แชร์

แปลงพังหลังน้ำลด อย่าเพิ่งควักเอง! เกณฑ์ใหม่ช่วยขุดดิน-โคลนสูงสุด 16,000 บาท/ไร่

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
40 ผู้เข้าชม

เกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมและกำลังเผชิญปัญหาพื้นที่การเกษตรเสียหายหลังน้ำลด มีอีกหนึ่งสิทธิ์ช่วยเหลือที่ควรรู้ หลังหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรฉบับใหม่ พ.ศ. 2569 เพิ่มอัตราความช่วยเหลือสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร โดยมีผลกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

หนึ่งในรายการสำคัญ คือกรณีพื้นที่การเกษตรถูกหิน ดิน ทราย หรือโคลนทับถมจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ สามารถได้รับความช่วยเหลือเป็นค่าขุดลอกหรือขนย้ายซากวัสดุออกจากพื้นที่ 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่

หากได้รับความเสียหายและเข้าเงื่อนไขเต็มเพดาน 5 ไร่ จึงคิดเป็นวงเงินช่วยเหลือในส่วนนี้สูงสุด 80,000 บาทต่อครัวเรือน

ฟื้นแปลงใหม่ มีค่าปรับพื้นที่อีก 2,500 บาท/ไร่

หลักเกณฑ์ใหม่ยังครอบคลุมการฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดภัย โดยกรณีจำเป็นต้องปรับเกลี่ยพื้นที่ ไถพรวน ยกร่อง หรือสร้างคันดินเพื่อกลับมาทำการเกษตรใหม่ กำหนดอัตราช่วยเหลือแบบเหมาจ่ายตามพื้นที่เสียหายจริง 2,500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 15 ไร่

นอกจากนี้ การปรับเกลี่ยฟื้นฟูพื้นที่นาเกลือทะเล กำหนดอัตราช่วยเหลือ 3,666 บาทต่อไร่ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

เปิดอัตราช่วยเหลือพืชเสียหาย

สำหรับพืชที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง หลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569 กำหนดอัตราความช่วยเหลือตามพื้นที่เสียหายจริง สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ได้แก่

*ข้าว 2,240 บาท/ไร่**

*พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาท/ไร่**

*ไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น 6,800 บาท/ไร่**

ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ไม่ได้ตายทั้งหมด แต่ได้รับผลกระทบจนชะงักการเจริญเติบโตและยังสามารถฟื้นฟูได้ กำหนดความช่วยเหลือไว้ที่ 3,400 บาท/ไร่ โดยเมื่อรวมกับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงแล้วต้องไม่เกิน 30 ไร่

ประมง-ปศุสัตว์ก็อยู่ในเกณฑ์ช่วยเหลือ

หลักเกณฑ์ฉบับใหม่ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะการปลูกพืช แต่ยังรวมถึงความเสียหายด้านประมงและปศุสัตว์

กรณีกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล กำหนดอัตราช่วยเหลือ 12,350 บาท/ไร่ ขณะที่ปลาหรือสัตว์น้ำชนิดอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน อยู่ที่ 4,840 บาท/ไร่ โดยมีเพดานพื้นที่ตามหลักเกณฑ์

ด้านปศุสัตว์ แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือ 3,180 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 30 ไร่ ส่วนสัตว์ที่ตายหรือสูญหาย เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ และสัตว์ปีก จะได้รับความช่วยเหลือตามชนิด อายุ จำนวนสัตว์ และเพดานที่กำหนด

เงื่อนไขสำคัญ ต้องขึ้นทะเบียน “ก่อนเกิดภัย”

แม้อัตราความช่วยเหลือจะเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบ โดยเฉพาะเรื่องทะเบียนเกษตรกร

ผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือต้อง ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานที่รับผิดชอบไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติ และพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

ดังนั้น เกษตรกรที่ยังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ หรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรตรวจสอบข้อมูลของตนให้เป็นปัจจุบัน ไม่ควรรอจนเกิดภัยพิบัติแล้วจึงดำเนินการ เพราะอาจกระทบต่อสิทธิ์ในการได้รับความช่วยเหลือ

หลักเกณฑ์ช่วยเหลือฉบับใหม่มีผลสำหรับ ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือหน่วยงานปศุสัตว์และประมงในพื้นที่ตามประเภทกิจกรรมการเกษตร

#นาดีดีดอทคอม #ข่าวเกษตร #เกษตรกร #เยียวยาเกษตรกร #ภัยพิบัติ #น้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ชาวนา #พืชไร่ #สวนผลไม้ #ทะเบียนเกษตรกร #ฟื้นฟูพื้นที่เกษตร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้