“ปราโมทย์” ยืนกรานช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท! ขอจ่ายตรงไม่เกิน 10 ไร่ ไม่เอาสูตรชดเชยราคาซับซ้อน

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ยืนยันจุดยืนผลักดันมาตรการช่วยเหลือชาวนาปีการผลิต 2569/70 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน หรือสูงสุด 10,000 บาท ต้องการให้รัฐบาลจ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกรเป็นเงินก้อนเดียว ไม่สนับสนุนสูตรชดเชยส่วนต่างราคาข้าวที่ซับซ้อน โดยเน้นให้ความช่วยเหลือกระจายถึงเกษตรกรรายย่อย ขณะที่มาตรการยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ไม่ใช่การอนุมัติจ่ายเงินแล้ว
ปราโมทย์ยืนยันจุดยืน ขอจ่ายตรงไร่ละ 1,000 บาท
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ฐานเศรษฐกิจรายงานว่า นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2569/70 หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางช่วยเหลือชาวนา 2 รูปแบบ
นายปราโมทย์ยืนยันว่า สมาคมฯ สนับสนุนแนวทางจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน โดยต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินเป็นก้อนเดียวเข้าบัญชีเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สมาคมฯ ไม่เห็นความจำเป็นต้องขยายเพดานพื้นที่ช่วยเหลือเป็น 20–30 ไร่ เนื่องจากต้องการให้การช่วยเหลือกระจายถึงเกษตรกรรายย่อยอย่างทั่วถึง
สำหรับมาตรการช่วยเหลืออื่นที่อาจมีเพิ่มเติม นายปราโมทย์เห็นว่าควรพิจารณาเป็นลำดับถัดไป แยกจากมาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรง
เปิดสองแนวทางช่วยชาวนาปี 2569/70
ก่อนหน้านี้ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมีแนวทางสำคัญ 2 รูปแบบ
แนวทางที่ 1 จ่ายตรงไร่ละ 1,000 บาท
เป็นโครงการสนับสนุนและเสริมศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2569/70 โดยเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือสูงสุด 10,000 บาทต่อครัวเรือน
กลุ่มเป้าหมายตามข้อเสนอคือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายประมาณ 4.69 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 39 ล้านไร่
หากมาตรการผ่านการอนุมัติ การจ่ายเงินตามแนวทางที่เสนอจะดำเนินการผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เข้าบัญชีเกษตรกรตามหลักเกณฑ์โครงการ
แนวทางที่ 2 ชดเชยส่วนต่างราคาข้าว
เป็นแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรกรณีราคาข้าวในตลาดต่ำกว่าเกณฑ์ราคาอ้างอิง โดยเสนอชดเชยร้อยละ 50 ของส่วนต่างราคา
แนวทางนี้ครอบคลุมข้าว 5 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเจ้า ข้าวปทุมธานี และข้าวเหนียว
การคำนวณจะอ้างอิงข้อมูลราคาตลาดและราคาเกณฑ์ตามชนิดข้าว ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอนแตกต่างจากการจ่ายเงินช่วยเหลือตามพื้นที่เพาะปลูกโดยตรง
ทั้งสองแนวทางยังเป็นข้อเสนอในกระบวนการพิจารณา ไม่ใช่สิทธิที่ได้รับอนุมัติให้จ่ายพร้อมกันแล้ว
ทำไมสมาคมชาวนาฯ ไม่ต้องการสูตรชดเชยส่วนต่างราคา?
นายปราโมทย์เห็นว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงมีความชัดเจนและเข้าใจง่ายกว่า เพราะเกษตรกรสามารถคำนวณจำนวนเงินตามพื้นที่เพาะปลูกที่เข้าเงื่อนไขได้
ขณะที่การชดเชยส่วนต่างราคาต้องอาศัยข้อมูลราคาตลาด ราคาเกณฑ์อ้างอิง และวิธีคำนวณตามชนิดข้าว
สมาคมฯ จึงต้องการให้รัฐบาลเลือกแนวทางที่ไม่ซับซ้อน และสามารถดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การจ่ายตรงกับการชดเชยส่วนต่างราคามีหลักการแตกต่างกัน โดยแนวทางแรกอ้างอิงพื้นที่เพาะปลูก ส่วนแนวทางที่สองเชื่อมโยงกับสถานการณ์ราคาข้าว
การตัดสินใจเลือกมาตรการจึงต้องพิจารณาทั้งวัตถุประสงค์ เงื่อนไข และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง
หากจ่ายตรง ชาวนาแต่ละครัวเรือนจะได้เงินเท่าไร?
