“ชยานันท์” จี้ซ่อม 7 สถานีสูบน้ำหนองบัวลำภู กระทบเกษตรกว่า 9,000 ไร่—“วรศิษฎ์” ให้เร่งทำคำของบปี 2571

ปัญหาสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำในจังหวัดหนองบัวลำภูกลายเป็นประเด็นในสภา หลังนายชยานันท์ เกตุเมฆ สส.หนองบัวลำภู ตั้งกระทู้ถามกระทรวงมหาดไทย ขอให้เร่งแก้ไขสถานีสูบน้ำ 7 แห่งที่ถ่ายโอนจากกรมชลประทานไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยข้อมูลที่นำเสนอต่อสภาระบุว่า บางแห่งไม่เคยใช้งานตั้งแต่รับโอน บางแห่งชำรุดต่อเนื่อง 3-5 ปี และปัญหารวมกระทบพื้นที่เกษตรกว่า 9,000 ไร่ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยให้ อปท.เร่งจัดทำคำของบและนำเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปี 2571 แต่ยังไม่ใช่งบที่ได้รับอนุมัติแล้ว
7 สถานีสูบน้ำ ปัญหาแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน
ผู้จัดการออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ว่า นายชยานันท์ เกตุเมฆ สส.หนองบัวลำภู ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงแนวทางแก้ไขสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำที่ถ่ายโอนจากกรมชลประทานให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 7 แห่ง
ตามข้อมูลที่นายชยานันท์นำเสนอต่อสภา สถานีหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้จากสาเหตุต่างกัน เช่น แพสูบน้ำล่ม หม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟถูกขโมย รวมถึงระบบส่งน้ำชำรุด
จุดที่ต้องระวังคือ ไม่ควรเขียนเหมารวมว่าทั้ง 7 สถานีเสียมานาน 5 ปี เพราะต้นข่าวระบุว่า บางแห่งตั้งแต่รับโอนมายังไม่เคยใช้งาน ขณะที่บางแห่งชำรุดต่อเนื่องประมาณ 3-5 ปี
สถานีที่ถูกยกขึ้นมาขอให้เร่งปรับปรุงประกอบด้วย บ้านวัวนา บ้านหนองแซง บ้านกุกฉิม บ้านใหม่โพธิ์ทอง บ้านสระแก้ว บ้านเสพ และบ้านนาไร่เดียว กระจายอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองหนองบัวลำภู อ.นากลาง อ.ศรีบุญเรือง และ อ.สุวรรณคูหา
กระทบพื้นที่เกษตรกว่า 9,000 ไร่
นายชยานันท์ระบุว่า เมื่อสถานีและระบบส่งน้ำไม่สามารถทำงานได้ ก็ไม่สามารถสูบน้ำไปยังพื้นที่เกษตรได้ตามเป้าหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้พื้นที่เกษตรกว่า 9,000 ไร่
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ผู้ตั้งกระทู้นำเสนอต่อสภา ยังไม่ใช่ผลสำรวจแยกรายสถานีที่นาดีดีพบจากเอกสารราชการในรอบตรวจนี้ จึงควรใช้ด้วยการระบุที่มา ไม่ควรขยายเป็นจำนวนเกษตรกรหรือความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยไม่มีหลักฐานเพิ่ม
สำหรับเกษตรกร ผลกระทบที่เห็นได้ตรงที่สุดคือ เมื่อระบบสูบน้ำใช้ไม่ได้ พื้นที่ที่ออกแบบไว้ให้รับน้ำจากสถานีก็ต้องพึ่งแหล่งน้ำอื่นหรือรอการแก้ไข ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการเพาะปลูก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องใช้น้ำต่อเนื่อง
“วรศิษฎ์” ให้ อปท.เร่งทำคำของบ
ฝ่ายกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหา
แนวทางที่เสนอว่าเร็วที่สุดในขณะนี้ คือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบแต่ละสถานีเร่งจัดทำคำของบประมาณ โดยต้องเตรียมรายละเอียดให้ครบทั้งแบบก่อสร้าง สถานที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำโครงการเข้าสู่ระบบ Thai Water Plan เพื่อใช้ประกอบการขอรับงบประมาณ
