แชร์

ประมงเจอภัย สัตว์น้ำตาย–สูญหาย ช่วยสูงสุด 4,890 บาท/ไร่ กระทรวงเกษตรฯ แจงเกณฑ์ปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
38 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยแพร่ FAQ หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ระบุอัตราช่วยเหลือด้านประมงกรณีสัตว์น้ำตายหรือสูญหาย กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล 2,350 บาทต่อไร่ ส่วนปลาและสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน 4,890 บาทต่อไร่ ขณะที่การเลี้ยงในกระชังหรือบ่อซีเมนต์อยู่ที่ 390 บาทต่อตารางเมตร แต่ FAQ ดังกล่าวเป็นการอธิบายหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ประกาศอนุมัติหรือโอนเงินช่วยเหลือรอบใหม่

กระทรวงเกษตรฯ แจงหลักเกณฑ์ช่วยเหลือด้านประมง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยแพร่ “คำถามที่พบบ่อยประจำเดือนกันยายน 2569” เรื่องหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569

หนึ่งในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คืออัตราความช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติแล้วสัตว์น้ำ ตายหรือสูญหาย

หลักเกณฑ์แบ่งอัตราความช่วยเหลือตามชนิดสัตว์น้ำและรูปแบบการเลี้ยง

กุ้งก้ามกราม–กุ้งทะเล–หอยทะเล 2,350 บาท/ไร่

กรณี กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ประสบภัยพิบัติจนตายหรือสูญหาย กำหนดอัตราความช่วยเหลือ ไร่ละ 2,350 บาท

ช่วยเหลือได้ ไม่เกินรายละ 5 ไร่

ดังนั้น เพดานพื้นที่ที่นำมาคำนวณตามอัตรานี้คือ 5 ไร่ ไม่ใช่จำนวนพื้นที่เพาะเลี้ยงทั้งหมดที่เกษตรกรมีโดยอัตโนมัติ

ปลาและสัตว์น้ำอื่น 4,890 บาท/ไร่

สำหรับ ปลา หรือสัตว์น้ำอื่นนอกเหนือจากกลุ่มกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล และหอยทะเล ซึ่งเลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน กำหนดอัตราความช่วยเหลือ ไร่ละ 4,890 บาท

กำหนดพื้นที่ช่วยเหลือ ไม่เกินรายละ 5 ไร่

ตัวเลข 4,890 บาทต่อไร่จึงเป็นอัตราตามหลักเกณฑ์สำหรับสัตว์น้ำและรูปแบบการเลี้ยงในกลุ่มนี้ ไม่ใช่อัตราเดียวสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกประเภท

กระชัง–บ่อซีเมนต์ 390 บาท/ตร.ม.

กรณีสัตว์น้ำในกลุ่มดังกล่าวเลี้ยงใน กระชัง บ่อซีเมนต์ หรือสถานที่เลี้ยงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หลักเกณฑ์กำหนดความช่วยเหลือ ตารางเมตรละ 390 บาท

ช่วยเหลือได้ ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร

จึงต้องแยกหน่วยคำนวณให้ถูก เพราะกรณีบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวนใช้หน่วย “บาทต่อไร่” ขณะที่กระชังและบ่อซีเมนต์ใช้ “บาทต่อตารางเมตร”

“มีอัตราช่วยเหลือ” ไม่เท่ากับ “ได้เงินแล้ว”

จุดสำคัญสำหรับเกษตรกรคือ FAQ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยแพร่เป็นการอธิบาย หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ สำหรับการช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมีน้ำท่วมหรือเกิดภัยแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกคนจะได้รับเงินตามเพดานสูงสุดทันที

จำนวนความช่วยเหลือจริงยังต้องพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นและกระบวนการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ที่สำคัญ การเผยแพร่ FAQ ครั้งนี้ ไม่ใช่การประกาศอนุมัติงบช่วยเหลือภัยรอบใหม่ ไม่ใช่การเปิดจ่ายเงินรอบใหม่ และไม่ได้ระบุวันโอนเงิน

เกษตรกรประมงควรดูอะไรต่อ?

หากเกิดภัยพิบัติ สิ่งที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรติดตามคือการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ รวมถึงประกาศหรือขั้นตอนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

และเมื่อตรวจสอบอัตราความช่วยเหลือ ต้องดูให้ตรงกับทั้ง ชนิดสัตว์น้ำ รูปแบบสถานที่เลี้ยง หน่วยพื้นที่ และเพดานพื้นที่สูงสุดต่อราย

สำหรับ FAQ ชุดนี้ สิ่งที่ยืนยันได้คืออัตราความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ส่วนเกษตรกรรายใดจะได้รับความช่วยเหลือจริงเท่าใด ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามกรณีต่อไป

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้