แชร์

“ใบน้อย” ดันวิจัยอ้อย CSB รับโลกเดือด-โรคใบขาว ตั้งเป้าวางแนวทางกระจายพันธุ์กว่า 4,000 ไร่ภายใน 1 ปี

อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ย. 2026
27 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. เดินหน้าวิจัยอ้อยลูกผสมชุด CSB เพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน โรค และแมลง พร้อมมอบหมายให้จัดทำแนวทางกระจายพันธุ์อ้อยในพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่ภายใน 1 ปี โดยเน้นพื้นที่ที่มีปัญหาโรคใบขาว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายการดำเนินงาน ไม่ใช่พื้นที่ที่กระจายพันธุ์สำเร็จแล้ว และต้นทางยังไม่ได้ประกาศว่าชาวไร่ทั่วประเทศสามารถขอรับพันธุ์ CSB ได้ทันที

สอน.สรุปงานวิจัยอ้อย CSB ที่เพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นาย ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เป็นประธานเปิดการสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานพัฒนาและวิจัยอ้อยลูกผสมชุด CSB ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ประจำปี 2569 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์

การสัมมนามีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และทีมวิจัยจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1-4 เข้าร่วม เพื่อนำเสนอผลการวิจัยและกำหนดทิศทางการพัฒนาพันธุ์อ้อยในระยะต่อไป

แม้โพสต์ต้นทางถูกเผยแพร่ในวันที่ 18 กันยายน แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 15 กันยายน จึงต้องแยกวันที่เผยแพร่ข่าวออกจากวันที่จัดกิจกรรมให้ชัดเจน

“ใบน้อย” ชี้พันธุ์อ้อยคือหัวใจรับมืออากาศ-โรคแมลง

นายใบน้อยระบุว่า การวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย เนื่องจากเกษตรกรกำลังเผชิญความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน

ทั้งสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ความไม่แน่นอนของฝน และสถานการณ์โรคกับแมลงในอ้อยที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลต่อผลผลิตและรายได้ของชาวไร่

โจทย์ที่ สอน.มอบให้ทีมนักวิจัยจึงไม่ใช่เพียงการสร้างพันธุ์ใหม่ แต่ต้องพยายามให้ได้พันธุ์ที่ ทนโรค ทนแมลง และให้ผลผลิตต่อไร่สูง เพื่อให้เหมาะกับสภาพการผลิตที่เปลี่ยนไป

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1-4 มีการร่วมพัฒนาอ้อยลูกผสมชุด CSB มาอย่างต่อเนื่อง และการประชุมครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลการดำเนินงานเพื่อกำหนดทิศทางต่อไป

เป้าหมายกว่า 4,000 ไร่ ต้องอ่านว่า “กำลังจะทำ”

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับเกษตรกร คือ นายใบน้อยมอบหมายให้จัดทำแนวทางการกระจายพันธุ์อ้อย ในพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายในเวลา 1 ปี

เป้าหมายคือให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายพันธุ์อ้อยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคใบขาว

ตรงนี้ต้องแยกสถานะให้ชัด เพราะต้นทางใช้ลักษณะคำสั่งให้ “จัดทำแนวทางการกระจายพันธุ์” ไม่ได้ระบุว่าอ้อยพันธุ์ CSB ถูกกระจายครบกว่า 4,000 ไร่แล้ว

และยังไม่มีรายละเอียดในโพสต์นี้ว่า 4,000 ไร่จะอยู่จังหวัดใดบ้าง เกษตรกรต้องสมัครอย่างไร ได้รับพันธุ์เมื่อไร หรือพันธุ์ CSB หมายเลขใดจะถูกใช้ในแต่ละพื้นที่

ดังนั้นจึงยังไม่ควรนำข่าวนี้ไปเขียนว่า “สอน.เปิดแจกพันธุ์อ้อย CSB 4,000 ไร่” เพราะสถานะยังไม่ถึงขั้นนั้น

โรคใบขาว ทำไมต้องเร่งเปลี่ยนพันธุ์

โรคใบขาวเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการปลูกอ้อยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า โรคเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมาและสามารถติดไปกับท่อนพันธุ์ รวมทั้งมีแมลงพาหะช่วยแพร่กระจาย ทำให้อ้อยเกิดอาการใบซีด แคระแกร็น และกระทบทั้งคุณภาพกับผลผลิต

แนวทางสำคัญจึงรวมถึงการใช้พันธุ์สะอาด การจัดการแปลงพันธุ์ และการลดการนำท่อนพันธุ์ที่มีเชื้อไปขยายต่อ