ข้อมูลจากคำตอบกระทู้ระบุว่า คาดว่าสามารถนำเรื่องเข้าสู่ระบบเพื่อจัดทำงบประมาณปี 2571 ได้ภายในประมาณ 3-4 เดือน
“ทำคำของบปี 71” ยังไม่ใช่อนุมัติงบ
ประเด็นนี้สำคัญสำหรับเกษตรกร เพราะคำว่า “เตรียมงบปี 2571” อาจทำให้เข้าใจว่าเงินถูกอนุมัติแล้ว
ข้อเท็จจริง ณ ตอนนี้คือ ยังอยู่ในขั้นให้ อปท.จัดทำคำขอและผลักดันเข้าสู่กระบวนการงบประมาณ ยังไม่มีตัวเลขวงเงินซ่อมของทั้ง 7 แห่งที่ได้รับอนุมัติ และยังไม่มีวันเริ่มซ่อมหรือวันกลับมาใช้งานที่ยืนยันได้
นอกจากนี้ ฝ่ายมหาดไทยระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังสามารถพิจารณางบอุดหนุนทั่วไปเพื่อสนับสนุนค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายบุคลากรที่ดูแลสถานีสูบน้ำได้ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำคำขอเข้ามา
จึงต้องแยกระหว่าง “ค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลการเดินระบบ” กับ “งบซ่อมแซมโครงสร้างหรืออุปกรณ์ที่เสียหาย” ซึ่งอาจใช้กระบวนการงบประมาณต่างกัน
ทำไมเรื่องนี้ถึงเกี่ยวกับเกษตรกรโดยตรง
สถานีสูบน้ำไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ แต่เป็นจุดเชื่อมระหว่างแหล่งน้ำกับแปลงเกษตร
หากสถานีใช้งานไม่ได้ แม้พื้นที่ใกล้เคียงจะมีแหล่งน้ำ แต่เกษตรกรก็อาจไม่สามารถนำน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกได้ตามที่ระบบออกแบบไว้
สิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่ควรติดตามหลังจากนี้มีอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ อปท.แต่ละแห่งยื่นคำของบแล้วหรือยัง รายการซ่อมของแต่ละสถานีมีอะไรบ้าง วงเงินที่ขอจริงเท่าไร และมีมาตรการเร่งด่วนใดรองรับช่วงก่อนงบปี 2571 หรือไม่
อีกประเด็นคือ เมื่อซ่อมแล้ว ต้องตรวจให้ชัดว่าระบบส่งน้ำปลายทางยังใช้งานได้ครบหรือไม่ เพราะการซ่อมเฉพาะเครื่องสูบ แต่ท่อหรือคลองส่งน้ำยังเสียหาย ก็อาจไม่ช่วยให้เกษตรกรได้รับน้ำเต็มพื้นที่
นาดีดีสรุปสถานะ
ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 ประเด็น 7 สถานีสูบน้ำในหนองบัวลำภูอยู่ในขั้นผลักดันให้หน่วยงานท้องถิ่นจัดทำคำขอและนำเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปี 2571
ยังไม่มีมติอนุมัติงบซ่อมทั้ง 7 แห่ง ยังไม่มีวงเงินรวมที่ยืนยันได้ และยังไม่มีวันเริ่มซ่อมอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ยืนยันได้คือ ปัญหาสถานีสูบน้ำถูกนำเข้าสู่การอภิปรายในสภาแล้ว ฝ่ายมหาดไทยรับว่าจะประสานกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ อปท.ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ และมีการระบุกรอบประมาณ 3-4 เดือนสำหรับนำคำขอเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบปี 2571
สำหรับเกษตรกรกว่า 9,000 ไร่ตามข้อมูลที่ผู้ตั้งกระทู้นำเสนอ สิ่งสำคัญต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงคำว่า “รับเรื่องแล้ว” แต่คือคำขอถูกยื่นเมื่อไร งบผ่านหรือไม่ และสถานีไหนจะกลับมาสูบน้ำได้ก่อน
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


