจสอบสิทธิ

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ใช่เงินชดเชยความเสียหายด้านพืชผลทางการเกษตร และไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนในจังหวัดที่มีชื่อจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ

รัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลการลงทะเบียนวันที่ 9 ต.ค.

เว็บไซต์รัฐบาลไทยเผยแพร่อินโฟกราฟิกของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 10.27 น.

หัวข้อเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569

ข้อมูลในภาพมีฐานวันที่ 2 ตุลาคม 2569 จึงต้องแยกระหว่างวันที่ของข้อมูล วันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ และช่วงเวลาที่เกิดภัย

การเผยแพร่ข้อมูลครั้งนี้ไม่ใช่หลักฐานว่ารัฐบาลเพิ่งอนุมัติมาตรการใหม่ในวันที่ 9 ตุลาคม

เงินเยียวยา 9,000 บาท เป็นมาตรการใด

ตามข้อมูลรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝนปี 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569

หนึ่งในหลักเกณฑ์คือการช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในอัตรา ครัวเรือนละ 9,000 บาท

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมภัยที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569

การกำหนดช่วงเวลานี้มีความสำคัญ เพราะรัฐบาลมีแนวทางระบบประกันภัยพิบัติสำหรับช่วงเวลาต่อจากนั้น ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขแยกต่างหาก

จึงไม่ควรนำหลักเกณฑ์ของช่วงภัยดังกล่าวไปใช้กับเหตุการณ์น้ำท่วมหลังวันที่ 30 กันยายนโดยอัตโนมัติ

ใครมีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ

ตามข้อมูลอินโฟกราฟิก ผู้มีสิทธิต้องมีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย

หรือ

เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

เงื่อนไขสำคัญคือการรับความช่วยเหลือได้ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน

สำหรับกรณีบ้านเช่า อินโฟกราฟิกระบุว่า ผู้เช่าเป็นผู้รับเงิน โดยยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การมีบ้านอยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันสิทธิได้รับเงิน

จังหวัดที่อยู่ในข้อมูลครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง

ข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุพื้นที่ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่กำหนด

ตัวอย่างจังหวัดที่ปรากฏในข้อมูล ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม สระบุรี ลพบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และจังหวัดอื่น ๆ ตามประกาศ

อย่างไรก็ตาม รายชื่อจังหวัดเป็นเพียงขอบเขตพื้นที่ที่ระบุในข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน หรือทุกครัวเรือนในจังหวัดนั้นได้รับสิทธิทั้งหมด

ผู้ขอต้องตรวจสอบเขตประกาศภัยและหลักเกณฑ์ที่ใช้กับที่อยู่อาศัยของตนเอง

เกษตรกรได้รับสิทธิอย่างไร

สำหรับครัวเรือนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้องแยกความเสียหายออกเป็นอย่างน้อยสองส่วน

ส่วนแรก ความเสียหายหรือผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยประจำ

อาจเกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท หากเข้าเงื่อนไขและผ่านการตรวจสอบสิทธิ

ส่วนที่สอง ความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกหรือผลผลิตทางการเกษตร

ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความเสียหายด้านการเกษตรตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

จึงไม่ควรนำอัตราเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยไปใช้คำนวณเงินชดเชยความเสียหายของนาข้าว สวนผลไม้ หรือพืชไร่

บ้านเช่ามีสิทธิหรือไม่

อินโฟกราฟิกของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีระบุชัดว่า กรณีบ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้รับเงิน

อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิยังต้องพิจารณาว่าเป็นที่อยู่อาศัยประจำ อยู่ในเขตประกาศภัย และผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไขของมาตรการหรือไม่

ไม่ควรตีความว่าผู้เช่าทุกคนในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยจะได้รับเงินทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ

ลงทะเบียนที่ไหน และต้องเตรียมอะไร

ก่อนยื่นเรื่อง ประชาชนควรตรวจสอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานรับเรื่องในพื้นที่ เพื่อยืนยันช่องทางลงทะเบียนที่เปิดใช้อยู่ เอกสารประกอบ และกำหนดเวลารับคำขอ

ข้อมูลที่ควรตรวจสอบให้ครบ ได้แก่ ที่อยู่อาศัยประจำ เขตประกาศภัยที่ครอบคลุมบ้านของตน และสถานะการยื่นคำขอหรือการตรวจสอบสิทธิ

เนื่องจากอินโฟกราฟิกมีฐานข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 จึงต้องตรวจสอบว่าช่องทางรับลงทะเบียนและเงื่อนไขในพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือไม่

ไม่ควรอ้างวันเปิดรับ วันปิดรับ หรือวันโอนเงินโดยไม่มีประกาศรองรับ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ประเด็นสำคัญสำหรับประชาชนและครัวเรือนเกษตรกรคือการตรวจสอบสิทธิจากพื้นที่จริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าจังหวัดของตนมีชื่ออยู่ในอินโฟกราฟิก

ต้องติดตามว่าพื้นที่ใดมีประกาศเขตภัยที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานใดรับลงทะเบียน ข้อมูลผู้ยื่นผ่านการตรวจสอบแล้วหรือไม่ และมีประกาศกำหนดการจ่ายเงินอย่างเป็นทางการเมื่อใด

สำหรับผู้ที่ประสบอุทกภัยหลังวันที่ 30 กันยายน 2569 ต้องตรวจสอบมาตรการที่ครอบคลุมช่วงเวลานั้นแยกต่างหาก

ข้อสำคัญคือ การลงทะเบียนไม่เท่ากับการอนุมัติเงิน และเงินเยียวยาที่อยู่อาศัยไม่ใช่เงินชดเชยความเสียหายของพืชผล

ที่มา : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้