แชร์

ข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์จีนลดจาก 47% เหลือ 29% — จีนหันใช้ข้าวสาลี–ข้าวมากขึ้น ไทยต้องจับตาตลาดข้าวโพด

อัพเดทล่าสุด: 9 ต.ค. 2026
66 ผู้เข้าชม

จีนกำลังลดสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ และหันไปใช้ข้าวสาลีและข้าวเป็นวัตถุดิบทดแทนมากขึ้นในปีการตลาด 2026/27 โดย UkrAgroConsult รายงานอ้างข้อมูลจาก USDA Foreign Agricultural Service (USDA FAS) ว่า สัดส่วนข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ลดจาก 47% ในเดือนมกราคม เหลือ 29% ในเดือนสิงหาคม ท่ามกลางภาวะขาดทุนของธุรกิจสุกรและราคาธัญพืชทางเลือกที่จูงใจให้เกิดการใช้ทดแทน

สำหรับไทย ความเคลื่อนไหวนี้ควรถูกมองเป็นสัญญาณของตลาดวัตถุดิบอาหารสัตว์โลก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาข้าวโพดหน้าไร่ไทยจะลดลง

จาก 47% เหลือ 29% ใน 7 เดือน

UkrAgroConsult รายงานว่า จีนกำลังลดการใช้ข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ในปีการตลาด 2026/27 เนื่องจากภาคสุกรเผชิญภาวะขาดทุน ประกอบกับมีธัญพืชชนิดอื่นที่มีราคาถูกกว่า ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์มีแรงจูงใจในการเปลี่ยนวัตถุดิบ

บทความอ้างข้อมูล USDA FAS ว่า สัดส่วนข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ของจีนลดจาก 47% ในเดือนมกราคม เหลือ 29% ในเดือนสิงหาคม

ในทางกลับกัน มีการใช้ข้าวสาลีและข้าวทดแทนมากขึ้น

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกคือ “สัดส่วน” ของข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ลดลง ไม่ควรขยายความเป็นว่าการใช้ข้าวโพดทุกประเภทหรือความต้องการข้าวโพดทั้งหมดของจีนลดลงในสัดส่วนเดียวกัน

ปรับคาดการณ์บริโภคข้าวโพดจีนลง 1 ล้านตัน

จากความต้องการของภาคอาหารสัตว์ที่ต่ำกว่าที่คาด UkrAgroConsult ระบุโดยอ้าง USDA FAS ว่า ประมาณการบริโภคข้าวโพดของจีนถูกปรับลดลง 1 ล้านตัน เหลือ 322 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน ผลผลิตข้าวโพดจีนในปีการตลาด 2026/27 ถูกคาดการณ์ที่ 306 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 301.2 ล้านตัน ในฤดูกาลก่อน

เมื่อมองเฉพาะสองตัวเลขนี้ ภาพคือจีนมีแนวโน้มผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้น ขณะที่ประมาณการบริโภคถูกปรับลงเล็กน้อย

แต่ยังมีตัวเลขอีกด้านที่ต้องอ่านประกอบกัน

ลดใช้ในอาหารสัตว์ แต่คาดนำเข้าเพิ่มจาก 4 เป็น 6 ล้านตัน

แม้รายงานระบุถึงการลดสัดส่วนข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ แต่ประมาณการนำเข้าข้าวโพดของจีนกลับถูกคาดว่าจะฟื้นขึ้นเป็น 6 ล้านตัน จาก 4 ล้านตัน

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการอ่านตลาดข้าวโพดจีนไม่สามารถดูเฉพาะการเปลี่ยนสูตรอาหารสัตว์แล้วสรุปว่าความต้องการนำเข้าจะลดลงตามไปด้วย

ปริมาณการผลิต สต็อก ราคา ความต้องการของภาคปศุสัตว์ และนโยบายการนำเข้าล้วนมีผลต่อปริมาณข้าวโพดที่จีนจะซื้อจากต่างประเทศ

ทำไมจีนหันไปหาข้าวสาลีและข้าว

วัตถุดิบอาหารสัตว์สามารถทดแทนกันได้บางส่วน หากราคาและคุณค่าทางอาหารมีความเหมาะสมต่อสูตรอาหารสัตว์

ดังนั้น หากข้าวสาลีหรือข้าวบางประเภทมีราคาที่แข่งขันกับข้าวโพดได้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์สามารถปรับสัดส่วนวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนได้

นี่ทำให้ตลาดข้าวโพดไม่ได้แข่งขันเฉพาะกับข้าวโพดจากประเทศอื่น แต่ยังแข่งขันกับวัตถุดิบพลังงานชนิดอื่นในสูตรอาหารสัตว์ด้วย

แล้วข้าวไทยได้ประโยชน์หรือไม่

ยังสรุปไม่ได้

คำว่า “ข้าว” ที่ถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตลาดเดียวกับข้าวหอมมะลิหรือข้าวบริโภคคุณภาพสูงของไทย

การจะประเมินว่าไทยมีโอกาสหรือไม่ ต้องทราบว่าจีนใช้ข้าวประเภทใด เช่น ข้าวหักหรือข้าวคุณภาพระดับใด ราคาที่สามารถแข่งขันได้ รวมถึงแหล่งวัตถุดิบที่จีนใช้อยู่ในปัจจุบัน

จึงยังไม่ควรนำข่าวนี้ไปตีความว่า “จีนหันซื้อข้าวแทนข้าวโพด” หรือ “ข้าวไทยได้ตลาดใหม่”

แล้วเกษตรกรข้าวโพดไทยต้องกังวลหรือไม่

ความเคลื่อนไหวของจีนมีความสำคัญ เพราะจีนเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดสินค้าเกษตรโลก และการเปลี่ยนความต้องการวัตถุดิบสามารถส่งผลต่อทิศทางการค้าธัญพืชระหว่างประเทศได้

แต่ข้อมูลชุดนี้ ยังไม่สามารถใช้ฟันธงว่าราคาข้าวโพดหน้าไร่ในประเทศไทยจะลดลง

ราคาที่เกษตรกรไทยได้รับยังขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตในประเทศ ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ราคาวัตถุดิบทดแทน นโยบายนำเข้า ต้นทุนขนส่ง และปัจจัยตลาดภายในประเทศ

สิ่งที่เกษตรกรและผู้ประกอบการควรจับตาคือ หากจีนลดสัดส่วนข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์ต่อเนื่อง ขณะที่ข้าวสาลีและข้าวยังมีราคาที่แข่งขันได้ แนวโน้มดังกล่าวอาจกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อโครงสร้างความต้องการธัญพืชโลกในระยะต่อไป

จุดที่ต้องตรวจและติดตามต่อ

ตัวเลขในข่าวนี้มาจาก UkrAgroConsult ซึ่งระบุว่าอ้างข้อมูล USDA FAS โดยนาดีดียังต้องตรวจสอบกับรายงาน USDA FAS ต้นฉบับก่อนอนุมัติเผยแพร่ขั้นสุดท้าย

นอกจากนี้ต้องติดตามว่าการลดสัดส่วนข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์จีนเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นจากส่วนต่างราคา หรือจะกลายเป็นแนวโน้มต่อเนื่องในปีการตลาด 2026/27

สำหรับไทย ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ตลาดข้าวโพดโลก → ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ไทย → ราคาข้าวโพดหน้าไร่ เพราะทั้งสามระดับไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือในเวลาเดียวกัน

ตรวจข้อมูลต้นทาง UkrAgroConsult วันที่ 7 ตุลาคม 2569

ที่มา : UkrAgroConsult อ้างข้อมูล USDA Foreign Agricultural Service (USDA FAS)

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้