แชร์

อินเดียขยับเรื่องยูเรีย! CIL–HURL เซ็น MOU ศึกษาโรงงานใหม่จากถ่านหิน ไทยจับตาแผนลดพึ่งนำเข้า

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2026
260 ผู้เข้าชม

Coal India Limited (CIL) และ Hindustan Urvarak and Rasayan Ltd (HURL) ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงงานผลิตแอมโมเนียและยูเรียจากกระบวนการ coal gasification ที่พื้นที่โรงงาน HURL Sindri รัฐ Jharkhand ประเทศอินเดีย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าจับตาสำหรับตลาดปุ๋ยโลก เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ซื้อยูเรียรายสำคัญ หากสามารถเพิ่มกำลังผลิตภายในประเทศได้ในอนาคต อาจมีผลต่อความต้องการนำเข้ายูเรีย แต่สถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง MOU เพื่อศึกษาโครงการ ไม่ใช่การอนุมัติก่อสร้างโรงงานใหม่

CIL–HURL ศึกษาผลิตยูเรียจากถ่านหิน

BC Insight รายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า Coal India Limited (CIL) และ Hindustan Urvarak and Rasayan Ltd (HURL) ได้ลงนาม MOU เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงงานแอมโมเนีย–ยูเรียที่ใช้เทคโนโลยี coal gasification

โครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาจะตั้งอยู่ในพื้นที่ Sindri รัฐ Jharkhand ซึ่ง HURL มีโรงงานผลิตปุ๋ยดำเนินงานอยู่แล้ว

Coal gasification คือกระบวนการเปลี่ยนถ่านหินให้เป็นก๊าซสังเคราะห์ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตแอมโมเนีย และต่อยอดไปสู่การผลิตยูเรียได้

อย่าสับสน 3,850 ตัน/วันกับโรงงานใหม่

ตัวเลขกำลังผลิตที่ปรากฏในรายงานต้องแยกออกจากโครงการตาม MOU ให้ชัดเจน

โรงงาน HURL Sindri ที่มีอยู่เดิม มีกำลังผลิตประมาณ

แอมโมเนีย 2,200 ตันต่อวัน

และ

ยูเรีย 3,850 ตันต่อวัน

โรงงานดังกล่าวเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2023

ดังนั้น ตัวเลขยูเรีย 3,850 ตันต่อวัน ไม่ใช่กำลังผลิตของโครงการโรงงานใหม่ที่ CIL และ HURL เพิ่งลงนามศึกษา

ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุกำลังผลิตของโรงงานใหม่ที่กำลังพิจารณา

MOU ยังห่างจากการผลิตจริง

จุดที่ต้องรักษาสถานะของข่าวนี้ให้ชัดที่สุดคือคำว่า MOU

การลงนามครั้งนี้หมายถึงทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสำรวจหรือศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ

ไม่ได้หมายความว่าโครงการได้รับอนุมัติลงทุนแล้ว

และไม่ได้หมายความว่าเริ่มก่อสร้างโรงงานแล้ว

ข้อมูลต้นทางยังไม่ได้ระบุรายละเอียดสำคัญของโครงการใหม่ เช่น กำลังผลิตยูเรีย เงินลงทุน กำหนดเริ่มก่อสร้าง กำหนดแล้วเสร็จ หรือวันที่คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์

ดังนั้น จึงยังไม่สามารถนำกำลังผลิตจากโครงการนี้ไปบวกเข้ากับปริมาณยูเรียของอินเดียได้

ทำไมอินเดียต้องเพิ่มการผลิตยูเรีย

ประเด็นที่ตลาดโลกจับตาคือความพยายามของอินเดียในการเพิ่มความมั่นคงด้านปุ๋ยและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

หากโครงการใหม่สามารถผ่านขั้นตอนศึกษา ลงทุน ก่อสร้าง และผลิตได้จริง การเพิ่มกำลังผลิตยูเรียภายในประเทศอาจช่วยลดความจำเป็นในการซื้อจากตลาดต่างประเทศในอนาคต

แต่ผลดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโรงงานถูกสร้างและสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้จริงเท่านั้น

MOU วันนี้จึงยังไม่เท่ากับปริมาณยูเรียใหม่ในตลาด

เกี่ยวอะไรกับราคาปุ๋ยของเกษตรกรไทย

อินเดียมีบทบาทสำคัญในตลาดยูเรียโลกในฐานะผู้ซื้อรายใหญ่ การเปิดประมูลซื้อยูเรียของอินเดียจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดปุ๋ยระหว่างประเทศติดตาม

ในทางกลไก หากอินเดียสามารถเพิ่มการผลิตภายในประเทศได้มากจนลดความต้องการนำเข้าในอนาคต การแข่งขันซื้อยูเรียจากตลาดโลกอาจลดลง และอาจมีผลต่อสมดุลอุปสงค์–อุปทาน

แต่ผลดังกล่าว ยังไม่เกิดขึ้นจาก MOU ฉบับนี้

และแม้ในอนาคตความต้องการนำเข้าของอินเดียจะลดลง ก็ยังไม่สามารถสรุปโดยอัตโนมัติว่าราคาปุ๋ยในประเทศไทยจะลดลง

ราคาปุ๋ยไทยยังขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลก ต้นทุนพลังงาน ค่าเงินบาท ค่าระวางเรือ ประเทศต้นทางที่ไทยนำเข้า สต็อกของผู้นำเข้า และต้นทุนการกระจายสินค้าในประเทศ

ดังนั้น

อินเดียศึกษาโรงงานยูเรียใหม่ ≠ ยูเรียโลกถูกลงแล้ว

และ

ยูเรียโลกเปลี่ยนราคา ≠ ราคาหน้าร้านไทยเปลี่ยนทันที

สิ่งที่เกษตรกรไทยควรจับตาต่อ

ข่าวนี้มีความสำคัญในฐานะ “ทิศทางระยะยาว” ของหนึ่งในผู้ซื้อยูเรียรายใหญ่ของโลก มากกว่าจะเป็นสัญญาณราคาปุ๋ยระยะสั้น

สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การตัดสินใจลงทุน กำลังผลิตที่วางแผนไว้ เงินลงทุน กำหนดการก่อสร้าง และวันที่คาดว่าจะเดินเครื่องจริง

หากข้อมูลเหล่านี้เกิดขึ้น จึงจะสามารถประเมินต่อได้ว่าโรงงานใหม่มีขนาดใหญ่พอที่จะเปลี่ยนความต้องการนำเข้ายูเรียของอินเดียหรือไม่ และจะมีน้ำหนักต่อตลาดปุ๋ยโลกมากเพียงใด

สำหรับเกษตรกรไทย ยังไม่มีเหตุผลจากข่าวนี้เพียงข่าวเดียวที่จะชะลอการซื้อปุ๋ยเพื่อรอราคาลด

ข้อมูลวันที่ 7 ตุลาคม 2569

ที่มา : BC Insight

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้