ปาล์มมาเลเซียเริ่มอ่อน! CPO สัญญา ต.ค.–ธ.ค. ลด 14–38 ริงกิต/ตัน—ไทยยังต้องดูราคาหน้าโรงสกัดแยก

ตลาดน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซียปิดอ่อนตัวลงเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยสัญญา CPO เดือนตุลาคมถึงธันวาคมลดลง 14–38 ริงกิตต่อตัน ขณะที่ราคาสปอตเดือนกันยายนภาคใต้ยังทรงตัวที่ 4,650 ริงกิตต่อตัน นักวิเคราะห์ระบุแรงกดดันจากการส่งออกที่อ่อนลง คาดการณ์ผลผลิตสูงขึ้น และความอ่อนตัวของน้ำมันถั่วเหลืองกับน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นตลาด CPO มาเลเซีย ไม่ใช่ราคาผลปาล์มสดในประเทศไทย
ข่าวตลาดวันที่ 18 กันยายน 2569
BERNAMA เผยแพร่รายงานวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 21:23 น. ว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบ หรือ CPO บน Bursa Malaysia Derivatives ปิดลดลงต่อเนื่อง
ตัวเลขสำคัญคือ
- ต.ค. 2569 ปิดที่ 4,698 ริงกิต/ตัน ลดลง 14 ริงกิต
- พ.ย. 2569 ปิดที่ 4,800 ริงกิต/ตัน ลดลง 32 ริงกิต
- ธ.ค. 2569 ปิดที่ 4,898 ริงกิต/ตัน ลดลง 38 ริงกิต
ขณะที่ราคาสปอต CPO เดือนกันยายนภาคใต้ของมาเลเซียยังอยู่ที่ 4,650 ริงกิต/ตัน ไม่เปลี่ยนแปลง
ทำไมราคาจึงอ่อนตัว
Anilkumar Bagani หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ Sunvin Group ระบุว่า ตลาดถูกกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่
- แนวโน้มผลผลิตน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้น
- การส่งออกน้ำมันปาล์มมาเลเซียที่อ่อนลง
- ความอ่อนตัวของราคาพลังงาน
- แรงขายในตลาดน้ำมันพืชและน้ำมันถั่วเหลือง
เขายังกล่าวถึงฝนใน Kalimantan ที่ช่วยลดจุดความร้อนบางส่วน ซึ่งอาจสนับสนุนการผลิตปาล์มในพื้นที่ดังกล่าว
ด้าน David Ng เทรดเดอร์ของ Iceberg X Sdn Bhd ระบุว่า ราคาน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันดิบที่อ่อนลง รวมถึงการส่งออกที่อ่อนตัว เป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อตลาด CPO
สัญญาอื่นก็ลดลงต่อ
BERNAMA ยังรายงานว่า
- ม.ค. 2570 ลดลง 45 ริงกิต เหลือ 4,983 ริงกิต/ตัน
- ก.พ. 2570 ลดลง 54 ริงกิต เหลือ 5,054 ริงกิต/ตัน
- มี.ค. 2570 ลดลง 56 ริงกิต เหลือ 5,113 ริงกิต/ตัน
พร้อมกับปริมาณการซื้อขายและสถานะคงค้างที่ลดลงจากวันก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม สำหรับข่าวนี้ จุดที่ควรโฟกัสกับเกษตรกรไทยคือสัญญาช่วงใกล้เดือน ต.ค.–ธ.ค. มากกว่า ไม่จำเป็นต้องนำตัวเลขทุกเดือนมาตีความเกินความจำเป็น
อย่าสับสน CPO มาเลเซียกับราคาผลปาล์มสดไทย
นี่คือจุดสำคัญที่สุด
ราคาที่ BERNAMA รายงานเป็น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบในมาเลเซีย
ไม่ใช่
