ชาวนามีลุ้นรายได้เพิ่มกว่า 20%! สวก.–มมส. ดัน “365 พลัส” จัดการดิน–น้ำ–อากาศ ปลูกข้าวคุณภาพควบพืชหลังนา

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามและภาคีเครือข่าย เดินหน้าโครงการยกระดับการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียว จังหวัดมหาสารคาม พร้อมส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเสริมหลังนา เช่น ถั่วลิสงและถั่วเหลือง โดยนำแพลตฟอร์ม “365 พลัส ดิน น้ำ อากาศ เพื่อการเกษตร” มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรและวางแผนการเพาะปลูก
โครงการตั้งเป้าเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากกว่า 20% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ผลสำเร็จที่วัดได้แล้วจากเกษตรกรผู้เข้าร่วมกิจกรรม
“ทวีศักดิ์” มอบหมายผู้แทน สวก. ติดตามโครงการลุ่มน้ำเสียว
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) มอบหมายให้ นางสาวปิยธิดา ถิระรณรงค์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนงานวิจัยการเกษตร พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ “บูรณาการเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่การผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพืชเศรษฐกิจเสริมในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียว จังหวัดมหาสารคาม”
โครงการมี รองศาสตราจารย์ปิยภัทร บุษบาบดินทร์ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นหัวหน้าโครงการ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีหน่วยงานภาคีเครือข่าย คณะนักวิจัย และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีรวม 200 ราย
จำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ใช่จำนวนเกษตรกรที่ได้รับการยืนยันว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว
ยกระดับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ได้มาตรฐาน
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ได้มาตรฐาน
การดำเนินงานมุ่งยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียว ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่การผลิต
แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่แสดงตัวเลขผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นจริง หรือราคาจำหน่ายข้าวที่สูงขึ้นจากการดำเนินโครงการ
จึงไม่ควรสรุปว่าเกษตรกรได้รับราคาข้าวสูงขึ้นแล้วจากกิจกรรมครั้งนี้
ส่งเสริมถั่วลิสง–ถั่วเหลือง เพิ่มทางเลือกรายได้หลังนา
นอกจากการยกระดับข้าวขาวดอกมะลิ 105 โครงการยังส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเสริมหลังฤดูทำนา โดยยกตัวอย่าง ถั่วลิสงและถั่วเหลือง
เป้าหมายคือเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ และใช้ประโยชน์จากพื้นที่เกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การปลูกพืชหลังนาอาจช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเติมจากการผลิตข้าว แต่ผลตอบแทนจริงต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และต้นทุนการผลิต
โดยเฉพาะปริมาณน้ำที่มีอยู่หลังฤดูทำนา สภาพดิน ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย แรงงาน และช่องทางจำหน่ายผลผลิต
ดังนั้น การส่งเสริมถั่วลิสงหรือถั่วเหลืองจึงไม่ควรถูกตีความว่าเกษตรกรทุกพื้นที่สามารถปลูกแล้วมีกำไรเพิ่มได้ทันที
“365 พลัส” ใช้ข้อมูลดิน น้ำ อากาศ ช่วยวางแผนเพาะปลูก
โครงการนำแพลตฟอร์ม “365 พลัส ดิน น้ำ อากาศ เพื่อการเกษตร” มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรและการวางแผนเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
แนวทางดังกล่าวมุ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยพิบัติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลิตข้าวและพืชเศรษฐกิจเสริม
แพลตฟอร์มนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยประกอบการตัดสินใจด้านการเกษตร
อย่างไรก็ตาม ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุรายละเอียดการเปิดให้บริการแก่เกษตรกรทั่วไป ค่าใช้จ่าย หรือเงื่อนไขการเข้าใช้งานครบถ้วน
