ชาวสวนแม่กลองอย่าพลาด! เกษตรจังหวัดเปิดรับแจ้งน้ำท่วม ยื่น กษ 01 ภายใน 15 ต.ค. ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนช่วยเหลือ

สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามเร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตรจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเปิดรับแจ้งข้อมูลจากเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดให้ยื่นแบบ กษ 01 ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม การยื่นแบบ กษ 01 เป็นขั้นตอนแจ้งความเสียหาย ไม่ใช่การอนุมัติเงินช่วยเหลือทันที เกษตรกรและพื้นที่ต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองตามขั้นตอนก่อน
“เสนีย์” นำทีมประมาณ 10 คนลงพื้นที่
เดลินิวส์รายงานวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า นายเสนีย์ ตรุยานนท์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน ลงพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ เพื่อสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมและรับเรื่องจากเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ
เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย โดยเฉพาะด้านพืช เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ช่วยเหลือของทางราชการ
สำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ กำหนดให้ยื่น แบบ กษ 01 ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569
กำหนดดังกล่าวเป็นการดำเนินงานสำหรับพื้นที่สมุทรสงครามตามข่าวนี้ ไม่ควรนำไปใช้เป็นเส้นตายของเกษตรกรทุกจังหวัดทั่วประเทศ
กษ 01 คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ใบอนุมัติเงิน
ประเด็นที่เกษตรกรต้องเข้าใจให้ชัดคือ การยื่นแบบ กษ 01 เป็นการแจ้งข้อมูลความเสียหายด้านการเกษตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
ไม่ได้หมายความว่าเมื่อยื่นแล้วจะได้รับเงินทันที
หลังรับแจ้ง ยังต้องมีขั้นตอนตรวจสอบพื้นที่จริง ประเมินระดับความเสียหาย ตรวจสอบคุณสมบัติและข้อมูลทะเบียนเกษตรกร รวมถึงการรับรองตามกระบวนการของทางราชการ
ดังนั้น
ยื่น กษ 01 ≠ อนุมัติเงินแล้ว
และ
พื้นที่ได้รับผลกระทบ ≠ เข้าเกณฑ์เสียหายสิ้นเชิงทั้งหมด
อัตราช่วยเหลือด้านพืชปี 2569 เท่าไร
ตามหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2569 อัตราช่วยเหลือด้านพืชกำหนดไว้ ได้แก่
ข้าว 2,240 บาท/ไร่
พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาท/ไร่
ไม้ผล ไม้ยืนต้นและอื่น ๆ เสียหาย 6,800 บาท/ไร่
กรณีไม้ผลไม้ยืนต้นชะงักการเจริญเติบโตแต่ยังสามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือ 3,400 บาท/ไร่
การช่วยเหลือด้านพืชกำหนดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของหลักเกณฑ์
ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็น “อัตราช่วยเหลือ” ไม่ใช่การยืนยันว่าเกษตรกรแต่ละรายจะได้รับเงินตามจำนวนไร่ที่แจ้งทั้งหมด
ชาวสวนมะพร้าวต้องแยก “ท่วม” กับ “เสียหาย”
สมุทรสงครามมีพื้นที่สวนไม้ผลและไม้ยืนต้น รวมถึงสวนมะพร้าวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ
กรณีน้ำเข้าท่วมสวน การที่พื้นที่ถูกน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าต้นไม้ทั้งหมดจะถูกจัดเป็นความเสียหายสิ้นเชิงโดยอัตโนมัติ
เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสภาพพืชหลังน้ำลดว่า ต้นเสียหายถึงระดับใด สามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ และเข้าเงื่อนไขช่วยเหลือประเภทใด
จุดนี้มีผลต่ออัตราช่วยเหลือ เพราะหลักเกณฑ์แยกระหว่าง ไม้ผลไม้ยืนต้นเสียหาย กับ ไม้ผลไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโตแต่ยังฟื้นฟูได้
ก่อน 15 ต.ค. เกษตรกรควรทำอะไร
เกษตรกรสมุทรสงครามที่พื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อสอบถามจุดรับแจ้ง เอกสารที่ต้องใช้ และตรวจสอบข้อมูลทะเบียนของตนเอง
หากมีหลักฐานสภาพพื้นที่และความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายแปลงในช่วงน้ำท่วม ควรเก็บไว้ประกอบข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ
สิ่งสำคัญคือ อย่ารอถึงวันสุดท้าย เพราะหากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจต้องใช้เวลาแก้ไขหรือประสานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม
สิ่งที่ต้องติดตามหลังยื่นเรื่อง
หลังวันที่ 15 ตุลาคม ขั้นตอนสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ยื่นแบบ แต่คือผลการสำรวจและรับรองความเสียหายจริง
ต้องติดตามว่า มีเกษตรกรผ่านเกณฑ์จำนวนเท่าไร พื้นที่เสียหายจริงกี่ไร่ พืชประเภทใดได้รับผลกระทบ และกระบวนการอนุมัติความช่วยเหลือจะดำเนินการเมื่อใด
จนกว่าจะผ่านขั้นตอนเหล่านี้ จึงยังไม่ควรใช้คำว่า “เกษตรกรได้เงินแล้ว” หรือ “เตรียมโอนแล้ว”
ข้อมูลเผยแพร่ 7 ตุลาคม 2569
ที่มา : เดลินิวส์ / สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


