เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ จะมีข้อจำกัดมากขึ้นไหม? ดูญี่ปุ่น–เวียดนาม–จีน กับกติกา เมื่อเข้าร่วม UPOV 1991

การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กำลังเป็นประเด็นที่เกษตรกรไทยควรทำความเข้าใจ หลัง BBC News ไทยนำเสนอบทวิเคราะห์เปรียบเทียบประสบการณ์ของญี่ปุ่น เวียดนาม และจีน เกี่ยวกับระบบสิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์และอนุสัญญา UPOV 1991
ประเด็นสำคัญคือ การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่สามารถสร้างแรงจูงใจในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์ไว้ใช้ต่อ และผลต่อต้นทุนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ทั้งสามประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้อนุสัญญาฉบับเดียวกันทั้งหมด และประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม UPOV 1991 ตามข้อมูลที่ตรวจประกอบข่าวนี้
UPOV 1991 คืออะไร
UPOV ย่อมาจาก International Union for the Protection of New Varieties of Plants หรือสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
อนุสัญญาฉบับปี 1991 เป็นกติกาสำหรับการคุ้มครองสิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์พืช โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตสิทธิ และระยะเวลาการคุ้มครอง
ภายใต้ระบบนี้ ผู้ปรับปรุงพันธุ์ที่ได้รับสิทธิสามารถควบคุมการดำเนินการบางประเภทเกี่ยวกับส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง เช่น การผลิตหรือขยายพันธุ์เพื่อการค้า ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
แต่อนุสัญญายังมีข้อยกเว้นบางประการ และเปิดช่องให้ประเทศสมาชิกกำหนดข้อยกเว้นสำหรับเกษตรกรภายในขอบเขตที่อนุสัญญาอนุญาต
ดังนั้น จึงไม่ถูกต้องที่จะสรุปว่า UPOV 1991 ห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดไว้ปลูกต่อโดยไม่มีข้อยกเว้น
ญี่ปุ่นเข้าร่วมฉบับปี 1991 ตั้งแต่ปี 1998
ญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิก UPOV เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1982 และเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับปี 1991 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1998
ญี่ปุ่นมีระบบคุ้มครองพันธุ์พืชที่ให้สิทธิแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์ และมีกฎหมายภายในกำหนดเงื่อนไขการใช้และขยายพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง
ประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมคือการกำหนดเงื่อนไขสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเก็บส่วนขยายพันธุ์ไว้ใช้ต่อ รวมถึงความแตกต่างระหว่างพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองกับพันธุ์ทั่วไป
กรณีญี่ปุ่นจึงสะท้อนว่าการเข้าร่วมอนุสัญญาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบกฎหมาย ส่วนรายละเอียดที่กระทบเกษตรกรจริงต้องพิจารณากฎหมายภายในและข้อยกเว้นที่ใช้บังคับ
เวียดนามเข้าร่วม UPOV 1991 ในปี 2006
เวียดนามเข้าเป็นสมาชิก UPOV ภายใต้อนุสัญญาฉบับปี 1991 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2006
การเข้าร่วมดังกล่าวทำให้เวียดนามอยู่ภายใต้กรอบการคุ้มครองสิทธิผู้ปรับปรุงพันธุ์ตามอนุสัญญาฉบับปี 1991
อย่างไรก็ตาม การประเมินผลต่อเกษตรกรเวียดนามต้องศึกษารายละเอียดกฎหมายภายใน ประเภทพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง และข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ไม่สามารถสรุปจากสถานะการเป็นสมาชิกเพียงอย่างเดียวว่าเกษตรกรทุกคนมีต้นทุนเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อทั้งหมด
จีนเป็นสมาชิก UPOV แต่ยังอยู่ภายใต้ฉบับปี 1978
จีนเข้าเป็นสมาชิก UPOV เมื่อวันที่ 23 เมษายน 1999 โดยอยู่ภายใต้อนุสัญญาฉบับปี 1978
จุดนี้สำคัญ เพราะจีนไม่ได้มีสถานะเดียวกับญี่ปุ่นและเวียดนามในเรื่องการเข้าร่วมอนุสัญญาฉบับปี 1991
แม้จีนจะมีระบบคุ้มครองพันธุ์พืชของตนเอง แต่การนำจีนมาเปรียบเทียบกับประเทศที่อยู่ภายใต้ UPOV 1991 ต้องแยกให้ชัดระหว่างกติกาของอนุสัญญาและกฎหมายภายในประเทศ