จึงยังไม่ควรสรุปว่าเกษตรกรทั่วประเทศสามารถเข้าใช้งานได้ทันที
แนวคิด “น้ำมั่นคง–เกษตรมั่นคง–รายได้มั่นคง”
สวก. ระบุว่าโครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “น้ำมั่นคง–เกษตรมั่นคง–รายได้มั่นคง”
สาระสำคัญคือการเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำกับการวางแผนการผลิตและการสร้างรายได้ของเกษตรกร
หากสามารถบริหารทรัพยากรน้ำและเลือกชนิดพืชให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ได้ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงในการผลิตและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้
แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงยังต้องประเมินจากข้อมูลการผลิตและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่
เป้าหมายรายได้เพิ่มกว่า 20% ยังไม่ใช่ผลสำเร็จ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ สวก. สื่อสารคือโครงการมีเป้าหมายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากกว่า 20%
ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายของโครงการ ไม่ใช่การยืนยันว่าเกษตรกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว
ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่ระบุฐานรายได้เดิม รายได้หลังดำเนินโครงการ หรือผลการเปรียบเทียบรายได้สุทธิของเกษตรกรที่เข้าร่วม
การประเมินผลสำเร็จจึงต้องดูทั้งรายได้จากข้าวขาวดอกมะลิ 105 รายได้จากพืชเศรษฐกิจเสริม และต้นทุนการผลิตทั้งหมด
หากรายได้จากการขายผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่า ก็อาจไม่ได้ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย
เกษตรกรในลุ่มน้ำเสียวจะได้รับประโยชน์อย่างไร
สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียว จังหวัดมหาสารคาม โครงการนี้มีแนวทางเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ผ่านการยกระดับคุณภาพข้าวและการใช้พื้นที่หลังนาให้เกิดประโยชน์
การใช้แพลตฟอร์ม 365 พลัสอาจช่วยสนับสนุนการวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับข้อมูลทรัพยากรและสภาพอากาศมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมถั่วลิสงและถั่วเหลืองเป็นอีกทางเลือกในการใช้พื้นที่หลังฤดูทำนา
แต่ประโยชน์จริงต้องขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ ต้นทุนการผลิต ผลผลิตที่ได้รับ และตลาดรองรับ
จึงยังไม่สามารถสรุปว่าเกษตรกรทุกครัวเรือนในพื้นที่จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
ปลูกพืชหลังนา ต้องมีตลาดรองรับ
ประเด็นที่นาดีดี.คอม เห็นว่าควรติดตามคือความเชื่อมโยงระหว่างการส่งเสริมการผลิตกับตลาดสินค้าเกษตร
แม้การปลูกถั่วลิสงหรือถั่วเหลืองหลังนาอาจช่วยเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง แต่หากผลผลิตไม่มีผู้รับซื้อหรือราคาขายไม่คุ้มต้นทุน ก็อาจไม่ทำให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น
ดังนั้น การขยายการปลูกพืชหลังนาควรพิจารณาข้อมูลด้านความเหมาะสมของพื้นที่ ต้นทุนต่อไร่ ปริมาณผลผลิต และช่องทางจำหน่ายประกอบกัน
การเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนจึงต้องดูทั้งการผลิตและตลาด ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรอบเพาะปลูก
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือผลการดำเนินงานจริงของโครงการในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียว
โดยเฉพาะผลการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มาตรฐาน ผลตอบแทนจากการปลูกถั่วลิสงและถั่วเหลืองหลังนา และประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม 365 พลัสในการช่วยวางแผนการผลิต
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามข้อมูลจำนวนเกษตรกรที่นำเทคโนโลยีไปใช้จริง ต้นทุนการผลิตก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ และรายได้สุทธิที่เปลี่ยนแปลง
เป้าหมายรายได้เพิ่มกว่า 20% เป็นเรื่องที่น่าติดตาม แต่ความสำเร็จของโครงการต้องพิสูจน์ด้วยผลผลิต ต้นทุน และรายได้สุทธิที่เกิดขึ้นจริงกับเกษตรกร
ข้อมูลกิจกรรมวันที่ 8 ตุลาคม 2569
ที่มา : สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


