21–25 ก.ย. ฝนไทยลดลงแต่ยังเสี่ยง สทนช.เตือนน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า-ดินถล่ม บางพื้นที่ต้องจับตา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเตือนช่วง 21–25 กันยายน 2569 ภาพรวมประเทศไทยมีแนวโน้มฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงซ้ำซากและพื้นที่ที่มีฝนสะสมสูง
ข่าวจริง เผยแพร่ 20 กันยายน 2569
ข่าวจริงประเทศไทยเผยแพร่ข่าววันที่ 20 กันยายน 2569 โดยอ้างคำให้ข้อมูลของ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งระบุถึงแนวโน้มสถานการณ์ฝนในช่วงวันที่ 21–25 กันยายน 2569
แม้ภาพรวมฝนจะลดลง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ก่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย
ยังเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า และดินถล่ม
สภาพอากาศดังกล่าวยังทำให้บางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อ
- น้ำท่วมขังในเขตเมือง
- น้ำท่วมฉับพลัน
- น้ำป่าไหลหลาก
- ดินโคลนถล่ม
โดยพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ลุ่มต่ำ เชิงเขา และแนวทางน้ำ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุว่าความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรเกิดขึ้นแล้วเท่าใด จึงควรถือว่านี่เป็น การเฝ้าระวังความเสี่ยง ไม่ใช่รายงานความเสียหายครับ
6 จังหวัดมีบางอำเภอเสี่ยงฝนสะสมเกิน 200 มม. ถึง 21 ก.ย.
สทนช.คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันถึงวันที่ 21 กันยายน มากกว่า 200 มิลลิเมตร ในบางอำเภอของ 6 จังหวัด ได้แก่
- ตราด อ.คลองใหญ่
- กาญจนบุรี อ.ไทรโยค และ อ.เมืองกาญจนบุรี
- ชัยภูมิ อ.บำเหน็จณรงค์ และ อ.เทพสถิต
- สระแก้ว อ.วัฒนานคร และ อ.เมืองสระแก้ว
- นครราชสีมา อ.สูงเนิน และ อ.ครบุรี
- บุรีรัมย์ อ.บ้านกรวด
จุดนี้ต้องระวังการพาดข่าวให้มาก เพราะตัวเลข 200 มม. เป็น ฝนสะสม 3 วันในบางพื้นที่ถึงวันที่ 21 ก.ย. ไม่ใช่ค่าฝนของทั้งจังหวัด และไม่ใช่การคาดการณ์ว่าฝนระดับนี้จะต่อเนื่องตลอดช่วง 21–25 ก.ย.
อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 72%
ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 57,818 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำใช้การ 33,696 ล้านลูกบาศก์เมตร
ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมประเทศ จึงยังไม่ควรนำไปตีความว่าอ่างเก็บน้ำทุกแห่งมีสถานะปลอดภัยหรือมีน้ำเท่ากัน เพราะปริมาณน้ำแต่ละอ่างและแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
เกี่ยวอะไรกับเกษตรกร
สำหรับเกษตรกร ข่าวนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับพื้นที่เพาะปลูกที่อยู่ในที่ลุ่ม ใกล้ลำห้วย เชิงเขา หรือพื้นที่ที่ระบายน้ำช้า
ความเสี่ยงหลักในช่วงนี้ไม่ใช่แค่ “ฝนตกหนัก” แต่รวมถึงฝนสะสมในพื้นที่เดิม หากน้ำระบายไม่ทัน อาจทำให้ข้าว พืชไร่ หรือสวนผลไม้ได้รับผลกระทบได้
อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ ข่าวยังไม่ได้ระบุ
- พื้นที่เกษตรเสียหายกี่ไร่
- พืชชนิดใดเสียหาย
- มูลค่าความเสียหาย
- หรือมีการประกาศเขตภัยพิบัติพื้นที่ใดแล้วหรือไม่
จึงไม่ควรเขียนเกินว่า “เกษตรเสียหายแล้ว” จากข่าวนี้เพียงอย่างเดียว
เกษตรกรควรจับตาอะไร
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ประกาศเตือนระดับพื้นที่
เพราะข้อมูลฝนระดับประเทศใช้บอกแนวโน้ม แต่การตัดสินใจในแปลงควรดูข้อมูลจังหวัด อำเภอ ตำบล และทางน้ำจริงในพื้นที่ร่วมด้วย
เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงควรติดตาม
- ปริมาณฝนสะสม
- ระดับน้ำในลำห้วยและคลอง
- น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ
- ประกาศของจังหวัดและท้องถิ่น
- ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช.
สรุป
ข่าวนี้จริงและเผยแพร่วันที่ 20 กันยายน 2569
สิ่งที่ สทนช.เตือนคือ ช่วง 21–25 กันยายน ฝนของไทยมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และยังมีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม
ส่วนตัวเลขฝนสะสมมากกว่า 200 มม. เป็นการคาดการณ์เฉพาะบางอำเภอใน 6 จังหวัดถึงวันที่ 21 ก.ย. ไม่ใช่ทั้งจังหวัด และไม่ใช่ตลอดช่วง 21–25 ก.ย.
สำหรับเกษตรกร ข่าวนี้จึงเป็น ข่าวเตือนภัยล่วงหน้า มากกว่ารายงานความเสียหาย และควรใช้ประกอบกับข้อมูลระดับพื้นที่ก่อนตัดสินใจเรื่องการเก็บเกี่ยว ระบายน้ำ หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ในฟาร์ม
ที่มา : ข่าวจริงประเทศไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