หากรัฐบาลอนุมัติตามข้อเสนอของสมาคมฯ และเกษตรกรผ่านเงื่อนไขทั้งหมด ตัวอย่างการคำนวณจะเป็นดังนี้
พื้นที่เข้าเงื่อนไข
เงินตามข้อเสนอ
3 ไร่
3,000 บาท
5 ไร่
5,000 บาท
8 ไร่
8,000 บาท
10 ไร่
10,000 บาท
15 ไร่
ไม่เกิน 10,000 บาท
20 ไร่
ไม่เกิน 10,000 บาท
ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณตามข้อเสนอไร่ละ 1,000 บาท และเพดาน 10 ไร่ต่อครัวเรือนเท่านั้น
ยังไม่ใช่จำนวนเงินที่รัฐบาลอนุมัติหรือยืนยันว่าจะโอนให้เกษตรกรแต่ละราย
สถานะล่าสุด ยังต้องรอการพิจารณาของ นบข.
นายปราโมทย์ระบุว่า สมาคมฯ ต้องการให้มีการเร่งประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็ว
แม้ก่อนหน้านี้จะมีการพิจารณาข้อเสนอในระดับคณะอนุกรรมการแล้ว แต่ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการและหน่วยงานที่มีอำนาจตามขั้นตอน
จึงต้องแยกสถานะให้ชัดเจนว่า
การเสนอแนวทางช่วยเหลือ ไม่ใช่การอนุมัติมาตรการ
การพิจารณาในระดับคณะอนุกรรมการ ไม่ใช่มติคณะรัฐมนตรี
การระบุวิธีจ่ายผ่าน ธ.ก.ส. ไม่ใช่การประกาศวันโอนเงิน
ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ข่าวต้นทางยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามาตรการจ่ายตรงไร่ละ 1,000 บาทสำหรับปีการผลิต 2569/70 ได้รับอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว และยังไม่มีวันโอนเงินที่ยืนยันได้
วิเคราะห์: เพดาน 10 ไร่ ช่วยชาวนารายย่อยอย่างไร?
จุดยืนของสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่อัตราช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการจำกัดพื้นที่ช่วยเหลือไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือนด้วย
ข้อดีที่สมาคมฯ ต้องการผลักดัน คือการกำหนดเพดานช่วยเหลือที่ชัดเจน และมุ่งกระจายงบประมาณไปยังเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม หากใช้เพดาน 10 ไร่ เกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่านั้นจะไม่ได้รับเงินเพิ่มตามจำนวนไร่ที่เกินเพดานภายใต้ข้อเสนอนี้
ส่วนการจ่ายตรงตามพื้นที่เพาะปลูก แม้จะคำนวณได้ง่ายกว่า แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับระดับราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้ในแต่ละช่วงโดยตรง
ในทางกลับกัน การชดเชยส่วนต่างราคาอาจตอบโจทย์ปัญหาราคาข้าวตกต่ำได้ตรงกว่าในบางสถานการณ์ แต่มีขั้นตอนคำนวณและเงื่อนไขมากขึ้น
ดังนั้น ทั้งสองแนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกใช้มาตรการใดจึงควรพิจารณาทั้งผลต่อเกษตรกรรายย่อย ภาระงบประมาณ และความสามารถในการดำเนินการจริง
สิ่งที่ชาวนาต้องติดตามต่อ
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือผลการประชุม นบข. ว่าจะเลือกแนวทางช่วยเหลือรูปแบบใด รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ พื้นที่เพาะปลูกที่ใช้คำนวณ และขั้นตอนอนุมัติงบประมาณ
สำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2569/70 ควรตรวจสอบข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของตนเองให้ถูกต้องและติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ โดยยังไม่ควรยึดตัวเลขตามข้อเสนอเป็นเงินที่จะได้รับแน่นอน
ข้อเรียกร้องของนายปราโมทย์สะท้อนความต้องการให้รัฐช่วยชาวนาด้วยวิธีที่เข้าใจง่ายและจ่ายตรง แต่คำตอบสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล ไม่ใช่การตัดสินใจของสมาคมชาวนาเพียงฝ่ายเดียว
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


