แชร์

“วันนี้สูบน้ำเข้านา พรุ่งนี้อาจต้องระวังน้ำเหนือ!” ชาวนาชัยนาทเจอศึกสองด้าน ข้าวกำลังตั้งท้อง

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ย. 2026
48 ผู้เข้าชม

ชาวนาจังหวัดชัยนาทกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำที่มีความแตกต่างกันอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน หลังเกษตรกรบางพื้นที่ต้องเร่งสูบน้ำเข้าแปลงเพื่อประคองต้นข้าวที่กำลังเข้าสู่ระยะตั้งท้อง ขณะที่กรมชลประทานกำลังบริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความผันผวนของสภาพอากาศและความซับซ้อนของการบริหารน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งไม่สามารถมองเพียงว่าช่วงเวลาหนึ่ง “น้ำมาก” หรือ “น้ำน้อย” ได้เหมือนกันทุกพื้นที่

ข้อมูลจากพื้นที่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่า เกษตรกรบริเวณ ต.เขาท่าพระ และ ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท ต้องเร่งสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงเข้าแปลงนา หลังปริมาณฝนในพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ

ข้าวบางส่วนอยู่ในช่วงตั้งท้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในระยะสำคัญก่อนออกรวง การได้รับน้ำอย่างเพียงพอในช่วงดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาของรวงและผลผลิต

เกษตรกรจึงต้องรักษาระดับน้ำในแปลง แม้จะต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมจากการใช้เครื่องสูบน้ำและเชื้อเพลิง

บางแปลงกลัวขาดน้ำ แต่แม่น้ำกำลังเตรียมรับน้ำเหนือ

ในเวลาเดียวกัน สถานการณ์ในแม่น้ำเจ้าพระยากลับมีโจทย์อีกด้าน

กรมชลประทานติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด และเขื่อนเจ้าพระยาได้ทยอยปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงสู่ภาคกลาง

สำนักงานชลประทานที่ 12 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ได้ติดตามภาพรวมสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการ และการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำในช่วงต่อจากนี้

สถานการณ์จึงทำให้พื้นที่เกษตรบางแห่งเกิดภาพที่ดูขัดแย้งกัน

ขณะที่ชาวนาบางรายต้องสูบน้ำเพื่อรักษาข้าวไม่ให้ขาดน้ำ ระบบบริหารจัดการน้ำของลุ่มเจ้าพระยากลับต้องเตรียมพื้นที่รองรับน้ำที่กำลังเดินทางลงมาจากภาคเหนือ

ชาวนาที่ยังไม่ได้ปลูกเจออีกหนึ่งโจทย์

นอกจากเกษตรกรที่มีข้าวอยู่ในแปลงแล้ว ชาวนาบางพื้นที่ที่ยังไม่ได้เริ่มเพาะปลูกกำลังเผชิญการตัดสินใจที่ยากไม่แพ้กัน

เกษตรกรประเมินว่า หากในช่วงประมาณ 20–30 วันข้างหน้ายังไม่มีฝนตกเพียงพอ อาจจำเป็นต้องยกเลิกการเพาะปลูกในฤดูกาลนี้

เหตุผลคือ หากเริ่มปลูกล่าช้าเกินไป ระยะการเจริญเติบโตของข้าวอาจไปตรงกับช่วงที่อุณหภูมิลดลงในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต

การตัดสินใจจึงไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่ามีน้ำสำหรับเริ่มปลูกหรือไม่ แต่ต้องคำนวณต่อไปถึงช่วงอายุข้าว สภาพอากาศในอนาคต และความเสี่ยงก่อนถึงวันเก็บเกี่ยวด้วย

“น้ำมาก–น้ำน้อย” สามารถเกิดพร้อมกันได้

กรณีของชัยนาทสะท้อนความท้าทายของภาคเกษตรในยุคที่สภาพอากาศมีความผันผวนมากขึ้น

ฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอทำให้พื้นที่หนึ่งอาจมีน้ำไม่เพียงพอ ขณะที่มวลน้ำจากฝนในพื้นที่ตอนบนสามารถเดินทางลงมาสร้างแรงกดดันให้พื้นที่ปลายน้ำในช่วงถัดไป

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูก การรักษาระดับน้ำสำหรับกิจกรรมต่างๆ และการเตรียมพื้นที่รองรับมวลน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น

ส่วนเกษตรกรเองต้องติดตามข้อมูลมากกว่าเพียงพยากรณ์ฝนในพื้นที่ของตน

ทั้งปริมาณน้ำเหนือ การระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำในคลองชลประทาน และระยะการเจริญเติบโตของข้าว ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจในแปลง

โดยเฉพาะชาวนาที่ข้าวกำลังเข้าสู่ช่วงตั้งท้อง การรักษาน้ำให้เพียงพอในวันนี้มีความสำคัญต่อผลผลิต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่อธิบายได้ด้วยประโยคเดียวว่า

*วันนี้อาจต้องสูบน้ำเข้านา แต่วันข้างหน้าอาจต้องเตรียมรับน้ำที่ไหลลงมาจากเหนือ**

และสำหรับชาวนาในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ความสามารถในการรู้สถานการณ์ให้เร็วและปรับตัวให้ทัน อาจมีความสำคัญไม่แพ้น้ำที่มีอยู่ในแปลง

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ชาวนา #ชัยนาท #ข้าว #นาข้าว #ข้าวตั้งท้อง #เขื่อนเจ้าพระยา #น้ำเหนือ #สถานการณ์น้ำ #กรมชลประทาน #ฝนทิ้งช่วง #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้