น้ำท่วม–พายุสวนยางเสียหาย เช็กสิทธิ กยท. เงินช่วยเหลือ 3,000 บาท กู้ได้อีกสูงสุด 50,000 บาท

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีสวัสดิการสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และสวนยางประสบภัยตามหลักเกณฑ์ โดยมีทั้งเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท และเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรายละไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน
เงินช่วยเหลือ 3,000 บาท ไม่ใช่เงินกู้
กรณีสวนยางประสบภัย เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ สามารถขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รายละไม่เกิน 3,000 บาท
การได้รับเงินดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ แต่ต้องเป็นกรณีสวนยางประสบภัยและผ่านเงื่อนไขที่ กยท. กำหนด
อีกส่วนเป็น “เงินกู้” สูงสุด 50,000 บาท
นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว กยท. ยังมีเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี และกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 3 ปี
จุดที่เกษตรกรต้องแยกให้ออกคือ เงินไม่เกิน 3,000 บาทเป็น เงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ขณะที่วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทเป็น เงินกู้ที่ต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย จึงไม่ควรนำสองตัวเลขมารวมแล้วเข้าใจว่าเป็นเงินช่วยเหลือ 53,000 บาท
ประสบภัยควรแจ้ง กยท. ในพื้นที่
ข้อมูลภาครัฐที่ตรวจสอบประกอบระบุว่า เกษตรกรชาวสวนยางสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือจาก กยท. ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ประสบภัย หรือนับถัดจากวันที่เหตุภัยพิบัติสิ้นสุดลง
เกษตรกรที่สวนยางได้รับความเสียหายจึงควรติดต่อสำนักงาน กยท. จังหวัดหรือสาขาที่สวนยางตั้งอยู่โดยเร็ว เพื่อตรวจสอบว่าสภาพความเสียหายเข้าเกณฑ์หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเอกสารและเงื่อนไขก่อนยื่นขอรับสวัสดิการหรือเงินกู้
เกษตรกรควรรู้อะไร?
สาระสำคัญไม่ใช่ว่า “สวนยางเสียหายแล้วได้เงินทันที” แต่คือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. มีช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อสวนยางประสบภัย โดยแต่ละมาตรการมีเงื่อนไขต่างกัน
ผู้ประสบภัยจึงควรรีบแจ้ง กยท. ในพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ และไม่ควรเข้าใจว่าเงินช่วยเหลือกับเงินกู้เป็นสิทธิเดียวกัน
ที่มา : การยางแห่งประเทศไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


