แชร์

“ห้ามเผา” แล้วเกษตรกรจะจัดการฟางยังไง? กฎหมายอากาศสะอาดยังไม่จบ สส.ตีกลับฉบับ สว.แก้–ตั้ง กมธ.ร่วม 20 คน

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ย. 2026
52 ผู้เข้าชม

กฎหมายอากาศสะอาดยังไม่จบครับ!

วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติ 414 ต่อ 2 เสียง ไม่เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่วุฒิสภาแก้ไขแล้วส่งกลับมา

ผลคือ...

ต้องตั้ง “กรรมาธิการร่วมสองสภา” จำนวน 20 คน

เพื่อกลับไปหาข้อยุติในประเด็นที่ สส. และ สว. เห็นต่างกัน ก่อนส่งร่างกลับมาให้ทั้งสองสภาพิจารณาอีกครั้ง

หนึ่งในผู้ที่อภิปรายถึงข้อกังวลของร่างฉบับแก้ไขคือ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไขหลายส่วน ทั้งโครงสร้างคณะกรรมการอากาศสะอาด การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงกลไกสำคัญของกฎหมาย

แต่สำหรับเกษตรกร...

มีอีกส่วนหนึ่งที่นาดีดีมองว่า ต้องจับตาให้ดี

“การจัดการการเผาในพื้นที่เกษตร”

เพราะ PM2.5 ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นฟาง ตอซัง อ้อย ข้าวโพด หรือชีวมวลจากการผลิต

ร่างกฎหมายอากาศสะอาดจึงมีบทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการเผาในภาคเกษตรอยู่ด้วย

แต่โจทย์สำคัญคือ...

ถ้าไม่ให้เกษตรกรเผา แล้วเขาจะเอาเศษวัสดุไปไหน?

นี่ไม่ใช่คำถามเพื่อสนับสนุนการเผา

แต่เป็นเรื่อง “ต้นทุนจริง” ที่เกิดอยู่ในแปลง

การไถกลบมีต้นทุน

การอัดฟางมีต้นทุน

การขนเศษวัสดุออกจากแปลงมีต้นทุน

เครื่องจักรมีราคา

น้ำมันมีราคา

และบางพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลาระหว่างเก็บเกี่ยวกับการเริ่มปลูกรอบใหม่

ก่อนหน้านี้ รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้มีบทบาทในกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด เคยเสนอว่า การแก้ปัญหาการเผาไม่ควรใช้เพียงคำสั่งหรือการบังคับ แต่ต้องมี “แรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์” ควบคู่กัน

เพราะสาเหตุหนึ่งที่เกษตรกรเลือกเผาคือ...

“ต้นทุนของทางเลือกอื่นแพงกว่า”

แนวคิดจึงไม่ควรมีเพียง

❌ เผา = ลงโทษ

แต่ต้องมีอีกด้านคือ

✅ ไม่เผา = มีทางเลือกที่ทำได้จริง

เช่น

🚜 สนับสนุนเครื่องจักรจัดการเศษวัสดุ

🌾 สร้างตลาดรับซื้อฟางและชีวมวล

💰 เพิ่มมูลค่าเศษวัสดุการเกษตร

♻️ เชื่อมโรงงานพลังงานหรืออุตสาหกรรมที่สามารถนำวัสดุไปใช้ต่อ

และใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อจูงใจให้การ “ไม่เผา” คุ้มค่ากับเกษตรกรมากขึ้น

ร่างกฎหมายเองมีแนวคิดเรื่องมาตรการจูงใจและส่งเสริมการปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเผาในที่โล่ง รวมถึงเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในภาพรวม

🌾 นี่คือจุดที่นาดีดีอยากให้เกษตรกรจับตา

เพราะกฎหมายอากาศสะอาดไม่ได้เป็นเรื่องของคนกรุงเทพฯ หรือคนเมืองเพียงอย่างเดียว

เมื่อกฎหมายเดินมาถึงเรื่องการเผาในภาคเกษตร...

มันเดินมาถึง “ต้นทุนในแปลง” ของเกษตรกรด้วย

คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า

*“จะลงโทษคนเผาอย่างไร?”**

แต่ควรถามพร้อมกันว่า

“จะทำอย่างไรให้เกษตรกรมีทางเลือกที่ถูกกว่าการเผา?”

วันนี้กฎหมายยังไม่จบ

กรรมาธิการร่วม 20 คนยังต้องกลับไปหาข้อยุติ

และสำหรับภาคเกษตร...

สิ่งหนึ่งที่ควรจับตาคือ สุดท้ายแล้วกฎหมายฉบับนี้จะมีทั้ง ‘ไม้แข็ง’ และ ‘แรงจูงใจ’ ที่ทำให้เกษตรกรลดการเผาได้จริงแค่ไหน

เพราะถ้าจะให้อากาศสะอาดอย่างยั่งยืน...

การไม่เผาต้อง “ทำได้จริง” ในกระเป๋าของเกษตรกรด้วย

#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #พ.ร.บ.อากาศสะอาด #กฎหมายอากาศสะอาด #PM25 #ฝุ่นPM25 #เผานา #เผาไร่ #ฟางข้าว #ตอซัง #เกษตรกร #ชาวนา #ลดการเผา #รัฐสภา


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้