24 ตำบลลุ่มน้ำยม–น่านเดินหน้ารับมือ Climate Change เกษตรฯ–UNDP เตรียมแผนน้ำ–เกษตรปี 70

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วม UNDP ประชุมติดตามโครงการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการบริหารจัดการน้ำและเกษตรยั่งยืน ปัจจุบันครอบคลุม 24 ตำบล 7 อำเภอ ในพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ พร้อมติดตามผลปี 2569 เตรียมแผนปี 2570 และหารืองบประมาณร่วม ขณะที่ตัวเลขเป้าหมายผู้ได้รับประโยชน์ 20,000 ครัวเรือน หรือ 62,000 คน เป็นเป้าหมายเดิมที่กระทรวงเกษตรฯ เคยระบุไว้ในปี 2566 ไม่ใช่ผลสำเร็จหรือเป้าหมายใหม่จากการประชุมครั้งนี้
เกษตรฯ–UNDP ประชุม Project Board 24 กันยายน
วันที่ 24 กันยายน 2569 นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ (Project Board) ครั้งที่ 6 (2/2569) ร่วมกับผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP
การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมธารทิพย์ ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน กรุงเทพฯ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกรมชลประทาน UNDP และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
มี นายธเนศ ดิษฐ์ปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านควบคุมการก่อสร้าง) และ Irina Goryunova รักษาการผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) ร่วมกล่าวเปิดการประชุม
ปัจจุบันครอบคลุม 24 ตำบล 7 อำเภอ 3 จังหวัด
ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันที่ 24 กันยายน 2569 ระบุว่า โครงการดำเนินงานครอบคลุม 24 ตำบล 7 อำเภอ ใน 3 จังหวัด พื้นที่ลุ่มน้ำยม–น่าน
ประกอบด้วย
จังหวัดพิษณุโลก — อ.เมืองพิษณุโลก อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม
จังหวัดสุโขทัย — อ.ศรีนคร อ.สวรรคโลก และ อ.กงไกรลาศ
จังหวัดอุตรดิตถ์ — อ.พิชัย
เป้าหมายของการดำเนินงานคือเสริมศักยภาพพื้นที่ให้สามารถบริหารจัดการน้ำและปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวเลข 20,000 ครัวเรือน คือ “เป้าหมายเดิม”
ประเด็นนี้ต้องแยกช่วงเวลาของข้อมูลให้ชัด
ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 เคยระบุว่า โครงการมีพื้นที่ดำเนินงาน 22 ตำบล 7 อำเภอ ในพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ และกำหนด เป้าหมายกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ 20,000 ครัวเรือน หรือประชากร 62,000 คน
ส่วนข้อมูลล่าสุดวันที่ 24 กันยายน 2569 ระบุขอบเขตดำเนินงานปัจจุบันเป็น 24 ตำบล 7 อำเภอ 3 จังหวัด
ดังนั้น ตัวเลข 20,000 ครัวเรือน/62,000 คน ต้องอ่านในฐานะเป้าหมายเดิมที่โครงการเคยกำหนดไว้ ไม่ใช่จำนวนผู้ได้รับประโยชน์จริงแล้ว และไม่ใช่เป้าหมายใหม่ที่เพิ่งประกาศในการประชุมครั้งนี้
ปี 2569 ทำอะไรไปแล้ว — ปี 2570 เตรียมอะไรต่อ?
การประชุมครั้งนี้ติดตามผลการดำเนินงานในปี 2569 ทั้งการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำ และการส่งเสริม การปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ หรือ Ecosystem-based Adaptation (EbA)
แนวทางดังกล่าวใช้ระบบนิเวศเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังทบทวนแผนงานและงบประมาณ พร้อม เตรียมแผนการดำเนินงานปี 2570 และหารือเรื่องการสนับสนุนงบประมาณร่วม หรือ Co-Financing เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลอย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวอะไรกับเกษตรกร?
สาระสำคัญสำหรับเกษตรกรในพื้นที่โครงการอยู่ที่การปรับระบบบริหารจัดการน้ำและเพิ่มความสามารถในการรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีผลต่อการวางแผนการผลิตเมื่อสถานการณ์ฝน น้ำ และภัยแล้งมีความไม่แน่นอน
แต่การประชุมวันที่ 24 กันยายนเป็น การติดตามผล ทบทวนแผนและงบประมาณ และเตรียมการดำเนินงานต่อ ไม่ใช่การประกาศสิทธิหรือเงินช่วยเหลือรอบใหม่สำหรับเกษตรกร
เช่นเดียวกับการหารือ Co-Financing ซึ่งหมายถึงการหารือเรื่องการสนับสนุนงบประมาณร่วมของโครงการ ไม่ควรตีความว่าเป็นเงินที่จะจ่ายตรงให้เกษตรกร
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
หลังจากเตรียมแผนปี 2570 สิ่งที่ต้องติดตามคือ แผนงานและงบประมาณจะนำไปสู่การดำเนินงานอะไรในพื้นที่ 24 ตำบล 7 อำเภอ และผลจากการบริหารจัดการน้ำกับการปรับตัวด้านการเกษตรจะลงถึงเกษตรกรอย่างไร
ตัวชี้วัดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนพื้นที่หรือจำนวนการประชุม แต่คือ ผลที่เกิดขึ้นจริงกับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่โครงการ
ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โพสต์24กันยายน2569
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


