สุริยะสั่งคุม 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม จับตา 13 อ่างใหญ่น้ำใช้การต่ำกว่า 30%—เร่ง 65 โครงการใต้
อัพเดทล่าสุด: 14 ส.ค. 2026
23 ผู้เข้าชม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง 12 จังหวัดที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตรียมเครื่องมือและบุคลากรเข้าช่วยเหลือทันทีหากสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น
กรมชลประทานโดยนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กำชับให้ทุกโครงการชลประทานเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย 24 ชั่วโมง โดยเน้นการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
จากข้อมูล ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศอยู่ที่ 44,836 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 58% ของความจุอ่างทั้งหมด ส่วนแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 13 อ่างมีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก
ในภาคใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเร้ากรมชลประทานฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักสำคัญของพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่ โดยมอบหมายให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อรองรับฤดูฝนและน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง
นอกจากคลองระบายน้ำ ร.1 แล้ว ยังมีโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารชลประทานอีก 65 โครงการใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
การฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 ที่มุ่งเน้นการป้องกัน เตรียมพร้อม ตอบสนอง และฟื้นฟู เพื่อรักษาเสถียรภาพภาคการเกษตร ลดความเสียหายและผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและประชาชน
สถานการณ์น้ำในปีนี้ถือเป็นโจทย์เร่งด่วน โดยกรมชลประทานต้องเดินหน้า 3 งานพร้อมกัน คือ การเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมเครื่องจักรและบุคลากรในพื้นที่เสี่ยง และเร่งฟื้นฟูโครงสร้างระบายน้ำ เพื่อรับมือฝนและน้ำหลากในฤดูฝนภาคใต้
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
กรมชลประทานโดยนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กำชับให้ทุกโครงการชลประทานเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย 24 ชั่วโมง โดยเน้นการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
จากข้อมูล ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศอยู่ที่ 44,836 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 58% ของความจุอ่างทั้งหมด ส่วนแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 13 อ่างมีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก
ในภาคใต้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเร้ากรมชลประทานฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักสำคัญของพื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่ โดยมอบหมายให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อรองรับฤดูฝนและน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง
นอกจากคลองระบายน้ำ ร.1 แล้ว ยังมีโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารชลประทานอีก 65 โครงการใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
การฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 ที่มุ่งเน้นการป้องกัน เตรียมพร้อม ตอบสนอง และฟื้นฟู เพื่อรักษาเสถียรภาพภาคการเกษตร ลดความเสียหายและผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและประชาชน
สถานการณ์น้ำในปีนี้ถือเป็นโจทย์เร่งด่วน โดยกรมชลประทานต้องเดินหน้า 3 งานพร้อมกัน คือ การเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมเครื่องจักรและบุคลากรในพื้นที่เสี่ยง และเร่งฟื้นฟูโครงสร้างระบายน้ำ เพื่อรับมือฝนและน้ำหลากในฤดูฝนภาคใต้
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ


