แชร์

มะพร้าวน้ำหอมมีคู่ซื้อเพิ่ม! อคส.เซ็น “สัญญาซื้อขาย” เชื่อม 3 วิสาหกิจชุมชนเข้า 2 โรงงาน—แต่ยังไม่เปิดราคา-ปริมาณรับซื้อ

อัพเดทล่าสุด: 3 ต.ค. 2026
40 ผู้เข้าชม

องค์การคลังสินค้า (อคส.) ลงนามสัญญาซื้อขายมะพร้าวน้ำหอมร่วมกับ 3 วิสาหกิจชุมชนเครือข่ายและ 2 โรงงานแปรรูป เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นการต่อยอดจาก MOU สร้างเครือข่ายมะพร้าวน้ำหอมไทยที่ลงนามเมื่อ 11 กันยายน โดยมุ่งเชื่อมผลผลิตเกษตรกรเข้าสู่โรงงานและตลาดทั้งใน–ต่างประเทศ แต่ข่าวต้นทางยังไม่เปิดเผยราคา ปริมาณ มูลค่าสัญญา หรือกำหนดส่งมอบ จึงยังไม่สามารถสรุปผลต่อราคาหน้าสวนและรายได้เกษตรกรได้

จาก MOU ขยับเป็น “สัญญาซื้อขาย”

กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ลงนามสัญญาซื้อขายมะพร้าวน้ำหอมร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรและโรงงานแปรรูป

เรือโท วีระชัย โกสาแสง รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า เป็นผู้ลงนามในส่วนของ อคส.

การดำเนินงานครั้งนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และสร้างช่องทางตลาดที่ชัดเจนขึ้น

3 วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วม

กระทรวงพาณิชย์ระบุรายชื่อวิสาหกิจชุมชนเครือข่าย 3 แห่ง ได้แก่

1. วิสาหกิจชุมชนเดอะพรีเมี่ยมไทย โคโค่@บ้านแพ้ว
โดย นายชาญชัย ทรัพย์มา

2. วิสาหกิจชุมชนมะพร้าวน้ำหอมบ้านกลางคลองตาปลั่ง
โดย นายศุภกร จุลสวัสดิ์

3. วิสาหกิจชุมชนต้นไม้ ดินและปุ๋ย
โดย นายเดชัชชา สุริวงษ์

ผลผลิตจากเครือข่ายดังกล่าวจะถูกเชื่อมเข้าสู่กระบวนการรับซื้อและแปรรูปของโรงงานที่เข้าร่วม

2 โรงงานรับช่วงปลายน้ำ

โรงงานแปรรูปที่กระทรวงพาณิชย์ระบุมี 2 แห่ง คือ

โรงงานโอฬาร และ โรงงานฟู่ไหล

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเชื่อมตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำผ่านวิสาหกิจชุมชน ไปยังโรงงานแปรรูปปลายน้ำ เพื่อให้การบริหารผลผลิตสอดคล้องกับความต้องการตลาดมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ระบุด้วยว่า โรงงานทั้งสองมีศักยภาพในการรองรับผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมเพิ่มโอกาสเชื่อมโยงสินค้าไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ MOU

จุดที่ต้องแยกสถานะคือ การลงนามวันที่ 30 กันยายนเป็น “สัญญาซื้อขาย”

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจาก บันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เพื่อสร้างเครือข่ายมะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569

โครงสร้างความร่วมมือเชื่อมระหว่าง อคส.ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ เกษตรกรต้นน้ำผ่านวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการภาคเอกชนปลายน้ำ

ดังนั้น สถานะของเรื่องนี้พัฒนาจากการสร้างกรอบความร่วมมือใน MOU มาสู่การลงนามสัญญาซื้อขาย

แต่คำว่า “ลงนามสัญญาซื้อขายแล้ว” ก็ยังไม่เท่ากับ “ส่งมอบและเกิดยอดซื้อขายจริงครบตามสัญญาแล้ว”

ยังไม่มีราคา–ปริมาณ–มูลค่าสัญญา

แม้สถานะจะขยับมาเป็นสัญญาซื้อขาย แต่ข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดสำคัญ ได้แก่

ปริมาณมะพร้าวน้ำหอมตามสัญญา

ราคารับซื้อ

เกรดและคุณภาพที่กำหนด

มูลค่ารวมของสัญญา

ระยะเวลาของสัญญา

และ กำหนดการส่งมอบผลผลิต

จึงยังไม่สามารถคำนวณว่าช่องทางตลาดใหม่นี้รองรับผลผลิตจากเกษตรกรได้มากเพียงใด หรือเกษตรกรจะได้รับราคาเท่าใด

ลงนามซื้อขาย ≠ รายได้เกษตรกรเพิ่มแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ระบุเป้าหมายของความร่วมมือว่าต้องการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร

แต่ต้องแยก “เป้าหมาย” ออกจาก “ผลที่เกิดขึ้นจริง”

การมีสัญญาซื้อขายและโรงงานปลายทางช่วยเพิ่มความชัดเจนของช่องทางตลาด แต่ยังไม่มีข้อมูลจากข่าวนี้ว่าราคาที่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนได้รับสูงกว่าราคาตลาดเดิมเท่าใด หรือรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นแล้วกี่บาท

จึงไม่ควรใช้คำว่าโครงการนี้ “เพิ่มรายได้เกษตรกรแล้ว” จนกว่าจะมีผลการซื้อขายและการส่งมอบจริงรองรับ

เกี่ยวอะไรกับชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม?

ปัญหาสำคัญของสินค้าเกษตรไม่ได้มีเพียงเรื่องการผลิต แต่คือการมีผู้ซื้อรองรับเมื่อผลผลิตออกจากสวน

การเชื่อมวิสาหกิจชุมชนเข้ากับโรงงานโดยตรงจึงมีความสำคัญในแง่การสร้างช่องทางตลาดและลดช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ

แต่สิ่งที่จะบอกได้ว่ากลไกนี้เป็นประโยชน์ต่อชาวสวนมากน้อยเพียงใด ต้องดู ปริมาณรับซื้อจริง ราคาที่จ่ายจริง เงื่อนไขคุณภาพ และความต่อเนื่องในการรับซื้อ

หากโรงงานสามารถรับผลผลิตได้ต่อเนื่องและมีเงื่อนไขราคาที่เกษตรกรยอมรับได้ กลไกดังกล่าวจึงจะมีน้ำหนักต่ออำนาจต่อรองและรายได้ของสมาชิกมากขึ้น

ต้องจับตา “ของจริงหลังเซ็นสัญญา”

ขั้นต่อไปที่ควรติดตามจึงไม่ใช่เพียงจำนวนพิธีลงนาม แต่คือผลการดำเนินงานตามสัญญา

โดยเฉพาะ โรงงานรับซื้อจริงกี่ตัน ราคาที่เกษตรกรได้รับเท่าไร มีการส่งมอบแล้วกี่รอบ และมีผลผลิตตกเกรดหรือถูกปฏิเสธจากเงื่อนไขใดหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ประเมินได้ว่าโมเดลเชื่อมเกษตรกร–วิสาหกิจชุมชน–โรงงาน สามารถสร้างตลาดที่มั่นคงให้มะพร้าวน้ำหอมได้จริงเพียงใด

สถานะล่าสุดจึงสรุปได้ว่า มีการลงนามสัญญาซื้อขายแล้วจริง แต่ยังไม่มีข้อมูลผลการรับซื้อและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงให้ประเมิน

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้