“ข้าวประณีต” เดินหน้าปั้นข้าวไทยมูลค่าสูง ชูอัตลักษณ์-มาตรฐาน-แบรนด์ แต่รายได้จริงยังต้องพิสูจน์ที่ตลาด

กรมการค้าภายในเดินหน้าโครงการ “ข้าวประณีต” ยกระดับข้าวไทยจากการขายเป็นวัตถุดิบ ไปสู่สินค้าที่มีอัตลักษณ์ มาตรฐาน การแปรรูป แบรนด์ และตลาดที่ชัดเจน หลังลงพื้นที่ร้อยเอ็ดและขอนแก่นพบตัวอย่างชุมชนที่มีทั้งโรงสี ระบบควบคุมคุณภาพ และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมเตรียมพัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ขณะที่มาตรการสินเชื่อรองรับข้าวปี 2569/70 แม้ผ่านความเห็นชอบจาก นบข. แล้ว แต่ยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีต่อไป
ข่าวจริง เผยแพร่ 20 กันยายน 2569
ศูนย์ข่าวกระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ข่าววันที่ 20 กันยายน 2569 โดย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า กรมฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร หรือ “ข้าวประณีต”
เป้าหมายคือยกระดับข้าวไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคุณภาพเมล็ดข้าว แต่รวมถึงการสร้างอัตลักษณ์ เรื่องราว มาตรฐาน การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ แบรนด์ และตลาดที่ชัดเจน
จาก “ขายข้าว” ไปสู่ “ขายมูลค่า”
นายวิทยากรระบุว่า แนวคิดข้าวประณีตต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ตั้งแต่
- การเลือกพันธุ์
- การผลิต
- การจัดการดินและน้ำ
- การควบคุมคุณภาพ
- การสี
- การแปรรูป
- บรรจุภัณฑ์
- การสร้างแบรนด์
- การเล่าเรื่องของสินค้า
- และการเชื่อมโยงตลาด
เป้าหมายคือเปลี่ยนจากการขายข้าวเป็นวัตถุดิบ ไปสู่สินค้าที่มีความแตกต่างและตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น
ลงร้อยเอ็ด-ขอนแก่น 17–18 ก.ย. หาโมเดลต้นแบบ
กรมการค้าภายในลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและขอนแก่นในวันที่ 17–18 กันยายน 2569 เพื่อติดตามกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพนำไปต่อยอดเป็นต้นแบบของโครงการ
ร้อยเอ็ด: โรงสี 120 ตันต่อวัน มี ISO และ HACCP
ที่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สาขานกเหาะ จังหวัดร้อยเอ็ด มีความพร้อมด้านการแปรรูปและควบคุมคุณภาพ
มีโรงสีกำลังผลิต 120 ตันต่อวัน โรงปรับปรุงคุณภาพข้าวสาร และห้องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO และ HACCP
กรมการค้าภายในมองว่าโครงสร้างแบบนี้ช่วยให้สหกรณ์สามารถพัฒนาข้าวหอมมะลิเป็นข้าวเกรดพรีเมียม สร้างแบรนด์ของตัวเอง และต่อยอดตลาดได้มากกว่าการขายข้าวเปลือกอย่างเดียว
ขอนแก่น: บ้านโสกจานมีโรงสีชุมชนและธนาคารน้ำใต้ดิน
อีกตัวอย่างคือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านโสกจาน จังหวัดขอนแก่น
จุดเด่นคือมีระบบการผลิตในระดับชุมชนตั้งแต่การจัดการดิน น้ำ การปลูกข้าว เกษตรผสมผสาน ไปจนถึงการสีและแปรรูป
มีโรงสีชุมชนที่ช่วยให้เกษตรกรรวบรวมและควบคุมคุณภาพผลผลิตได้เอง รวมถึงมี ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน และการทำเกษตรผสมผสานทั้งปลูกผักและเลี้ยงปศุสัตว์ ซึ่งกรมฯ มองว่าเป็นตัวอย่างของการลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่
เตรียมพัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต”
นายวิทยากรระบุว่า ขั้นต่อไปต้องทำให้คุณภาพของข้าวสามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางตลาดได้จริง
กรมฯ เตรียมจัดทำฐานข้อมูลคุณลักษณะของข้าวแต่ละประเภท ทั้งพันธุ์ ลักษณะเฉพาะ คุณค่าทางโภชนาการ และเรื่องราวของพื้นที่ เพื่อจับคู่กับความต้องการตลาด
