ผลไม้ออกเยอะ กลัวราคาตก! ฟิลิปปินส์ไม่รอพ่อค้าถึงสวน ขนผลผลิตเกษตรกร 25 ตัน บุกขายถึงเมืองหลวง

ฟิลิปปินส์เดินหน้าเปิดตลาดให้เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในภูมิภาคดาวาว หลังผลผลิตเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ประจำภูมิภาคดาวาว (DA-11) ส่งผลไม้สดประมาณ 25 ตันจากแหล่งผลิตไปยัง Metro Manila ผ่านโครงการ Kadiwa on Wheels เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของผลผลิตในพื้นที่
ผลไม้ล็อตดังกล่าวถูกส่งออกจากดาวาวเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วยทุเรียน มังคุด ส้มโอ และผลไม้ท้องถิ่นชนิดอื่น โดยมีผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ Calinan District เมืองดาวาวรวมอยู่ด้วย
Macario Gonzaga ผู้อำนวยการภูมิภาค DA-11 ระบุว่า โครงการนี้มีเป้าหมายพาผลผลิตที่มีอยู่จำนวนมากของภูมิภาคเข้าใกล้ผู้บริโภคนอกเกาะมินดาเนามากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสทางตลาดที่กว้างกว่าเดิมให้แก่เกษตรกรผู้ผลิต
เบื้องหลังโครงการเกิดขึ้นในช่วงที่ปริมาณผลไม้ของดาวาวเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Gonzaga ระบุว่า อุปทานผลไม้เพิ่มขึ้นจนเกษตรกรมีความกังวลเกี่ยวกับราคาผลผลิตที่อาจปรับตัวลดลง
สำหรับทุเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรสำคัญของดาวาว ผลผลิตเคยลดลงในปี 2568 จากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้
ข้อมูลสำนักงานสถิติฟิลิปปินส์ล่าสุดยังระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2569 ภูมิภาคดาวาวผลิตทุเรียนได้ 4,658.10 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 1% จาก 4,611.62 ตันในช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากแหล่งผลิต สู่ตลาดเมืองใหญ่
แนวทางของ Kadiwa on Wheels ไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำผลไม้ไปจำหน่ายในมะนิลาเพียงแห่งเดียว
กำหนดการรอบแรกจะเปิดจำหน่ายที่สำนักงานกลางกระทรวงเกษตรใน Quezon City ระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน ก่อนย้ายไปยัง Kartilya ng Katipunan ในกรุงมะนิลา วันที่ 4 กันยายน
หลังจากนั้นจะเดินทางต่อไปยัง Cebu City ระหว่างวันที่ 10–16 กันยายน, Baguio City วันที่ 25–28 กันยายน และ World Trade Center ใน Pasay City วันที่ 8–10 ตุลาคม
แนวทางดังกล่าวจึงเป็นการเคลื่อนย้ายผลผลิตจากพื้นที่ที่มีอุปทานจำนวนมาก ไปยังพื้นที่เมืองซึ่งมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่กว่า
ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการระบุว่า ราคาจำหน่ายผลไม้ในโครงการจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาที่ดาวาว โดยคาดหวังว่าการขยายตลาดออกนอกภูมิภาคจะช่วยสร้างช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมให้เกษตรกร
บทเรียนที่เกษตรกรไทยน่าจับตา
สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีของฟิลิปปินส์อาจไม่ใช่ตัวเลขผลไม้ 25 ตันเพียงอย่างเดียว แต่คือจังหวะของการบริหารตลาด
ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรออกกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกันเกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด
เมื่อปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการในตลาดพื้นที่เดิม ราคาที่เกษตรกรได้รับย่อมมีโอกาสถูกกดดัน
โครงการของฟิลิปปินส์จึงเลือกเพิ่มช่องทางจำหน่ายด้วยการนำผลผลิตจากแหล่งผลิตไปหาผู้บริโภคในเมืองอื่น แทนที่จะรอให้ผู้ซื้อเดินทางเข้ามายังพื้นที่เพียงอย่างเดียว
แน่นอนว่า การขนผลไม้ 25 ตันไม่สามารถแก้ปัญหาราคาผลไม้ของทั้งภูมิภาคได้ และยังต้องติดตามผลการจำหน่ายจริงของโครงการหลังเริ่มเปิดตลาดในเดือนกันยายน
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือแนวคิด “สร้างตลาดก่อนผลผลิตกลายเป็นปัญหา”
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง และผลไม้ตามฤดูกาลจำนวนมาก แนวคิดการเชื่อมโยงแหล่งผลิตกับตลาดผู้บริโภคโดยตรงจึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
เพราะในวันที่ผลผลิตออกพร้อมกัน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ปีนี้จะได้ราคาเท่าไร”
แต่ควรถูกถามตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกว่า
*“เมื่อของออกจากสวนพร้อมกัน เราเตรียมตลาดไว้รับแล้วหรือยัง?”**
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #เกษตรกร #ชาวสวน #ผลไม้ #ทุเรียน #มังคุด #ดาวาว #ฟิลิปปินส์ #ราคาผลไม้ #ตลาดเกษตร #KadiwaOnWheels #เกษตรต่างประเทศ


