หลังน้ำลดเร่งหารายได้! “ปิยะรัฐชย์” สั่งฟื้นอาชีพเกษตรกร เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น–ฟื้นดิน แต่ยังไม่ระบุชนิดพืชและวันแจก

กระทรวงเกษตรฯ วางแนวทางช่วยเกษตรกรทั้งระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำลด “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” มอบหมายหน่วยงานเร่งฟื้นฟูอาชีพด้วยพืชให้ผลผลิตระยะสั้น ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยฟื้นดินและเตรียมสารชีวภัณฑ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ระบุชนิดพืช ปริมาณ วันแจก และกลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับการสนับสนุน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมวางแนวทางรองรับทั้งช่วงที่ยังมีน้ำท่วมและการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
หนึ่งในสาระที่เพิ่มขึ้นสำหรับเกษตรกรคือแผนฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด โดย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการฟื้นฟูอาชีพหลังประสบภัย และส่งเสริมการปลูกพืชที่ให้ผลผลิตในระยะสั้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรกลับมามีรายได้อย่างต่อเนื่อง
หลังน้ำลด เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น
ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ ระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอจะเข้าช่วยเกษตรกรด้าน การฟื้นฟูสภาพดินและการเตรียมสารชีวภัณฑ์ เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมสำหรับการกลับมาปลูกพืช
พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น เพื่อใช้เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรในระยะสั้นหลังน้ำลด
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะแตกต่างจากเงินชดเชยความเสียหายต่อพืช โดยเป็นแนวทาง ฟื้นอาชีพและกลับเข้าสู่การผลิตหลังประสบภัย
แต่ยังไม่ประกาศว่าจะให้ปลูกอะไร
แม้กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันแนวทางสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุว่า
จะสนับสนุน พืชชนิดใด
เกษตรกรจะได้รับเมล็ดพันธุ์ จำนวนเท่าใด
จะเริ่มสนับสนุน วันไหน
พื้นที่หรือจังหวัดใดจะได้รับก่อน
รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดในข่าวนี้ว่าเกษตรกรต้องลงทะเบียนเพิ่มเติมหรือใช้หลักเกณฑ์ใดในการได้รับเมล็ดพันธุ์
ดังนั้นสถานะปัจจุบันคือ มีคำสั่งและแนวทางดำเนินการฟื้นฟูอาชีพ พร้อมระบุว่าจะมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น
ยังไม่ใช่ประกาศเปิดลงทะเบียนหรือประกาศวันแจกเมล็ดพันธุ์
น้ำลดแล้วไม่ควรรีบปลูกทันทีทุกแปลง
การที่รัฐเตรียมส่งเสริมพืชอายุสั้นไม่ได้หมายความว่า เมื่อน้ำลดแล้วเกษตรกรควรนำเมล็ดลงปลูกทันที
กระทรวงเกษตรฯ ระบุถึงการให้เจ้าหน้าที่ช่วย ฟื้นฟูสภาพดินและเตรียมสารชีวภัณฑ์ ก่อนเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกพืชระยะสั้น
จึงต้องพิจารณาสภาพแปลงจริง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน มีตะกอน โคลน หรือสภาพดินเสียหายจากน้ำท่วม ก่อนกลับเข้าสู่การผลิต
“พืชอายุสั้น” เป้าหมายคือให้รายได้กลับมาเร็ว
เหตุผลของการส่งเสริมพืชที่ให้ผลผลิตในระยะสั้นตามข้อสั่งการ คือช่วยให้เกษตรกรที่สูญเสียรายได้จากน้ำท่วมสามารถกลับมาสร้างรายได้เร็วขึ้นหลังพื้นที่พร้อมเพาะปลูกอีกครั้ง
แต่เนื่องจากยังไม่มีรายชื่อชนิดพืช เกษตรกรจึงไม่ควรคาดเดาเองว่าจะเป็นพืชผัก ข้าวโพด ถั่ว หรือพืชชนิดใด
ชนิดพืชที่เหมาะสมยังต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ สภาพดิน น้ำ ตลาด และรายละเอียดของโครงการที่จะประกาศตามมา
Safety Area กำลังทยอยจัดตั้ง
ด้านการช่วยเหลือระหว่างสถานการณ์น้ำท่วม นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายหน่วยงานภายใต้การกำกับ เช่น กรมประมง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จัดทำพื้นที่ Safety Area
พื้นที่ดังกล่าวมีหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน รวบรวมของใช้จำเป็น และเป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ขณะนี้กำลังทยอยจัดตั้ง Safety Area ตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและมีความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ประเด็น Safety Area เคยมีการรายงานก่อนหน้านี้แล้ว ข่าวรอบนี้จึงมีสาระเพิ่มเติมที่ควรจับตามากกว่าคือ ขั้นตอนฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด
เกษตรกรต้องแยก 2 เรื่องออกจากกัน
มาตรการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรในสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้มีหลายส่วน จึงต้องแยกสถานะให้ชัด
การชดเชยความเสียหาย เป็นการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริงและผ่านการตรวจสอบสิทธิ
ขณะที่ การสนับสนุนพืชอายุสั้นหลังน้ำลด เป็นแนวทางฟื้นฟูอาชีพ เพื่อช่วยให้เกษตรกรกลับมาผลิตและมีรายได้อีกครั้ง
การประกาศแนวทางสนับสนุนพืชอายุสั้นจึง ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรได้รับอนุมัติเงินเยียวยาเพิ่มเติม หรือได้รับเมล็ดพันธุ์แล้ว
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ข้อมูลที่เกษตรกรควรรอติดตามจากกระทรวงเกษตรฯ และกรมส่งเสริมการเกษตรต่อจากนี้ คือ ชนิดพืชที่จะสนับสนุน ปริมาณเมล็ดพันธุ์ พื้นที่ดำเนินการ หลักเกณฑ์ผู้ได้รับการสนับสนุน และวันเริ่มดำเนินการ
หากรายละเอียดเหล่านี้ออกมา จะทำให้เกษตรกรประเมินได้จริงว่าแปลงของตนเข้าร่วมได้หรือไม่ และควรวางแผนการผลิตหลังน้ำลดอย่างไร
ในระหว่างนี้ เกษตรกรที่พื้นที่ถูกน้ำท่วมควรติดตามเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอในพื้นที่ โดยเฉพาะขั้นตอนสำรวจความเสียหายและการฟื้นฟูสภาพดิน เพื่อไม่ให้พลาดกระบวนการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง
ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