- ราคาผลปาล์มสดหน้าโรงสกัดในไทย
- ราคารับซื้อทะลายปาล์ม
- หรือราคาน้ำมันปาล์มดิบของไทยโดยตรง
ดังนั้น การเห็น CPO มาเลเซียลดลง 14–38 ริงกิตต่อตัน ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรไทยจะถูกลดราคาผลปาล์มในสัดส่วนเดียวกันทันที
แล้วเกี่ยวอะไรกับไทย
มาเลเซียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก ราคาบน Bursa Malaysia จึงเป็นหนึ่งในตลาดอ้างอิงสำคัญของภูมิภาค
หากตลาด CPO มาเลเซียอ่อนตัวต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อบรรยากาศราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกได้
แต่ผลต่อประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับ
- ปริมาณผลผลิตปาล์มในประเทศ
- สต๊อกน้ำมันปาล์ม
- ความต้องการจากโรงกลั่นและโรงงาน
- การใช้ไบโอดีเซล
- ราคาน้ำมันพืชคู่แข่ง
- ราคาน้ำมันดิบ
- และนโยบายภายในประเทศ
จึงยังไม่มีฐานจากข่าวนี้เพียงพอให้สรุปว่า ราคาผลปาล์มไทยจะลดลงตามมาเลเซีย
บทวิเคราะห์วันที่ 19 ก.ย. ใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น
วันที่ 19 กันยายน 2569 Palm Oil Economics เผยแพร่บทวิเคราะห์ชื่อ “Palm Drifts Lower as Stocks Build and Exports Slip” โดยระบุบนหน้าเว็บว่าเป็น AI-assisted analysis และอ้างข่าว BERNAMA วันที่ 18 ก.ย. เป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูล
สำหรับข่าวนี้ นาดีดีจึงยึด ตัวเลขตลาดจาก BERNAMA เป็นหลัก และไม่นำตัวเลขอื่นจากบทวิเคราะห์ที่ยังไม่ได้ตรวจยืนยันตรงจากแหล่งต้นทางมาใช้
เกษตรกรควรจับตาอะไรต่อ
ถ้าตลาดมาเลเซียยังอ่อนตัวต่อ สิ่งที่ควรดูเพิ่มคือ
1. การส่งออกมาเลเซีย
หากอ่อนต่อเนื่อง อาจกดดันราคาตลาดได้มากขึ้น
2. ผลผลิต
ถ้าผลผลิตเพิ่มพร้อมกับอุปสงค์ชะลอ ตลาดอาจมีแรงกดดันต่อเนื่อง
3. ราคาน้ำมันถั่วเหลือง
เพราะเป็นน้ำมันพืชคู่แข่งสำคัญ
4. ราคาน้ำมันดิบ
มีผลต่อความคุ้มค่าของการใช้ปาล์มในไบโอดีเซล
5. ราคาผลปาล์มในไทยจริง
ต้องดูหน้าโรงสกัดและพื้นที่รับซื้อ ไม่ควรใช้ราคา CPO มาเลเซียแทน
สรุป
ตลาด CPO มาเลเซียวันที่ 18 กันยายน 2569 ปิดอ่อนตัว โดยสัญญาเดือน ต.ค. ลด 14 ริงกิต เหลือ 4,698 ริงกิต/ตัน พ.ย. ลด 32 ริงกิต เหลือ 4,800 ริงกิต/ตัน และ ธ.ค. ลด 38 ริงกิต เหลือ 4,898 ริงกิต/ตัน ขณะที่ราคาสปอตเดือน ก.ย. ภาคใต้ยังทรงตัวที่ 4,650 ริงกิต/ตัน
แรงกดดันหลักมาจากการส่งออกที่อ่อนลง คาดการณ์ผลผลิตสูงขึ้น และราคาน้ำมันพืชกับน้ำมันดิบที่อ่อนตัว
สำหรับเกษตรกรไทย ข่าวนี้ควรใช้เป็น ข้อมูลติดตามทิศทางตลาด CPO ต่างประเทศ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาผลปาล์มหน้าโรงสกัดไทยจะลดลงตามทันที
ที่มา : BERNAMA รายงานตลาดที่อ้างถึง
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


