แชร์

ท่วม 10 วัน! ชาวสวนมะม่วงบางคล้าหวั่นต้นตาย หากต้องปลูกใหม่รออีก 4–5 ปีกว่าจะได้เก็บ

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
32 ผู้เข้าชม

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทรา ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะสวนมะม่วงใน อ.บางคล้า ซึ่งถูกน้ำท่วมต่อเนื่องมานาน 10 วัน ชาวสวนกังวลว่าหากระดับน้ำยังไม่ลด ต้นมะม่วงอาจยืนต้นตาย และหากเสียหายจนต้องปลูกใหม่ อาจต้องรออีกประมาณ 4–5 ปีกว่าจะกลับมาเก็บผลผลิตขายได้

น้ำท่วม 10 วัน ชาวสวนต้องฝ่าน้ำเก็บมะม่วงขาย

Thai PBS News รายงานเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 ว่า ชาวสวนมะม่วงในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ต้องฝ่าน้ำที่ยังท่วมสวนเพื่อเข้าไปเก็บมะม่วงออกมาขาย แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงและได้ราคาถูก เนื่องจากต้องการรักษารายได้และลดความเสียหายของผลผลิตที่อาจเน่าเสียหากปล่อยทิ้งไว้

ขณะรายงาน สวนมะม่วงบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 10 วัน

ชาวสวนให้ข้อมูลกับ Thai PBS ว่า โดยปกติต้นมะม่วงสามารถทนน้ำแช่ได้ประมาณ 10–15 วัน และกังวลว่าหากภายในสัปดาห์นี้น้ำยังไม่ลด ต้นมะม่วงอาจเริ่มยืนต้นตาย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 10–15 วันดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำบอกเล่าของชาวสวนในพื้นที่ตามรายงานต้นทาง ไม่ควรตีความเป็นเกณฑ์ทางวิชาการสำหรับสวนมะม่วงทุกแห่ง เพราะระดับความเสียหายอาจแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ ต้นมะม่วง ดิน และระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง

หากต้นตาย ปัญหาไม่ได้จบแค่ผลผลิตรุ่นนี้

ความเสี่ยงสำคัญสำหรับเกษตรกรคือ หากต้นมะม่วงเสียหายจนไม่สามารถฟื้นตัวและต้องตัดต้นเก่าเพื่อปลูกใหม่ ชาวสวนระบุว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4–5 ปี กว่าจะมีผลผลิตกลับมาขายได้

ดังนั้น ความเสียหายที่เกษตรกรกังวลจึงไม่ได้มีเพียงมะม่วงที่กำลังเก็บเกี่ยวในขณะนี้ แต่รวมถึงรายได้ในอนาคตระหว่างรอต้นใหม่ให้ผลผลิตด้วย

มะม่วงเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรสำคัญของฉะเชิงเทรา และพื้นที่ดังกล่าวมีมะม่วงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI

ไม่ใช่แค่มะม่วง นาข้าว–บ่อกุ้งได้รับผลกระทบด้วย

รายงานของ Thai PBS ยังระบุถึงผลกระทบต่ออาชีพเกษตรอื่นในฉะเชิงเทรา ทั้งนาข้าวและการเลี้ยงกุ้ง

เจ้าของบ่อกุ้งรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า น้ำเข้าท่วมบ่อเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ส่งผลให้กุ้งที่กำลังจะจับขายเกิดอาการช็อกตายและบางส่วนไหลออกนอกบ่อ โดยเจ้าของบ่อประเมินความเสียหายของตนเองในระดับหลักล้านบาท

จุดนี้ต้องแยกสถานะข้อมูลให้ชัดเจนว่า ความเสียหายของบ่อกุ้งรายดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่กรณีต้นมะม่วงยืนต้นตายยังเป็น ความเสี่ยงที่ชาวสวนกำลังกังวล หากน้ำยังท่วมต่อเนื่อง

เกษตรกรต้องจับตาอะไรต่อ

ประเด็นสำคัญของสวนมะม่วงบางคล้าในขณะนี้คือ น้ำจะลดลงได้เร็วเพียงใด เพราะระยะเวลาที่สวนถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความเสียหายของต้นมะม่วง

หากต้นสามารถฟื้นตัวได้ เกษตรกรอาจลดความเสียหายระยะยาวลง แต่หากต้นเสียหายจนต้องปลูกใหม่ ภาระไม่ได้มีเพียงต้นทุนการฟื้นฟูสวน แต่ยังรวมถึงช่วงเวลาหลายปีก่อนที่จะกลับมามีผลผลิตและรายได้อีกครั้ง

สถานการณ์จึงควรติดตามทั้ง ระดับน้ำ ความเสียหายจริงหลังน้ำลด และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนประเมินมูลค่าความเสียหายรวมของภาคเกษตรในพื้นที่

เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ที่มา : Thai PBS News

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้