จึงไม่ควรกล่าวว่าจีนเป็นตัวอย่างผลที่เกิดขึ้นหลังเข้าร่วม UPOV 1991
เกษตรกรมีสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อหรือไม่
นี่เป็นคำถามสำคัญที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย
ภายใต้ UPOV 1991 สิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์ครอบคลุมการดำเนินการบางประเภทเกี่ยวกับส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม อนุสัญญามาตรา 15(2) เปิดช่องให้ประเทศสมาชิกกำหนดข้อยกเว้นเพื่ออนุญาตให้เกษตรกรใช้ผลผลิตจากการเพาะปลูกของตนเองเป็นส่วนขยายพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกต่อในพื้นที่ของตน ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไขที่เหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์อันชอบธรรมของผู้ปรับปรุงพันธุ์
ดังนั้น คำตอบจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- พันธุ์พืชนั้นได้รับความคุ้มครองหรือไม่
- กฎหมายภายในประเทศกำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างไร
- เกษตรกรเก็บไว้ปลูกในพื้นที่ตนเอง หรือขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย
- การดำเนินการนั้นอยู่ภายใต้สิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์หรือข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่
การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อกับการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่ายจึงไม่ใช่การดำเนินการที่ต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกันทุกกรณี
หากไทยเข้าร่วม เกษตรกรจะมีต้นทุนเพิ่มหรือไม่
ยังไม่สามารถสรุปได้จากข้อมูลต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชในอนาคต ผลต่อต้นทุนเกษตรกรจะขึ้นอยู่กับประเภทพันธุ์ที่ใช้ ขอบเขตสิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์ เงื่อนไขการใช้ส่วนขยายพันธุ์ และการกำหนดข้อยกเว้น
ในด้านหนึ่ง การคุ้มครองสิทธิสามารถสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนและนักปรับปรุงพันธุ์ลงทุนพัฒนาพันธุ์ใหม่
แต่อีกด้านหนึ่ง หากการใช้พันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองมีเงื่อนไขด้านค่าตอบแทนหรือการขออนุญาต ก็อาจเกี่ยวข้องกับต้นทุนและทางเลือกของเกษตรกร
จึงต้องพิจารณาทั้งประโยชน์จากการพัฒนาพันธุ์ใหม่และผลต่อสิทธิของผู้ใช้พันธุ์ ไม่ใช่มองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม UPOV 1991
ตามข้อมูลสถานะสมาชิก UPOV ที่ตรวจประกอบ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาฉบับปี 1991
ดังนั้น กฎหมายและข้อจำกัดที่ใช้ในญี่ปุ่นหรือเวียดนามไม่ได้มีผลบังคับใช้กับเกษตรกรไทยโดยอัตโนมัติ
หากประเทศไทยพิจารณาเข้าร่วมในอนาคต ยังต้องดูข้อเสนอทางกฎหมาย กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดของกฎหมายที่จะนำมาใช้จริง
ไม่ควรนำบทวิเคราะห์เปรียบเทียบต่างประเทศไปกล่าวว่าประเทศไทยได้ประกาศห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อแล้ว
สิ่งที่เกษตรกรไทยควรติดตาม
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไม่ใช่เพียงประเทศไทยจะเข้าร่วม UPOV 1991 หรือไม่ แต่รวมถึงรายละเอียดที่จะกระทบการทำเกษตรจริง ได้แก่
สิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ จะมีข้อยกเว้นอย่างไร
พันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง จะมีเงื่อนไขการใช้และขยายพันธุ์อย่างไร
ต้นทุนเมล็ดพันธุ์และส่วนขยายพันธุ์ อาจเปลี่ยนแปลงหรือไม่
นักปรับปรุงพันธุ์ไทย จะได้รับประโยชน์จากระบบคุ้มครองมากน้อยเพียงใด
และ เกษตรกรรายย่อย จะมีทางเลือกในการเข้าถึงพันธุ์พืชอย่างไร
บทเรียนจากญี่ปุ่น เวียดนาม และจีนจึงควรใช้เพื่อทำความเข้าใจทางเลือกในการออกแบบกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ยืนยันว่าผลกระทบแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน
ที่มา : บีบีซีไทย
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


