ข้าวโพดกำลังออก 79% พาณิชย์สั่งโรงงาน “ห้ามหยุดซื้อ–ห้ามกดราคา” เจอต่ำกว่าประกาศให้ตรวจทันที

กระทรวงพาณิชย์สั่งกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิดในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก กำชับโรงงานอาหารสัตว์ให้รับซื้ออย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดรับซื้อ และต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ราคา ขณะที่กรมการค้าภายในตรวจโรงงาน 24 แห่งใน 16 จังหวัด ยังไม่พบโรงงานจงใจหยุดรับซื้อ พร้อมเร่งตรวจเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น และหลักเกณฑ์หักราคาเพื่อคุ้มครองเกษตรกร
*นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์** เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด เพื่อดูแลราคาและช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกร
โดยเป็นการดำเนินการตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
กระทรวงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งผลิตและแหล่งรับซื้อ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หากพบการรับซื้อต่ำกว่าราคาตามประกาศหรือมีการหยุดรับซื้อ ต้องรายงานและตรวจสอบโดยด่วน และหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
ก.ย.–ธ.ค. ข้าวโพดออกประมาณ 79% ของทั้งประเทศ
เหตุผลที่ภาครัฐต้องเพิ่มความเข้มงวดในช่วงนี้ เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังเข้าสู่ช่วงออกสู่ตลาดจำนวนมาก
กรมการค้าภายในประเมินว่า ในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 จะมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดประมาณ 79% ของผลผลิตทั้งประเทศ
พื้นที่ปลูกสำคัญมีทั้งเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี รวมถึงแหล่งผลิตอื่นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก เกษตรกรมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านราคา คิวรับซื้อ และความสามารถของจุดรับซื้อในการรองรับสินค้า
ตรวจ 24 โรงงาน 16 จังหวัด ยังไม่พบจงใจหยุดซื้อ
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ผลการตรวจสอบโรงงานอาหารสัตว์ 24 แห่งใน 16 จังหวัด ยังไม่พบโรงงานใดจงใจหยุดรับซื้อ
การรับซื้อโดยรวมสอดคล้องกับกำลังการผลิตและปริมาณสต็อกของโรงงาน
สำหรับข้าวโพดความชื้น 14.5% ราคาตามประกาศในพื้นที่สมุทรปราการและชลบุรีอยู่ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่โรงงานที่ตรวจสอบบางแห่งรับซื้ออยู่ประมาณ 9.90–10.00 บาทต่อกิโลกรัม
ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในยังลงตรวจโรงงาน CPF อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พบว่า ณ วันที่ตรวจ โรงงานยังสามารถรับซื้อข้าวโพดเพิ่มเติมได้ และแสดงราคารับซื้อข้าวโพดความชื้นไม่เกิน 14.5% แยกตามคุณภาพตั้งแต่ 9.75–10.10 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ราคาหน้าโรงงานดังกล่าวไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับราคาที่เกษตรกรขายหน้าแปลงได้โดยตรง เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านความชื้น คุณภาพ สิ่งเจือปน ระยะทาง และต้นทุนการขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง
รับต่ำกว่าราคาประกาศ ต้องดูว่าหักอะไร
นายกรนิจระบุว่า หากพบโรงงานรับซื้อในราคาต่ำกว่าราคาตามประกาศ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเกิดจากการปรับราคาตามความชื้น เกรดของข้าวโพด หรือสิ่งเจือปนตามหลักเกณฑ์หรือไม่
หากเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคุณภาพสินค้า จะประสานหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่เข้าร่วมพิจารณา
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากราคาข้าวโพดแต่ละล็อตอาจแตกต่างกันตามคุณภาพและความชื้น
การเห็นราคาต่ำกว่าตัวเลขอ้างอิงจึงไม่ได้หมายความว่าเกิดการกดราคาโดยอัตโนมัติ แต่ผู้รับซื้อต้องสามารถอธิบายการปรับลดราคาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
“ชื้นต้องชัวร์ น้ำหนักต้องตรง”
กรมการค้าภายในปูพรมตรวจจุดรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ 22 จังหวัด โดยให้ความสำคัญกับเครื่องวัดความชื้น เครื่องชั่งน้ำหนัก การแสดงราคารับซื้อ และหลักเกณฑ์การปรับเพิ่มหรือลดราคาตามคุณภาพ
เครื่องชั่งต้องถูกต้อง เที่ยงตรง และมีเครื่องหมายรับรองตามกฎหมาย
เครื่องวัดความชื้นต้องเป็นเครื่องที่ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ ขณะที่จุดรับซื้อต้องแสดงราคาให้เกษตรกรเห็นอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจขาย
หากผู้ประกอบการไม่แสดงราคารับซื้อ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
กรณีแสดงราคาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีกดราคารับซื้อหรือกักตุนสินค้า อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
พาณิชย์ขอเกษตรฯ ดูต้นทุนจริงของชาวไร่
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กระทรวงพาณิชย์ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวโพดให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกษตรกรกำลังเผชิญ
นายกรนิจระบุว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมพิจารณาปรับราคาให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพื่อดูแลห่วงโซ่ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ถูกขอให้ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิต โดยเฉพาะความชื้น เพื่อให้ข้าวโพดเป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถรับซื้อได้ตามคุณภาพ
4 เดือนนี้คือช่วงวัดมาตรการของจริง
เมื่อข้าวโพดประมาณ 79% ของผลผลิตทั้งประเทศกำลังทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงกันยายนถึงธันวาคม สิ่งที่ต้องจับตาคือความสามารถของโรงงานและจุดรับซื้อในการรองรับผลผลิต
หากโรงงานรับซื้ออย่างต่อเนื่อง การบริหารคิวเป็นปกติ และการชั่งน้ำหนักกับวัดความชื้นเป็นธรรม ก็จะช่วยลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร
แต่หากเกษตรกรในพื้นที่พบปัญหาหยุดรับซื้อ รับซื้อต่ำกว่าหลักเกณฑ์ เครื่องชั่งหรือเครื่องวัดความชื้นผิดปกติ สามารถร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
กรมการค้าภายในเปิดสายด่วน 1569 และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
เพราะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด...
สิ่งที่เกษตรกรต้องการไม่ใช่เพียง “มีราคาอ้างอิง”
แต่ต้องมี จุดรับซื้อจริง รับซื้ออย่างต่อเนื่อง และคำนวณราคาจากคุณภาพอย่างโปร่งใส
นั่นจึงจะเป็นตัววัดว่ามาตรการกำกับตลาดสามารถเดินจากประกาศของภาครัฐไปถึงเงินที่เกษตรกรได้รับจริงหรือไม่
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ข้าวโพด #ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ #ราคาข้าวโพด #ชาวไร่ข้าวโพด #กรมการค้าภายใน #กระทรวงพาณิชย์ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #เกษตรกร #เครื่องวัดความชื้น #เครื่องชั่ง #1569


