เจ้าพระยายังคงระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที! กรมชลฯ มั่นใจคันกั้นน้ำ กทม.–ปริมณฑลรับไหว แต่พื้นที่เกษตรริมน้ำยังต้องเฝ้า

กรมชลประทานยืนยันยังคงระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องพื้นที่เหนือเขื่อนรองรับฝนและน้ำเหนือ ประเมินแนวคันกั้นน้ำเขตเมืองกรุงเทพฯ–ปริมณฑลยังรองรับได้ ขณะที่เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 68% และสิริกิติ์ 81% ยังมีช่องว่างรับน้ำเพิ่ม แต่พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และพื้นที่เกษตรนอกคันกั้นน้ำยังต้องเฝ้าระวัง
กรมชลประทานชี้แจงสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 หลังมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำเหนือและฝนที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนตุลาคม
ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ JICC ว่า กรมชลประทานยังคงระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เป้าหมายคือพร่องพื้นที่เหนือเขื่อน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำจากฝนและน้ำเหนือที่จะไหลเข้ามาเพิ่มเติม
2,500 ลบ.ม./วินาที ไม่ใช่การเพิ่มอัตราใหม่
สถานะของตัวเลขนี้ต้องระบุให้ชัด
กรมชลประทานใช้คำว่า “ยังคงระบายน้ำ” ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จึงไม่ควรนำไปเขียนว่า วันที่ 5 ตุลาคมกรมชลประทานเพิ่งเพิ่มการระบายขึ้นเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากไม่มีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอัตราก่อนหน้านั้นมารองรับ
เหตุผลของการรักษาอัตราระบายดังกล่าวคือการบริหารพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้สามารถรับน้ำที่จะเข้ามาเพิ่มเติมได้
กรมชลฯ มั่นใจ “คันกั้นน้ำเขตเมือง” ยังรับไหว
ดร.ธเนศร์ประเมินว่า อัตราการระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทียังอยู่ในระดับที่ระบบคันกั้นน้ำในพื้นที่เขตเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสามารถรองรับได้
จุดนี้ต้องอ่านขอบเขตของคำชี้แจงให้ชัดว่า เป็นการประเมินเกี่ยวกับ แนวป้องกันและคันกั้นน้ำในเขตเมือง
ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ทั้งหมดตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่ถูกกระทบ
พื้นที่เกษตรริมน้ำ–นอกคัน ยังต้องระวัง
พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำยังมีความเสี่ยงจากระดับน้ำที่สูงขึ้นได้
โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่อยู่ติดแม่น้ำหรืออยู่นอกระบบป้องกันน้ำท่วมของเขตเมือง ต้องติดตามทั้งระดับน้ำและประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ดังนั้นคำว่า “ไม่กระทบ กทม.–ปริมณฑล” ไม่ควรถูกนำไปตีความว่า ทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่เกษตรริมเจ้าพระยาปลอดภัยจากน้ำทั้งหมด
สิ่งที่กรมชลประทานประเมินคือความสามารถของแนวคันกั้นน้ำในเขตเมืองต่ออัตราระบายปัจจุบัน
ภูมิพลมีน้ำ 68% สิริกิติ์ 81%
สำหรับสถานการณ์เขื่อนขนาดใหญ่ตอนบน กรมชลประทานรายงานว่า
เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำประมาณ 68%
เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำประมาณ 81%
กรมชลประทานประเมินว่าเขื่อนทั้งสองแห่งยังมีช่องว่างสำหรับรองรับน้ำจากภาคเหนือเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม คำว่า “รับน้ำได้” ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ เพราะสถานการณ์ยังขึ้นอยู่กับปริมาณฝน น้ำจากลำน้ำสาขา ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน และระดับน้ำในแม่น้ำแต่ละช่วง
ลุ่มอื่นก็ต้องเตรียมรับฝน
กรมชลประทานยังติดตามสถานการณ์ในลุ่มน้ำอื่นด้วย
ลุ่มน้ำบางปะกงต้องรับน้ำจากพื้นที่ปราจีนบุรีและนครนายก ขณะที่เขื่อนขุนด่านปราการชลมีการลดการระบายน้ำลงแล้ว
ส่วนเพชรบุรีมีการเตรียมระบบสูบและพร่องน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนแก่งกระจานและระบบระบายน้ำ
พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็อยู่ในช่วงเตรียมรับฝนที่จะเพิ่มขึ้น
ฝนยังมีหลายระลอก ต้องแยกช่วงพยากรณ์
นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลแนวโน้มฝนว่า ช่วง 6–7 ตุลาคม ฝนจะเน้นพื้นที่ด้านตะวันตก
ช่วง 8–9 ตุลาคม แนวฝนเริ่มเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ และช่วง 10–13 ตุลาคม ร่องฝนมีแนวโน้มพาดผ่านบริเวณเพชรบุรี
ขณะที่กรมชลประทานมีช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์ตามข้อมูลต้นทางในวันที่ 5 และ 10–11 ตุลาคม
ข้อมูลพยากรณ์เหล่านี้เป็นแนวโน้มล่วงหน้า จึงต้องติดตามประกาศใหม่เมื่อเข้าใกล้วันจริง
เกษตรกรต้องดูมากกว่าเลขระบายเขื่อนเจ้าพระยา
สำหรับเกษตรกร การรู้ว่าเขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ
ต้องดูพร้อมกันทั้งระดับน้ำบริเวณพื้นที่ของตน ปริมาณฝนในพื้นที่ น้ำจากลำน้ำสาขา และตำแหน่งว่าแปลงเกษตรอยู่ในหรือนอกแนวป้องกันน้ำท่วม
โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำ ควรติดตามประกาศของกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้แนวคันกั้นน้ำเขตเมืองจะรองรับอัตราระบายได้ แต่พื้นที่นอกแนวป้องกันยังสามารถได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ตัวแปรสำคัญหลังจากนี้คือปริมาณฝนที่จะตกในพื้นที่ตอนบน ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ และระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
หากปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลง อัตราการระบายเขื่อนเจ้าพระยาก็อาจต้องปรับตามสถานการณ์
ดังนั้นตัวเลข 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็นสถานะตามคำชี้แจงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ไม่ควรใช้เป็นอัตราคงที่สำหรับวันต่อ ๆ ไปโดยไม่ตรวจประกาศล่าสุดอีกครั้ง
ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้ Facebook ต้นทางทีมส่ง
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


