จีนซื้อผลไม้ไทยเยอะ แต่อย่าฝากไว้ตลาดเดียว! พาณิชย์พา 10 ธุรกิจบุกเซี่ยงไฮ้ จับคู่ผู้ซื้อจีนกว่า 20 ราย

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายเครือข่ายตลาดผลไม้และผลไม้แปรรูปไทยในประเทศจีน นำผู้ประกอบการไทยที่ผ่านการคัดเลือก 10 รายบุกนครเซี่ยงไฮ้ เข้าร่วมงาน China International Fruit Expo 2026 พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนกว่า 20 ราย และลงพื้นที่สำรวจช่องทางค้าปลีก เพื่อศึกษาความต้องการของตลาดก่อนนำข้อมูลกลับมาพัฒนาสินค้าไทย
กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 ภายใต้ “โครงการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs รุกตลาด FTA (ผลไม้และผลไม้แปรรูป)” โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยแพร่ผลการดำเนินงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569
*นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ** เปิดเผยว่า จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง จากทั้งกำลังซื้อและความต้องการสินค้าเกษตรและผลไม้ที่หลากหลาย จึงยังมีโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย
ผู้ประกอบการ 10 รายที่เดินทางไปครั้งนี้ผ่านกระบวนการคัดเลือกจากโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ โดยครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งผลไม้สด ผลไม้แช่เย็นและแช่แข็ง ผลไม้อบแห้งและอบกรอบ ผลไม้ในน้ำเชื่อม น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปประเภทต่างๆ
จากอบรมในไทย สู่การเจอผู้ซื้อจริงในจีน
โครงการเริ่มต้นจากผู้สมัครมากกว่า 70 ราย ก่อนคัดเลือก 20 รายเข้าสู่การอบรมเชิงลึก หรือ Boot Camp เพื่อเตรียมความพร้อมด้าน FTA กฎระเบียบการค้า มาตรการ GACC พฤติกรรมผู้บริโภคจีน การตลาด และการจัดทำแผนธุรกิจ
จากนั้นมีการ Pitching เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายเดินทางไปทดสอบตลาดจริงที่เซี่ยงไฮ้
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการเข้าร่วม China International Fruit Expo 2026 ณ Shanghai New International Expo Centre หรือ SNIEC เพื่อศึกษาทิศทางสินค้าและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลไม้
แต่กิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การเข้าชมงาน
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังจัด Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการจีนมากกว่า 20 ราย เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายนำเสนอสินค้า เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการของตลาด และสร้างเครือข่ายสำหรับต่อยอดการค้า
พาไปดูถึงชั้นวาง ว่าคนจีนกำลังซื้ออะไร
อีกกิจกรรมที่มีความสำคัญคือการสำรวจตลาดจริงในนครเซี่ยงไฮ้
คณะผู้ประกอบการไทยเข้าเยี่ยมชม Metro Supermarket และ City’Super ซึ่งเป็นช่องทางค้าปลีกที่ช่วยให้เห็นพฤติกรรมและการแข่งขันของสินค้าในตลาดจีนได้ชัดเจนขึ้น
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องศึกษาไม่ได้มีเพียงชนิดของผลไม้ที่วางจำหน่าย
แต่รวมถึงระดับราคา รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ขนาดสินค้า มาตรฐาน คุณภาพ สินค้าคู่แข่ง และตำแหน่งทางการตลาด
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้พัฒนาสินค้าไทยให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากกว่าการผลิตสินค้าออกมาก่อนแล้วค่อยพยายามหาผู้ซื้อภายหลัง
จีนซื้อผลไม้ไทยถึง 2 ใน 3 แต่ต้องขยาย “ฐานผู้ซื้อ”
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้ไปตลาดโลกมูลค่ามากกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นผลไม้สดประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์ และผลไม้แปรรูปประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์
จีนเป็นตลาดสำคัญที่สุด คิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งโอกาสและความสำคัญของตลาดจีนต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
การขยายตลาดจึงไม่ได้หมายความเพียงการหาประเทศใหม่ แต่ยังรวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า โมเดิร์นเทรด โรงแรม ร้านอาหาร และช่องทางจำหน่ายใหม่ภายในตลาดจีนด้วย
ยิ่งมีฐานผู้ซื้อหลากหลาย ผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทยก็ยิ่งมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคหลายกลุ่มมากขึ้น
ไทยมีแต้มต่อ FTA แต่ตลาดไม่ได้ดูแค่ภาษี
ผลไม้และผลไม้แปรรูปไทยได้รับประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน หรือ ACFTA และความตกลง RCEP โดยสินค้าหลายรายการได้รับสิทธิภาษีนำเข้า 0%
สิทธิทางภาษีช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าไทยจะสามารถขายได้โดยอัตโนมัติ
ผู้ประกอบการยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานของจีน รวมถึงพัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และระบบส่งมอบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ
สำหรับเกษตรกร เรื่องนี้มีความเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทาง เพราะมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิตในสวนจะเป็นจุดเริ่มต้นของสินค้าที่ถูกนำเข้าสู่ห่วงโซ่ส่งออก
เปิดตลาดแล้ว ต้องเดินต่อถึงคำสั่งซื้อ
กิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนกว่า 20 รายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายทางการค้า แต่ยังไม่ควรถูกตีความว่าเกิดคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อทั้ง 20 รายแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจารายละเอียดสินค้า ราคา ปริมาณ มาตรฐาน และเงื่อนไขการส่งมอบ ก่อนที่จะเกิดการซื้อขายจริง
ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามหลังจบกิจกรรมคือ ผู้ประกอบการไทยสามารถเปลี่ยนการพบปะครั้งนี้ให้กลายเป็นคู่ค้าหรือคำสั่งซื้อได้มากน้อยเพียงใด
เพราะสำหรับภาคเกษตร เป้าหมายสุดท้ายของการเปิดตลาดไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้งของการเจรจา
แต่อยู่ที่ว่า...
“ตลาดใหม่และผู้ซื้อใหม่ สามารถสร้างคำสั่งซื้อกลับมาถึงผลผลิตของเกษตรกรไทยได้มากแค่ไหน?”
หากสามารถเชื่อมตั้งแต่สวน ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก ไปจนถึงผู้ซื้อในตลาดจีนได้ต่อเนื่อง การขยายฐานคู่ค้าในเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ก็อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสให้ผลไม้ไทยในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ผลไม้ไทย #เกษตรกร #ตลาดจีน #เซี่ยงไฮ้ #ส่งออกผลไม้ #กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ #กระทรวงพาณิชย์ #FTA #RCEP #ACFTA #ChinaInternationalFruitExpo2026


