“ไพจิตร” ย้ำจุดยืนหลังพืชสวนโลกย้ายปากช่อง เสนอตลาดกลางเกษตร-ศูนย์วิจัย ต่อยอดพื้นที่ อ.คง

การย้ายสถานที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา พ.ศ. 2572 จากอำเภอคงไปอำเภอปากช่องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่คำถามเรื่องอนาคตของพื้นที่เดิมยังไม่จบ ล่าสุด นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ออกมาชี้แจงจุดยืน โดยเสนอให้รัฐต่อยอดพื้นที่อำเภอคงเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรและศูนย์วิจัยด้านการเกษตร พร้อมย้ำว่าหอการค้าฯ ผลักดันพื้นที่นี้มาต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนมีมติย้ายงาน
ครม. เคาะย้ายงานแล้ว งบจัดงานยัง 4,281 ล้านบาท
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้จากรัฐบาลคือ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบให้ทบทวนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 จากพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง ไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
รัฐบาลระบุว่าการปรับพื้นที่เป็นไปตามผลการศึกษาความคุ้มค่าของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยพิจารณาทั้งการเดินทาง สาธารณูปโภค ที่พัก สถานพยาบาล และความพร้อมของพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ปากช่องเป็นพื้นที่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่ต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม
กรอบงบประมาณการจัดงานยังคงเดิม 4,281 ล้านบาท ตามมติ ครม. เดิม และรัฐบาลให้เร่งจัดทำทั้ง Master Plan สำหรับพื้นที่จัดงานแห่งใหม่ และ Legacy Plan หรือแผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่หลังการจัดงาน
ดังนั้น สถานะ ณ ปัจจุบันคือ “การย้ายสถานที่ได้รับอนุมัติแล้ว” ไม่ใช่เพียงข้อเสนอหรือเรื่องที่รอ ครม. พิจารณา
“ไพจิตร” ชี้แจง หอการค้าฯ ผลักดัน อ.คง มาตั้งแต่ต้น
เดลินิวส์เผยแพร่บทความวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. รายงานคำชี้แจงของนายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ถึงบทบาทของหอการค้าฯ ในการผลักดันงานพืชสวนโลกและการพัฒนาพื้นที่อำเภอคง
นายไพจิตรระบุว่า หอการค้าฯ สนับสนุนการพัฒนาอำเภอคงมาอย่างต่อเนื่องหลายยุคสมัย โดยกล่าวถึงการผลักดันงบขยายถนนกว่า 2,000 ล้านบาท ผ่านกลไกของจังหวัด ตลอดจนงานด้านชลประทาน สาธารณสุข และการจัดทำร่าง TOR Master Plan ซึ่งตามคำชี้แจงระบุว่าเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
ตัวเลขงบถนนกว่า 2,000 ล้านบาทในส่วนนี้เป็นคำชี้แจงของนายไพจิตรที่เดลินิวส์รายงาน ยังไม่ควรนำไปเขียนเป็นงบที่อนุมัติหรือเบิกจ่ายแล้ว หากไม่มีเอกสารราชการประกอบเพิ่มเติม
ข้อเสนอหลังย้ายงาน: ตลาดกลางเกษตรและศูนย์วิจัย
จุดที่เกี่ยวกับเกษตรกรโดยตรง คือข้อเสนอให้ใช้พื้นที่เดิมของอำเภอคงต่อยอดเป็นโครงการด้านการเกษตร
นายไพจิตรเสนอว่า หากรัฐจำเป็นต้องย้ายงานไปอำเภอปากช่อง ควรมีโครงการทดแทนหรือสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่เดิม โดยเฉพาะการตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรในลักษณะ อ.ต.ก.ภาคอีสาน และศูนย์วิจัยหรือพัฒนาด้านการเกษตร เพื่อไม่ให้พื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่เตรียมไว้สูญเปล่า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ต้องแยกสถานะให้ชัดเจนว่า ยังเป็นข้อเสนอจากภาคเอกชนในจังหวัด ไม่ใช่มติ ครม. และยังไม่มีหลักฐานว่ารัฐอนุมัติงบประมาณ กำหนดหน่วยงานเจ้าภาพ หรือกำหนดวันเริ่มดำเนินโครงการแล้ว
รัฐบาลเองระบุในมติวันที่ 1 กันยายนว่า สำหรับพื้นที่อำเภอคง ให้จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยเปิดให้ประชาชน เกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม เพื่อให้พื้นที่สามารถสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะต้องเป็นตลาดกลาง อ.ต.ก. หรือศูนย์วิจัยตามข้อเสนอของหอการค้า
ข่าววันนี้ใหม่แค่ไหน?
ตัวบทความเดลินิวส์เผยแพร่วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. จึงถือว่าสดในวันที่ตรวจสอบ แต่สาระบางส่วนไม่ใช่ข้อเสนอใหม่ทั้งหมด
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้จัดการออนไลน์เคยรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายไพจิตรที่เสนอให้พื้นที่โคกหนองรังกาเดิมพัฒนาเป็นตลาดกลางการเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และศูนย์วิจัยหรือศูนย์กิจกรรมด้านการเกษตรมาแล้ว
ขณะที่นาดีดีเคยรายงานเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 ถึงมติของคณะกรรมการบริหารงานพืชสวนโลกที่เห็นชอบแนวทางย้ายไปปากช่อง ก่อนที่ ครม. จะมีมติอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน
ดังนั้น มุมที่ควรนำเสนอในครั้งนี้ไม่ใช่การรายงานซ้ำว่า “พืชสวนโลกย้ายแล้ว” แต่คือคำชี้แจงล่าสุดของประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลกำหนดอนาคตของอำเภอคงอย่างไรหลังเสียโอกาสจากการเป็นพื้นที่จัดงาน
เกษตรกรควรจับตาอะไรต่อ
สำหรับเกษตรกรในอำเภอคงและพื้นที่ใกล้เคียง สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือรายละเอียดของ Legacy Plan พื้นที่เดิม ซึ่งควรตอบให้ได้อย่างน้อยว่า จะใช้พื้นที่ทำอะไร หน่วยงานใดรับผิดชอบ มีงบประมาณเท่าไร และเกษตรกรจะเข้าไปมีส่วนร่วมในตลาด การวิจัย หรือกิจกรรมเศรษฐกิจอย่างไร
หากแนวคิดตลาดกลางสินค้าเกษตรเกิดขึ้นจริง ผลที่ต้องดูต่อคือประเภทสินค้าที่จะรองรับ ระบบรวบรวมและคัดคุณภาพ จุดเชื่อมโยงผู้ซื้อ ค่าใช้จ่ายของเกษตรกร และความสามารถในการสร้างตลาดจริง ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างสถานที่
ส่วนศูนย์วิจัยด้านการเกษตร หากจะเกิดขึ้น ก็ควรมีความชัดเจนว่าจะเน้นพืชหรือปัญหาอะไรของพื้นที่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ถึงเกษตรกรได้อย่างไร
สรุป ณ วันที่ 17 กันยายน 2569: งานพืชสวนโลกโคราช 2572 ย้ายไปปากช่องตามมติ ครม. แล้ว กรอบงบจัดงานยังอยู่ที่ 4,281 ล้านบาท ส่วนข้อเสนอจัดตั้งตลาดกลางเกษตรและศูนย์วิจัยที่อำเภอคงยังเป็นข้อเสนอของหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ต้องรอมติและรายละเอียดจากภาครัฐต่อไป
ที่มา : เดลินิวส์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