ดังนั้น หากการพัฒนา CSB สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่โรคระบาดได้จริง ก็อาจเพิ่มทางเลือกให้ชาวไร่ในอนาคต

แต่ผลลัพธ์นี้ยังต้องดูจากการทดลองและการปลูกจริงในพื้นที่ ไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่า CSB ทุกสายพันธุ์ทนโรคใบขาวแล้ว เพราะต้นทางไม่ได้ให้รายละเอียดระดับพันธุ์หรือผลทดสอบในข่าวนี้

Dragonfly เข้ามาเกี่ยวอย่างไร

ในการสัมมนายังมีการบรรยายเรื่อง การประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลง Dragonfly Application โดย น.ส.ประภาพร ภาชีรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญจาก GISTDA

Dragonfly เป็นเครื่องมือที่นำข้อมูลดาวเทียม ภูมิสารสนเทศ และข้อมูลภาคเกษตรมาใช้ประกอบการตัดสินใจระดับพื้นที่ เพื่อช่วยเกษตรกรติดตามสภาพแปลงและวางแผนการผลิตอย่างแม่นยำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในข่าวนี้ Dragonfly อยู่ในสถานะขององค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ถูกนำมาถ่ายทอดในงานสัมมนา ยังไม่มีข้อมูลว่าถูกนำไปใช้กับแปลงอ้อย CSB ทั้งหมด หรือเป็นเงื่อนไขของโครงการกระจายพันธุ์ 4,000 ไร่

เกษตรกรจะได้อะไรจากเรื่องนี้

หากการพัฒนาพันธุ์และการกระจายพันธุ์ทำได้ตามเป้าหมาย ประโยชน์ที่เกษตรกรคาดหวังได้คือมีทางเลือกพันธุ์อ้อยที่เหมาะกับสภาพอากาศและความเสี่ยงโรคในพื้นที่มากขึ้น

แต่คำว่า “พันธุ์ดี” ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเลขจริง เช่น

- ผลผลิตตันต่อไร่
- ค่า CCS
- ความสามารถในการไว้ตอ
- ความทนแล้งหรือทนฝนแปรปรวน
- ความทนต่อโรคและแมลง
- ต้นทุนการปลูกต่อหนึ่งตัน

ชาวไร่จึงไม่ควรตัดสินใจเปลี่ยนพันธุ์จากชื่อ CSB เพียงอย่างเดียว แต่ควรรอข้อมูลผลทดสอบของพันธุ์ที่แนะนำสำหรับแต่ละพื้นที่ รวมถึงแหล่งพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง

นาดีดีชวนจับตา 3 เรื่อง

เรื่องแรกคือ สอน.จะเลือกพันธุ์ CSB ใดเข้าสู่การกระจายพันธุ์ และแต่ละพันธุ์เหมาะกับพื้นที่แบบไหน

เรื่องที่สองคือ เป้าหมายกว่า 4,000 ไร่จะลงพื้นที่ใด เกษตรกรจะเข้าร่วมผ่านช่องทางไหน และเริ่มเมื่อไร

เรื่องที่สามคือ ผลทดลองจริง ว่าพันธุ์ที่นำไปกระจายสามารถเพิ่มผลผลิต รักษา CCS และลดความเสียหายจากโรคใบขาวได้มากเพียงใด

สรุปสถานะ

ณ วันที่เผยแพร่ข้อมูล สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ สอน.จัดสัมมนาสรุปผลงานวิจัยอ้อยลูกผสมชุด CSB และกำหนดโจทย์ให้นักวิจัยเร่งพัฒนาพันธุ์ให้ตอบรับสภาพอากาศ โรค และแมลงที่เปลี่ยนไป

สิ่งที่ยังเป็นเป้าหมายคือ การจัดทำแนวทางกระจายพันธุ์ในพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่ภายใน 1 ปี เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายพันธุ์ในพื้นที่โรคใบขาว

ยังไม่มีข้อมูลในต้นทางว่าการกระจายพันธุ์ครบ 4,000 ไร่เกิดขึ้นแล้ว หรือเกษตรกรทั่วไปสามารถเข้าไปรับพันธุ์ได้ทันที

สำหรับชาวไร่อ้อย ข่าวนี้จึงควรอ่านว่า งานวิจัยพันธุ์กำลังถูกเร่งให้ลงถึงแปลงจริง มากกว่าข่าวเปิดแจกพันธุ์ และสิ่งที่จะชี้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ คือผลผลิต CCS ความทนโรค และต้นทุนของชาวไร่เมื่อปลูกจริง

ที่มา : Facebook

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้