แชร์

มาเลเซียยึดต้นกล้า 6,000 ต้น เชื่อว่าลักลอบจากไทย—ไม่มีเอกสาร มูลค่ารวมของกลาง 250,000 ริงกิต

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ย. 2026
28 ผู้เข้าชม

BERNAMA รายงานเหตุเจ้าหน้าที่กองกำลังปฏิบัติการทั่วไปมาเลเซีย หรือ GOF ตรวจยึดต้นกล้ารวม 6,000 ต้นที่ Rantau Panjang หลังพบว่าคนขับรถบรรทุกไม่สามารถแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ โดยของกลางประกอบด้วยต้นกล้ามะพร้าว pandan 3,000 ต้น และฝรั่ง honey 3,000 ต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าถูกลักลอบมาจากประเทศไทย ขณะที่คดียังอยู่ในขั้นตรวจสอบและส่งต่อให้หน่วยงานเกษตร Kota Bharu ดำเนินการตามกฎหมายกักกันพืชของมาเลเซีย

ข่าวเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

BERNAMA เผยแพร่ข่าววันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 13:01 น. ตามเวลาที่หน้าเว็บไซต์แสดง โดยไม่ระบุเขตเวลา จึงไม่ควรแปลงเวลาเอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 19 กันยายน 2569 ที่ Kampung Gual Tok Deh, Rantau Panjang, Pasir Mas รัฐ Kelantan

เจ้าหน้าที่จากหน่วย Task Force และหน่วยข่าวกรองของ GOF Battalion 8 จาก Pengkalan Chepa เข้าตรวจรถบรรทุกระหว่างปฏิบัติการ Ops Taring Wawasan Kelantan ก่อนพบต้นกล้าจำนวนมากอยู่ภายในรถ

พบต้นกล้ามะพร้าวและฝรั่งรวม 6,000 ต้น

SAC Ahmad Radzi Hussain ผู้บัญชาการกองพลตะวันออกเฉียงใต้ GOF ระบุว่า รถบรรทุก Isuzu สีขาวคันดังกล่าวบรรทุก

- ต้นกล้ามะพร้าว pandan 3,000 ต้น
- ต้นกล้าฝรั่ง honey 3,000 ต้น

รวม 6,000 ต้น

คนขับวัย 54 ปีไม่สามารถแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับต้นกล้าได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและยึดรถพร้อมต้นกล้าไปดำเนินการต่อ

มูลค่าต้นกล้า 150,000 ริงกิต รวมรถเป็น 250,000 ริงกิต

BERNAMA ระบุว่า

- ต้นกล้ามะพร้าวมีมูลค่าประมาณ 90,000 ริงกิต
- ต้นกล้าฝรั่งประมาณ 60,000 ริงกิต
- รถบรรทุกประมาณ 100,000 ริงกิต

รวมมูลค่าของกลางประมาณ 250,000 ริงกิต

ดังนั้น มูลค่าตัวต้นกล้าเองอยู่ที่ประมาณ 150,000 ริงกิต

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าลักลอบมาจากไทย

ข้อมูลจาก GOF ระบุว่า ต้นกล้าชุดนี้ เชื่อว่าถูกลักลอบมาจากประเทศไทย

จุดนี้ต้องใช้คำว่า “เชื่อว่า” ตามต้นทาง เพราะข่าวยังไม่ได้ระบุหลักฐานฉบับสุดท้ายที่ยืนยันแหล่งกำเนิดทั้งหมดของต้นกล้าในเชิงคดี

คดีถูกส่งต่อให้หน่วยงานเกษตร Kota Bharu ดำเนินการต่อภายใต้ Section 5 of the Plant Quarantine Act 1976 ของมาเลเซีย

ยังอยู่ในขั้นตรวจสอบ

ข้อมูลเบื้องต้นจากการสอบสวนระบุว่า ผู้ต้องสงสัยให้การว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี และทำหน้าที่เป็นคนขับให้กับชายชาวไทยที่รู้จักกันในชื่อ “Salleh” โดยได้รับค่าจ้าง 100 ริงกิตต่อการขนส่งหนึ่งครั้งไปยังเรือนเพาะชำใน Pasir Mas

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้น

ยังไม่ใช่คำพิพากษาหรือข้อสรุปสุดท้ายของคดี

อย่าเหมารวมว่า “ต้นกล้าจากไทยผิดกฎหมาย”

ประเด็นของข่าวนี้ไม่ใช่การประกาศห้ามต้นกล้าจากประเทศไทย

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบคือ ของกลางไม่มีเอกสารประกอบตามที่คนขับต้องแสดง และถูกสงสัยว่าลักลอบผ่านชายแดน

ดังนั้น จึงไม่ควรเขียนว่า

“มาเลเซียห้ามนำเข้าต้นกล้าจากไทย”

หรือ

“ต้นกล้าไทยผิดกฎหมาย”

เพราะจะเกินข้อเท็จจริงจากคดีนี้

เกี่ยวอะไรกับผู้ผลิตต้นกล้าและเกษตรกรไทย

สำหรับผู้ผลิตต้นพันธุ์ ร้านขายต้นกล้า หรือผู้ประกอบการที่ส่งพืชข้ามแดน ข่าวนี้มีความหมายในเรื่อง เอกสารและมาตรการกักกันพืช

การขนย้ายพืชข้ามประเทศอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับ

- เอกสารแหล่งที่มา
- ใบรับรองสุขอนามัยพืช
- ขั้นตอนตรวจพืช
- ด่านนำเข้า
- และกฎหมายของประเทศปลายทาง

หากเอกสารไม่ครบ สินค้าอาจถูกยึดหรือตรวจสอบได้ แม้ตัวพืชจะเป็นชนิดที่มีการค้ากันตามปกติ

ยังไม่มีหลักฐานว่ากระทบตลาดไทย

ข่าวต้นทางไม่ได้ให้ข้อมูลว่า การตรวจยึดครั้งนี้มีผลต่อ

- ราคาต้นกล้ามะพร้าวในไทย
- ราคาฝรั่ง
- ปริมาณส่งออกของไทย
- หรือความต้องการตลาดในประเทศ

จึงยังไม่ควรขยายข่าวไปถึงผลกระทบด้านราคา

สำหรับเกษตรกรไทย ข่าวนี้ควรอ่านในฐานะ ความเสี่ยงด้านกฎหมายการค้าชายแดนและกักกันพืช มากกว่าเรื่องราคา

สรุป

BERNAMA รายงานวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 13:01 น. ว่า GOF มาเลเซียตรวจยึดต้นกล้ารวม 6,000 ต้น ซึ่งเชื่อว่าลักลอบมาจากประเทศไทย

ของกลางประกอบด้วยมะพร้าว pandan 3,000 ต้น และฝรั่ง honey 3,000 ต้น รวมมูลค่าต้นกล้าประมาณ 150,000 ริงกิต และเมื่อรวมรถบรรทุกแล้วมีมูลค่าประมาณ 250,000 ริงกิต

คนขับไม่สามารถแสดงเอกสารเกี่ยวกับต้นกล้าได้ และคดีถูกส่งต่อให้หน่วยงานเกษตรดำเนินการต่อ

สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้คือ ยังไม่ควรเหมารวมว่าต้นกล้าจากไทยทั้งหมดผิดกฎหมาย และยังไม่มีหลักฐานว่าคดีนี้กระทบราคาหรือตลาดในประเทศไทย

ที่มา : BERNAMA อ้างกองกำลังปฏิบัติการทั่วไปมาเลเซีย (GOF)

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้