แชร์

เปิดตลาด WTO แล้ว “หอม–มัน–กระเทียมไทย” จะกระทบไหม? สุริยะเคาะหลักการนำเข้า พร้อมวางเงื่อนไขกาแฟ–หนุนผลิตในประเทศ

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2026
33 ผู้เข้าชม

คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์เห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก หรือ WTO สำหรับหอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง และกระเทียม พร้อมเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขบริหารการนำเข้าเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟ โดยย้ำว่าการเปิดตลาดต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลผลกระทบและเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสุริยะระบุว่า การพิจารณาประเด็นต่างๆ ต้องดำเนินการอย่างละเอียด รอบคอบ และสมเหตุสมผล โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ

หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมคือการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีภายใต้ความตกลง WTO

หอมหัวใหญ่–มันฝรั่ง เปิดตลาดช่วงปี 2569–2571

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณี WTO ในช่วงปี 2569–2571 สำหรับสินค้า ได้แก่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ทั้งชนิดแห้งเป็นผงและไม่เป็นผง หัวพันธุ์มันฝรั่ง และมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป

ส่วนสินค้ากระเทียม ที่ประชุมเห็นชอบการเปิดตลาดตามพันธกรณี WTO สำหรับช่วงปี 2570–2571

หลังจากนี้ ฝ่ายเลขานุการจะเตรียมนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดังนั้น มติครั้งนี้ยังไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการเปิดนำเข้าสินค้าทั้งหมดอย่างเสรีและไม่มีข้อจำกัดในทันที

รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข ปริมาณ การบริหารโควตา และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป

กาแฟเห็นชอบ “ในหลักการ” พร้อมทบทวนการผลิตในประเทศ

อีกวาระที่ได้รับความสนใจคือเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟภายใต้ความตกลง WTO

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าว พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตกาแฟภายในประเทศควบคู่กัน

ข้อมูลจากการประชุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังระบุว่า มีการพิจารณาประเด็นการขยายโควตานำเข้าเมล็ดกาแฟดิบเพิ่มเติมปีละ 200 ตัน ในช่วงปี 2570–2572

ประเด็นนี้จึงต้องติดตามรายละเอียดต่อ โดยเฉพาะเงื่อนไขการนำเข้า ปริมาณความต้องการของอุตสาหกรรม และมาตรการที่จะใช้เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศ

“เปิดตลาด WTO” ไม่เท่ากับ “ของนอกเข้าไม่จำกัด”

สำหรับเกษตรกร คำว่า “เปิดตลาด” อาจสร้างความกังวลว่าสินค้านำเข้าจะเข้ามาแข่งขันกับผลผลิตในประเทศทันที

แต่การเปิดตลาดภายใต้พันธกรณี WTO มีรายละเอียดด้านโควตา ภาษี ช่วงเวลา และเงื่อนไขการบริหารจัดการที่ต้องพิจารณาประกอบ

สินค้าที่นำเข้าก็มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

หัวพันธุ์มันฝรั่งใช้เป็นปัจจัยสำหรับการผลิต ขณะที่มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูปถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรม

เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ก็มีบทบาทแตกต่างจากหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าเพื่อบริโภค

ดังนั้น การประเมินผลกระทบต่อเกษตรกรไทยต้องพิจารณารายละเอียดของสินค้าและตลาดแต่ละประเภท ไม่ควรใช้เพียงปริมาณนำเข้ารวมมาสรุปทั้งหมด

สุริยะย้ำต้องคำนึงถึงเกษตรกรไทย

นายสุริยะระบุว่า การเปิดตลาดตามพันธกรณีระหว่างประเทศจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคการผลิตภายในประเทศ

การกำหนดเงื่อนไขและมาตรการบริหารจัดการจึงต้องดำเนินควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งขันได้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งสามารถส่งผลต่อทั้งปริมาณผลผลิต ต้นทุน และราคาสินค้าเกษตร

เกษตรกรต้องจับตา “รายละเอียดหลังมติ”

สำหรับผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง กระเทียม และกาแฟ สิ่งสำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงคำว่า “เปิดตลาด”

แต่คือรายละเอียดที่จะตามมา

ต้องเปิดนำเข้าในปริมาณเท่าไร

ช่วงเวลาใด

อัตราภาษีเป็นอย่างไร

สินค้าถูกนำไปใช้ในตลาดประเภทใด

และมีมาตรการอะไรป้องกันไม่ให้สินค้านำเข้ากระทบราคาผลผลิตของเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตไทยออกสู่ตลาด

โดยเฉพาะเรื่อง “จังหวะเวลา” ของการนำเข้า ซึ่งสามารถมีผลต่อราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศได้

หากสินค้านำเข้าจำนวนมากเข้าสู่ตลาดในช่วงเดียวกับผลผลิตของเกษตรกรไทยออกมาก อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาได้มากกว่าการนำเข้าในช่วงที่ผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอ

WTO เป็นเรื่องระดับประเทศ แต่ราคาหน้าไร่คือเรื่องของเกษตรกร

การเปิดตลาดตามพันธกรณีระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของระบบการค้าโลกที่ประเทศไทยเข้าร่วม

แต่ความท้าทายของนโยบายอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างพันธกรณีดังกล่าวกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตภายในประเทศ

สำหรับเกษตรกร เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการประชุมหรือเรื่องการค้าระหว่างประเทศที่อยู่ไกลตัว

เพราะเมื่อสินค้านำเข้าและสินค้าไทยอยู่ในตลาดเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นสามารถย้อนกลับไปถึงราคาที่เกษตรกรได้รับ

ดังนั้น คำถามสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า

“ประเทศไทยจะเปิดตลาดสินค้าเกษตรตาม WTO เท่าไร?”

แต่ต้องถามต่อว่า

“เปิดอย่างไร จึงไม่ทำให้เกษตรกรไทยเป็นคนรับต้นทุนของพันธกรณีการค้า?”

หลังจากนี้ต้องจับตาทั้งการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รายละเอียดเงื่อนไขการนำเข้า และมาตรการเพิ่มศักยภาพการผลิตในประเทศอย่างใกล้ชิด

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #เกษตรกร #WTO #หอมหัวใหญ่ #มันฝรั่ง #กระเทียม #กาแฟ #นำเข้าสินค้าเกษตร #สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #ราคาสินค้าเกษตร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้