ขณะเดียวกัน เตรียมพัฒนา ตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายสะท้อนกระบวนการผลิตและแปรรูปที่มีคุณภาพมาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ
สถานะตรงนี้คือ กำลังพัฒนา ยังไม่ควรเขียนว่ามีตรารับรองพร้อมใช้ทั่วประเทศแล้ว
ดัน Circular Economy และ Zero Waste
อีกส่วนของโครงการคือการนำแนวคิด Circular Economy และ Zero Waste มาใช้กับห่วงโซ่ข้าว
ตัวอย่างที่กรมฯ ระบุ เช่น
- อัดฟาง
- ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงานชีวมวล
- ใช้ผลพลอยได้ทำอาหารสัตว์
- ต่อยอดรำข้าวและปลายข้าวเป็นผลิตภัณฑ์อื่น
เป้าหมายคือใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือให้มากขึ้น ลดการสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มเติมจากสิ่งที่เดิมอาจเป็นของเหลือทิ้ง
อย่าเพิ่งตีความว่า “เข้าร่วมแล้วรายได้เพิ่มแน่นอน”
แม้ชื่อโครงการจะใช้คำว่า “เพิ่มรายได้เกษตรกร” แต่ต้องแยก เป้าหมาย ออกจาก ผลที่เกิดขึ้นจริง
ข่าวต้นทางยังไม่ได้ให้ตัวเลขว่า เกษตรกรในพื้นที่ตัวอย่างมีรายได้เพิ่มเฉลี่ยกี่บาทต่อไร่ หรือราคาข้าวเพิ่มขึ้นเท่าไรจากการเข้าร่วมโครงการ
ดังนั้น ณ ตอนนี้ สิ่งที่ยืนยันได้คือ รัฐกำลังสร้างระบบเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายข้าวมูลค่าสูงขึ้น
ยังไม่ใช่หลักฐานว่าเกษตรกรทุกกลุ่มจะมีรายได้เพิ่มแน่นอน
สินเชื่อข้าว 69/70 นบข.เห็นชอบแล้ว แต่ยังไม่ใช่อนุมัติจ่าย
อีกส่วนหนึ่งที่ต้องอ่านสถานะให้ชัด คือมาตรการรองรับผลผลิตข้าวนาปี ปีการผลิต 2569/70
กรมการค้าภายในระบุว่า เตรียมเดินหน้า
- โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี
- โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและเพิ่มมูลค่าโดยสถาบันเกษตรกร
มาตรการดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 แล้ว
แต่ข่าววันที่ 20 กันยายนระบุชัดว่า ยังต้อง ผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีต่อไป
จึงยังไม่ควรพาดว่า
“ครม.อนุมัติแล้ว”
หรือ
“เตรียมจ่ายแล้ว”
จนกว่าจะมีหลักฐานของขั้นตอนถัดไป
เกี่ยวอะไรกับชาวนา
จุดที่น่าสนใจของข้าวประณีตคือความพยายามทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์จาก “มูลค่าหลังเก็บเกี่ยว” มากขึ้น
หากชุมชนสามารถ
- ควบคุมคุณภาพ
- สีข้าวเอง
- แปรรูป
- สร้างแบรนด์
- และขายตรงเข้าสู่ตลาดที่ให้ราคาสูงกว่า
ก็มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ที่กลับถึงเกษตรกร
แต่สิ่งที่ต้องวัดต่อคือ
ต้นทุนเพิ่มเท่าไร
ขายได้จริงแค่ไหน
ตลาดซื้อซ้ำหรือไม่
และ
ส่วนต่างราคากลับถึงชาวนากี่บาท
เพราะการมีโรงสีหรือมีแบรนด์ยังไม่เท่ากับมีตลาดจริงโดยอัตโนมัติ
สรุป
ข่าวนี้จริงและเผยแพร่วันที่ 20 กันยายน 2569
กรมการค้าภายในกำลังเดินหน้า “ข้าวประณีต” โดยใช้ตัวอย่างจากร้อยเอ็ดและขอนแก่นเพื่อพัฒนาระบบข้าวคุณภาพสูง ตั้งแต่การผลิต การสี การแปรรูป มาตรฐาน การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการตลาด
สหกรณ์เกษตรวิสัย สาขานกเหาะ มีโรงสี 120 ตันต่อวันและมาตรฐาน ISO/HACCP ส่วนบ้านโสกจานมีโรงสีชุมชนและระบบธนาคารน้ำใต้ดิน
กรมฯ ยังเตรียมพัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” ต่อไป
แต่สิ่งที่ยังไม่ควรสรุปคือ โครงการนี้รับประกันรายได้เพิ่มให้เกษตรกรแล้ว และมาตรการสินเชื่อข้าว 69/70 แม้ผ่าน นบข. แล้ว ก็ยังต้องผ่านการพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีต่อครับ
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


