แชร์

ริมน้ำแควน้อยเตรียมรับน้ำเพิ่ม! เขื่อนวชิราลงกรณเร่งระบาย 30 ก.ย.–4 ต.ค. เกษตรพื้นที่ต่ำต้องจับตา

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
20 ผู้เข้าชม

พื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี ต้องติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หลังเขื่อนวชิราลงกรณปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นประมาณ 347 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนเพิ่มเป็นประมาณ 486 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีช่วง 30 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 หลังมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่สถานการณ์น้ำรอบอ่างบริเวณสังขละบุรีเริ่มคลี่คลาย ทั้งสองพื้นที่ต้องแยกออกจากกันเพราะได้รับผลจากกลไกน้ำต่างกัน

เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มการระบายน้ำ

ประชาชาติธุรกิจรายงานเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ถึงสถานการณ์น้ำในจังหวัดกาญจนบุรี หลังปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่

เขื่อนวชิราลงกรณมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นประมาณ 347 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

และในช่วงวันที่ 30 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 มีแผนเพิ่มการระบายเป็นประมาณ 486 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การเพิ่มการระบายเกิดขึ้นในช่วงที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ข้อมูลระบบน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า วันที่ 28 กันยายน มีน้ำไหลเข้าอ่างเขื่อนวชิราลงกรณประมาณ 287.63 ล้านลูกบาศก์เมตร

เกษตรกรริมน้ำแควน้อยต้องติดตามระดับน้ำ

เขื่อนวชิราลงกรณตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย การเพิ่มการระบายจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ท้ายน้ำ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มอัตราระบาย ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เกษตรทุกแห่งริมน้ำแควน้อยจะถูกน้ำท่วม

ผลกระทบในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระยะห่างจากเขื่อน ระดับความสูงของพื้นที่ ปริมาณน้ำเดิมในแม่น้ำ และน้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลมาสมทบ

เกษตรกรที่มีนา สวน ปศุสัตว์ เครื่องจักร หรือทรัพย์สินอยู่ในพื้นที่ต่ำใกล้ลำน้ำ จึงควรติดตามประกาศระดับน้ำในพื้นที่จริง ไม่ใช้เพียงตัวเลขการระบายจากเขื่อนเพื่อตัดสินว่าพื้นที่ของตนจะได้รับผลกระทบหรือไม่

สังขละบุรีน้ำรอบอ่างเริ่มคลี่คลาย

อีกด้านหนึ่งของสถานการณ์เกิดขึ้นบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี

สวท.สังขละบุรีรายงานว่า นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี พร้อมเทศบาลตำบลวังกะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน กลุ่มจิตอาสา และกำลังพลจากกองพลทหารราบที่ 9 โดยกรมทหารราบที่ 29 ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่ช่วยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าจากบ้านพักไปยังพื้นที่ปลอดภัย หลังระดับน้ำเพิ่มสูงและกระทบบ้านเรือนริมน้ำรอบอ่างเก็บน้ำ

พื้นที่ที่รายงานถึง ได้แก่ บริเวณรอบ สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ชุมชนดงสัก และชุมชนหลังเขา

รายงานล่าสุดระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ กำลังเร่งซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย

น้ำรอบอ่างกับน้ำท้ายน้ำ เป็นคนละเรื่อง

จุดนี้สำคัญในการทำความเข้าใจสถานการณ์

น้ำที่เพิ่มขึ้นบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำและชุมชนในสังขละบุรี กับน้ำที่ถูกระบายจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำแควน้อยด้านท้ายน้ำ ไม่ควรถูกเขียนรวมเป็นเหตุการณ์เดียวกันโดยไม่แยกพื้นที่

ด้านหนึ่งเป็นสถานการณ์ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำ

อีกด้านหนึ่งคือการบริหารจัดการน้ำด้วยการระบายออกจากเขื่อน ซึ่งพื้นที่ท้ายน้ำต้องติดตามผลของน้ำที่ไหลลงมาตามแม่น้ำแควน้อย

การแยกสองส่วนนี้จะช่วยไม่ให้ประชาชนและเกษตรกรเข้าใจผิดว่าสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายในสังขละบุรีหมายความว่าพื้นที่ท้ายน้ำหมดความเสี่ยงไปพร้อมกัน

อย่ารวมตัวเลข 80 ซม. กับ 2.5–3 เมตร

ข่าวต้นทางมีตัวเลขระดับน้ำหลายชุด เช่น ประมาณ 80 เซนติเมตร และ 2.5–3 เมตร

แต่ตัวเลขเหล่านี้กล่าวถึงคนละพื้นที่หรือคนละฐานการวัด และข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะนำมารวมเป็นระดับน้ำเดียวกัน

ดังนั้น นาดีดีจึงไม่นำตัวเลขดังกล่าวมาใช้สรุปว่าระดับน้ำทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้นเท่าใด

ช่วง 30 ก.ย.–4 ต.ค. ต้องติดตามใกล้ชิด

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ท้ายน้ำ ช่วงสำคัญที่ต้องติดตามคือ 30 กันยายน–4 ตุลาคม ตามแผนเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ

สิ่งที่ควรดูไม่ใช่เพียงอัตราการระบายจากเขื่อน แต่รวมถึงระดับน้ำที่สถานีวัดใกล้พื้นที่ของตนเอง และประกาศจากจังหวัด กฟผ. และหน่วยงานด้านน้ำ

หากมีการเปลี่ยนแผนการระบายตามปริมาณน้ำไหลเข้า สภาพอากาศ หรือสถานการณ์ท้ายน้ำ ตัวเลขอัตราระบายก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้น เกษตรกรในพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำแควน้อยควรติดตามข้อมูลล่าสุดก่อนเคลื่อนย้ายผลผลิต ปศุสัตว์ หรือเครื่องจักรในพื้นที่เสี่ยง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้