แชร์

“ข้าวคาร์บอนต่ำ” ชาวนาได้อะไร? กรมข้าวชู 4 วิธี ลดปุ๋ย–ลดเผา–ลดต้นทุน เตรียมข้าวไทยสู้ตลาดโลก

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2026
25 ผู้เข้าชม

กรมการข้าวเชิญชวนชาวนาทั่วประเทศปรับระบบการผลิตสู่ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ชู 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การจัดการฟางโดยไม่เผา การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับดินและความต้องการของข้าว และการจัดการศัตรูข้าวแบบผสมผสาน โดยตั้งเป้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และเตรียมข้าวไทยรับการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวต้องการเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศร่วมปรับเปลี่ยนการผลิตเข้าสู่แนวทางข้าวคาร์บอนต่ำ

อธิบดีกรมการข้าวระบุว่า การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเพิ่มภาระให้เกษตรกร แต่เป็นการปรับวิธีการผลิตให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากขึ้น ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้สุทธิ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร

4 วิธีที่กรมข้าวเสนอให้ชาวนาปรับใช้

แนวทางแรกคือ การจัดการฟางข้าวโดยไม่เผา เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษจากการเผาในพื้นที่เกษตร พร้อมหาวิธีนำเศษวัสดุจากแปลงกลับมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสม

แนวทางที่สองคือ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ AWD โดยบริหารช่วงการให้น้ำและปล่อยนาแห้งอย่างเหมาะสม แทนการรักษาระดับน้ำท่วมขังตลอดเวลา

วิธีดังกล่าวสามารถช่วยลดการใช้น้ำและลดการเกิดก๊าซมีเทนจากสภาพไร้ออกซิเจนในนาข้าว

แนวทางที่สามคือ การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมกับความต้องการของพืชและสภาพดิน

หลักคิดคือไม่ใช้ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น แต่เลือกสูตร ปริมาณ และช่วงเวลาให้สัมพันธ์กับสภาพดินและความต้องการของต้นข้าว เพื่อให้เงินที่เกษตรกรจ่ายเป็นค่าปุ๋ยสร้างประโยชน์ต่อผลผลิตมากที่สุด

แนวทางสุดท้ายคือ การจัดการศัตรูข้าวแบบผสมผสาน โดยใช้การสำรวจแปลงและวิธีจัดการหลายรูปแบบร่วมกัน เพื่อลดการใช้สารเคมีโดยไม่จำเป็นและลดต้นทุนการผลิต

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งแปลงพร้อมกัน

นายอานนท์ระบุว่า เกษตรกรไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกขั้นตอนในคราวเดียว แต่สามารถค่อยๆ เลือกแนวทางที่เหมาะกับพื้นที่และศักยภาพของแต่ละครัวเรือน

กรมการข้าวจะสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และคำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแปลงของตัวเองได้

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะนาข้าวแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งแหล่งน้ำ ชนิดดิน พันธุ์ข้าว ระบบชลประทาน และต้นทุนการผลิต

แนวทางเดียวจึงอาจไม่เหมาะกับชาวนาทุกพื้นที่

ตลาดโลกเริ่มมอง “คาร์บอน” มากขึ้น

เหตุผลสำคัญอีกด้านของการผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำคือการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

ประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นให้ความสำคัญกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร

ประเทศไทยจึงต้องเตรียมระบบการผลิตและข้อมูลให้สามารถตอบโจทย์ตลาดดังกล่าวได้

ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดทิศทาง “ข้าวไทย 5 ทัน สู่ข้าวคาร์บอนต่ำ” พร้อมมอบหมายให้กรมการข้าวเป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อน Thailand Low Carbon Rice รวมถึงการพัฒนาระบบบันทึกและตรวจสอบข้อมูลการใช้น้ำ การใช้ปุ๋ย และการลดก๊าซเรือนกระจก

ขณะเดียวกัน กรมการข้าวได้เดินหน้าโครงการนำร่องข้าวคาร์บอนต่ำในจังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ เกษตรกรประมาณ 400 ราย พร้อมวางเป้าหมายขยายพื้นที่ข้าวคาร์บอนต่ำในระดับ 1 ล้านไร่

คำถามสำคัญ “ชาวนาได้อะไร?”

แม้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่สำหรับเกษตรกร ความสำเร็จของข้าวคาร์บอนต่ำจะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจด้วย

หากการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งสามารถลดค่าสูบน้ำ การใช้ปุ๋ยตามความต้องการของดินช่วยลดปริมาณปุ๋ยที่สูญเปล่า และการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานช่วยลดการใช้สารเคมีโดยไม่ทำให้ผลผลิตลดลง เกษตรกรก็สามารถเห็นประโยชน์ผ่านต้นทุนต่อไร่ที่ลดลงได้ทันที

แต่ในระยะยาว ยังมีอีกคำถามที่ต้องติดตาม คือข้าวที่ผ่านระบบการผลิตคาร์บอนต่ำจะสามารถเข้าถึงตลาดที่ให้ราคาหรือผลตอบแทนดีกว่าข้าวทั่วไปหรือไม่

รวมถึงเกษตรกรจะมีต้นทุนเพิ่มเติมจากการตรวจสอบ บันทึกข้อมูล หรือรับรองมาตรฐานมากน้อยเพียงใด

จาก “ลดคาร์บอน” ต้องเดินไปถึง “เพิ่มรายได้”

การผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำจึงไม่ควรจบอยู่ที่การลดตัวเลขก๊าซเรือนกระจก

สำหรับชาวนา ระบบจะได้รับการยอมรับในระยะยาวก็ต่อเมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่าแนวทางดังกล่าวช่วยลดต้นทุน ใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสทางตลาดเพิ่มเติม

นี่เป็นเหตุผลที่กรมการข้าวพยายามเชื่อมเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

สำหรับชาวนา คำถามที่น่าติดตามจึงไม่ใช่เพียงว่า

*“ข้าวคาร์บอนต่ำช่วยลดก๊าซได้เท่าไร?”**

แต่ต้องถามควบคู่กันว่า

“หลังลดคาร์บอนแล้ว ชาวนาจะลดต้นทุนได้กี่บาทต่อไร่ และขายข้าวได้ดีขึ้นหรือไม่?”

หากสองเรื่องนี้เดินไปพร้อมกัน ข้าวคาร์บอนต่ำอาจไม่ได้เป็นเพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถกลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรายได้ให้กับชาวนาไทยในตลาดข้าวยุคใหม่ได้

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ชาวนา #ข้าว #ข้าวคาร์บอนต่ำ #LowCarbonRice #กรมการข้าว #อานนท์นนทรีย์ #ลดต้นทุน #ปุ๋ย #เปียกสลับแห้ง #ลดการเผา #ตลาดข้าวโลก #เกษตรกร


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้