แชร์

เจอปลาหมอคางดำในนา ทำยังไง? เปิดวิธีรับมือก่อนลามเข้าคลองและบ่อเลี้ยง

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
18 ผู้เข้าชม

หลังกรมประมงยืนยันพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ความกังวลไม่ได้อยู่แค่ในเขื่อน แต่รวมถึงคูน้ำ คลองชลประทาน พื้นที่นา และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำที่เชื่อมโยงกันด้วย นาดีดีรวบรวมแนวทางจากกรมประมงว่า หากเกษตรกรพบปลาหมอคางดำในพื้นที่เกษตร ควรทำอะไร และอะไรไม่ควรทำ

ยืนยันแล้วว่าพบในเขื่อนลำปาว

วันที่ 8 กันยายน 2569 นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตัวอย่างปลาที่จับได้ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวและส่งให้กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ตรวจพิสูจน์ ได้รับการยืนยันว่าเป็น ปลาหมอคางดำ จริง

หลังจากนั้นมีการพบเพิ่มต่อเนื่อง โดยข้อมูลช่วงวันที่ 16 กันยายนระบุว่าจับได้สะสม 41 ตัว แต่ประมงจังหวัดยังประเมินว่าการกระจายตัวยังอยู่ในวงจำกัด และยังไม่ถึงขั้นชุกชุมทั่วพื้นที่

ดังนั้น ข่าวนี้ควรเข้าใจว่า “พบและต้องเฝ้าระวัง” ไม่ใช่ “ระบาดทั่วกาฬสินธุ์แล้ว”

ถ้าพบในพื้นที่นา ต้องทำอย่างไร

กรมประมงมีหลักสำคัญที่ใช้ได้กับการพบปลาในแหล่งน้ำทั่วไป คือ จับขึ้นแล้วอย่าปล่อยกลับ

เหตุผลคือ หากปลาที่จับได้ยังมีชีวิตและถูกปล่อยกลับลงแหล่งน้ำ ก็ยังสามารถขยายพันธุ์หรือกระจายไปยังพื้นที่อื่นต่อได้

กรมประมงระบุว่า หากจับปลาหมอคางดำได้ในแหล่งน้ำ ให้จับขึ้นทันที และไม่ควรปล่อยกลับลงน้ำ

หากเกษตรกรพบในคันนา คูน้ำ หรือร่องน้ำในแปลง จึงควรนำปลาออกจากระบบน้ำให้มากที่สุด โดยใช้แห อวน ลอบ หรือเครื่องมือจับปลาที่เหมาะสมกับพื้นที่

จับได้แล้วเอาไปทำอะไร

ปลาหมอคางดำสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้

ข้อมูลกรมประมงระบุว่า หากประชาชนจับปลาหมอคางดำได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถนำไปบริโภคหรือขายได้ แต่ควรทำให้ปลาตายก่อนเคลื่อนย้ายหรือจำหน่าย เพื่อป้องกันการหลุดรอดไปตั้งประชากรในพื้นที่ใหม่

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการเคลื่อนย้ายปลามีชีวิตจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งอาจกลายเป็นการพาปัญหาไปยังแหล่งน้ำใหม่โดยไม่ตั้งใจ

ห้ามใช้ยาเบื่อหรือสารเคมีในคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติ

นี่เป็นจุดที่เกษตรกรต้องระวังมากที่สุด

กรมประมงระบุชัดว่า ไม่ควรใช้ กากชา สารเคมี หรือยาเบื่อ เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะสารดังกล่าวไม่ได้ออกฤทธิ์เฉพาะปลาหมอคางดำ แต่สามารถทำให้สัตว์น้ำชนิดอื่นตายและสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ อีกทั้งอาจเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

ดังนั้น หากปลาที่พบอยู่ในคลองสาธารณะ หนอง บึง ลำน้ำ หรือคูน้ำที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติ วิธีหลักควรเป็นการจับออกและแจ้งหน่วยงานประมง ไม่ใช่เทสารกำจัดปลาลงน้ำ

ถ้านาข้าวอยู่ติดกับบ่อเลี้ยงปลา ต้องระวังน้ำเข้า

สำหรับเกษตรกรที่มีทั้งพื้นที่นาและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือ กรองน้ำก่อนสูบเข้าสู่บ่อ

กรมประมงมีคำแนะนำให้กรองน้ำทุกครั้งที่นำน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้าสู่บ่อเลี้ยง โดยอาจใช้ถุงกรองหลายชั้นหรืออวนไนลอนขนาดตาถี่ เพื่อป้องกันทั้งไข่ ลูกปลา และปลาขนาดเล็กเข้ามาในระบบ

แนวทางของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคายระบุว่า หากสูบน้ำเข้าฟาร์ม ควรใช้อวนไนลอนขนาด 20 ช่องตาต่อนิ้วหรือเล็กกว่า และตรวจระบบกรองอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าหลุดเข้า “บ่อเลี้ยง” จัดการต่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติ

กรณีปลาหมอคางดำหลุดเข้าไปอยู่ในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สามารถควบคุมน้ำได้ กรมประมงแนะนำให้รีบกำจัดออก โดยใช้เครื่องมือ เช่น แห อวน หรือลอบ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเตรียมบ่อหรือจัดการบ่อระบบปิด กรมประมงมีแนวทางใช้กากชาเพื่อลดปลาที่หลุดรอดอยู่ในบ่อ รวมถึงตากบ่อให้แห้งก่อนเริ่มรอบการเลี้ยงใหม่ในกรณีที่เคยพบการระบาด

แต่ต้องแยกให้ชัดว่า กากชาในบ่อเลี้ยงกับกากชาในคลองธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การใช้ในบ่อควบคุมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางจัดการบ่อ แต่การนำไปหว่านในแหล่งน้ำธรรมชาติไม่ควรทำ

ถ้าพบในพื้นที่ใหม่ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่

กรมประมงแนะนำว่า หากพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำใกล้บ่อเลี้ยงหรือในพื้นที่ที่ไม่เคยมีรายงาน ควรรีบแจ้งกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัด เพื่อให้เข้าตรวจสอบและวางแนวทางควบคุม

โดยเฉพาะพื้นที่นาที่เชื่อมกับคลองชลประทาน เพราะในช่วงน้ำมาก พื้นที่นา คูน้ำ บ่อเลี้ยง และแหล่งน้ำสาธารณะอาจเชื่อมต่อกันชั่วคราว ทำให้สัตว์น้ำเคลื่อนย้ายระหว่างพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

ปลาหมอคางดำเข้าพื้นที่นา จะทำลายข้าวหรือไม่

จุดนี้ต้องไม่สร้างความเข้าใจผิด

ปลาหมอคางดำไม่ใช่ศัตรูพืชที่เข้ามากัดกินต้นข้าวโดยตรงแบบแมลงหรือหอยเชอรี่

ความเสี่ยงสำคัญคือ ระบบนิเวศสัตว์น้ำ

ปลาชนิดนี้สามารถแข่งขันกับสัตว์น้ำพื้นถิ่นและกินสัตว์น้ำขนาดเล็กได้ หากเข้าไปตั้งประชากรในคูน้ำ คลองชลประทาน หรือบ่อเลี้ยง ก็อาจกระทบสัตว์น้ำพื้นเมืองและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร

กรมประมงจึงมีแผนควบคุมและกำจัดประชากรปลาหมอคางดำ โดยเน้นการจับออกจากแหล่งน้ำ การป้องกันไม่ให้แพร่สู่พื้นที่ใหม่ และการนำปลาที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์

นาดีดีสรุปให้จำง่าย

ถ้าเกษตรกรพบปลาหมอคางดำในนา คูน้ำ หรือพื้นที่เกษตร ให้จำ 6 ข้อนี้

1. จับออกทันที
อย่าปล่อยกลับลงน้ำ

2. ถ้าจะเคลื่อนย้าย ให้ทำให้ปลาตายก่อน
ลดความเสี่ยงหลุดรอดไปพื้นที่ใหม่

3. อย่าใช้ยาเบื่อหรือสารเคมีในแหล่งน้ำธรรมชาติ
เสี่ยงฆ่าสัตว์น้ำอื่นและทำลายระบบนิเวศ

4. กรองน้ำก่อนสูบเข้าบ่อเลี้ยง
โดยเฉพาะหากใช้น้ำจากคลองหรือพื้นที่ที่เริ่มมีรายงานพบ

5. หากหลุดเข้าบ่อเลี้ยง ให้รีบจับกำจัดต่อเนื่อง
และจัดการบ่อตามคำแนะนำของกรมประมง

6. ถ้าพบในพื้นที่ใหม่ ให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัด
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจยืนยันและจำกัดวงเร็วที่สุด

สถานการณ์ล่าสุดที่เขื่อนลำปาวทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งหรือภาคกลางอีกต่อไป การป้องกันจึงควรเริ่มตั้งแต่ก่อนปลาเข้าสู่ระบบน้ำของแปลงและบ่อเลี้ยง

หลักง่ายที่สุดคือ “เจอเร็ว จับเร็ว ไม่ปล่อยกลับ และไม่ใช้สารมั่วในแหล่งน้ำ”

ที่มา : กรมประมง

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้