ฝนก็ตก แล้วทำไมน้ำยังน้อย? 4 อ่างใหญ่โคราชไม่ถึงครึ่ง ลำตะคองเหลือน้ำใช้การ 28.02%

แม้หลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมาจะมีฝนตกในช่วงที่ผ่านมา แต่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลล่าสุดพบว่า 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลักยังมีปริมาณน้ำรวมไม่ถึงครึ่งของความจุ ขณะที่อ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 28.02%
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดในช่วงที่มีฝนตก ปริมาณน้ำสำรองในอ่างจึงยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ตำแหน่งและลักษณะของฝน
ฝนที่ตกในเขตเมืองหรือพื้นที่เกษตรไม่ได้หมายความว่าน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำโดยตรง ปริมาณน้ำเข้าอ่างขึ้นอยู่กับฝนที่ตกในพื้นที่รับน้ำเหนืออ่าง ความต่อเนื่องของฝน ความชุ่มชื้นของดิน และปริมาณน้ำท่าที่ไหลลงสู่แหล่งเก็บน้ำ
หากฝนตกกระจายหรือตกอยู่นอกพื้นที่รับน้ำ แม้ประชาชนจะรู้สึกว่ามีฝนตกบ่อย แต่ระดับน้ำในอ่างอาจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
ลำตะคองต้องดู “น้ำใช้การ” ไม่ใช่แค่น้ำทั้งหมด
สำหรับอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำสำคัญของนครราชสีมา ตัวเลขที่ควรจับตาคือปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 28.02%
น้ำที่อยู่ภายในอ่างทั้งหมดไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ทุกส่วน เนื่องจากมีปริมาณน้ำบางส่วนอยู่ต่ำกว่าระดับที่สามารถระบายหรือบริหารจัดการเพื่อการใช้งานได้ตามปกติ
ดังนั้น การประเมินความมั่นคงด้านน้ำสำหรับภาคเกษตรและการใช้น้ำในช่วงต่อไป จึงควรพิจารณา “น้ำใช้การ” ควบคู่กับปริมาณน้ำรวมในอ่าง
นอกจากลำตะคองแล้ว ยังต้องติดตามสถานการณ์ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งอื่น ได้แก่ ลำพระเพลิง มูลบน และลำแชะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจัดสรรน้ำในพื้นที่นครราชสีมา
ฝนวันนี้ กับน้ำสำรองหลายเดือน เป็นคนละเรื่อง
สำหรับพื้นที่เกษตร ฝนที่ตกในช่วงฤดูเพาะปลูกสามารถช่วยลดความต้องการใช้น้ำจากระบบชลประทานได้โดยตรง
แต่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีความสำคัญในอีกมิติหนึ่ง เพราะเป็นน้ำสำรองสำหรับช่วงที่ฝนลดลงหรือหยุดตก รวมถึงการใช้น้ำในฤดูแล้งและฤดูเพาะปลูกถัดไป
จึงเป็นไปได้ที่เกษตรกรจะเห็นฝนตกในพื้นที่ของตัวเอง ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างยังเพิ่มขึ้นไม่มาก
สิ่งสำคัญคือฝนต้องตกในพื้นที่รับน้ำเหนืออ่างในปริมาณเพียงพอ จึงจะทำให้เกิดน้ำท่าไหลเข้าอ่างอย่างมีนัยสำคัญ
เกษตรกรควรจับตาอะไรต่อ?
ในช่วงต่อจากนี้ ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าจังหวัดนครราชสีมาจะมีฝนตกอีกกี่วัน แต่ต้องติดตามว่าฝนดังกล่าวตกบริเวณใด และสร้างปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับเกษตรกรที่พึ่งพาระบบชลประทาน การติดตามปริมาณน้ำใช้การและแผนจัดสรรน้ำของหน่วยงานในพื้นที่จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนเพาะปลูก
โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝน ปริมาณน้ำที่สามารถสะสมไว้ในอ่างจะกลายเป็นทุนสำคัญสำหรับการบริหารน้ำในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ดังนั้น แม้ฝนที่ตกในช่วงนี้จะเป็นสัญญาณบวก แต่ตัวเลขน้ำใช้การของลำตะคองที่ประมาณ 28.02% ยังสะท้อนว่า สถานการณ์น้ำของนครราชสีมายังไม่ควรถูกมองข้าม
คำถามสำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า
*“ฝนจะตกอีกหรือไม่?”**
แต่คือ
“ก่อนหมดฤดูฝน น้ำจะเข้า 4 อ่างใหญ่ได้อีกเท่าไร?”
เพราะตัวเลขนั้นจะมีผลโดยตรงต่อการบริหารน้ำและการวางแผนเพาะปลูกของเกษตรกรโคราชในช่วงต่อไป
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #นครราชสีมา #โคราช #ลำตะคอง #อ่างเก็บน้ำ #สถานการณ์น้ำ #น้ำเพื่อการเกษตร #ชลประทาน #เกษตรกร #ฝนตก


