แชร์

สุพรรณน้ำขึ้นอีก 9 ซม.! “วราวุธ” จ่อหารือผันน้ำเข้าทุ่งที่เกี่ยวข้าวแล้ว 80–90% พร้อมค่าชดเชย

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
21 ผู้เข้าชม

สถานการณ์น้ำสุพรรณบุรียังต้องจับตา หลังระดับน้ำคืนวันที่ 28 กันยายนเพิ่มขึ้นอีก 9 เซนติเมตร ขณะที่ “วราวุธ” เตรียมหารือกรมชลประทานถึงความเป็นไปได้ในการผ่องถ่ายน้ำเข้าทุ่งที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วประมาณ 80–90% พร้อมพิจารณาค่าชดเชย เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นหารือ ยังไม่มีข้อสรุปว่าทุ่งใดจะรับน้ำ เริ่มเมื่อใด หรือจ่ายชดเชยในอัตราเท่าไร

สุพรรณน้ำเพิ่มอีก 9 เซนติเมตร

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุพรรณบุรี

นายวราวุธระบุว่า คืนวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 9 เซนติเมตร

ปัจจุบันมีมวลน้ำจำนวนมากอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ บริเวณกาญจนบุรีและทุ่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ทำให้น้ำปริมาณมากไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน

ขณะเดียวกัน แม่น้ำท่าจีนยังต้องรับน้ำเหนือที่ระบายมาจากเขื่อนเจ้าพระยา

สองพี่น้อง-บางปลาม้าได้รับผลกระทบ

นายวราวุธระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำทะเลหนุนยังไม่สูงมาก จึงต้องเร่งระบายน้ำผ่านเครื่องผันน้ำตามจุดต่าง ๆ ของแม่น้ำท่าจีน

บริเวณตอนใต้ของประตูระบายน้ำโพธิ์พระยามีปริมาณน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนใน ทุ่งสองพี่น้องและทุ่งบางปลาม้า ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

นายวราวุธยังกล่าวถึงการลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้าครั้งล่าสุดว่า ระดับน้ำในบางบริเวณสูงมาก สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ในพื้นที่

เกี่ยวข้าวแล้ว 80–90% จ่อหารือใช้ทุ่งรับน้ำ

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรโดยตรงคือแนวทางบริหารพื้นที่รับน้ำ

นายวราวุธระบุว่า จะเร่งหารือกับกรมชลประทานว่า จุดรับน้ำทั้งส่วนบนและส่วนล่างสามารถผ่องถ่ายน้ำได้มากน้อยเพียงใด

จากข้อมูลที่ได้รับ เกษตรกรในพื้นที่มีการ เก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วประมาณ 80–90%

จึงมีแนวคิดให้พิจารณาว่า สามารถ จ่ายค่าชดเชยแล้วนำน้ำเข้าทุ่ง เพื่อช่วยลดความเสียหายของพื้นที่ตอนล่างได้หรือไม่

เหตุผลคือ หากน้ำเข้าพื้นที่แล้วไม่สามารถระบายออกตามธรรมชาติได้ จะต้องใช้การสูบน้ำออกในภายหลัง

ยังไม่ใช่มติเอาน้ำเข้าทุ่ง

สำหรับชาวนา จุดนี้ต้องแยกสถานะให้ชัด

ถ้อยคำของนายวราวุธเป็นการระบุถึงแนวทางที่จะ หารือกับกรมชลประทาน

จึงยังไม่ใช่ประกาศว่ารัฐตัดสินใจนำน้ำเข้าทุ่งแล้ว

ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า

พื้นที่รับน้ำจะอยู่ตรงไหนและกี่ไร่

จะเริ่มรับน้ำวันใด

จะรับน้ำในระดับหรือปริมาณเท่าใด

เกษตรกรรายใดเข้าเกณฑ์รับค่าชดเชย

และค่าชดเชยจะคิดในอัตราเท่าไร

ดังนั้น ยังไม่ควรใช้คำว่า “รัฐเคาะค่าชดเชย” หรือ “เตรียมจ่ายชาวนา” จนกว่าจะมีมติและหลักเกณฑ์ยืนยัน

ชาวนาลุ่มท่าจีนต้องจับตา 3 เรื่อง

หากแนวทางใช้พื้นที่นาที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นทุ่งรับน้ำเดินหน้าจริง สิ่งที่เกษตรกรต้องติดตามต่อคือ

พื้นที่ไหนจะถูกกำหนดเป็นจุดรับน้ำ

จะเริ่มผ่องถ่ายน้ำเมื่อใด

และ ค่าชดเชยจะใช้หลักเกณฑ์ใด

โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่สองพี่น้อง บางปลาม้า และพื้นที่ลุ่มตามแนวแม่น้ำท่าจีน ควรยึดประกาศจากกรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่เป็นหลักก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับแปลงของตนเอง

สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “น้ำสุพรรณเพิ่ม 9 เซนติเมตร” แต่ต้องจับตาการตัดสินใจว่าจะบริหารมวลน้ำที่กำลังไหลลงแม่น้ำท่าจีนอย่างไร และพื้นที่เกษตรจะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบรับน้ำหรือไม่

ที่มา : เดลินิวส์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้