ผู้เลี้ยงยันยังไม่ขึ้นราคา น้ำท่วมกระทบฟาร์มบางพื้นที่! กรมการค้าภายในขอผู้ส่งออกลดส่งไข่ 30–50% เติมตลาดไทย—ไม่ขึ้นราคาหน้าฟาร์ม

กรมการค้าภายในประสานผู้เลี้ยงไก่ไข่ ห้างค้าส่ง–ค้าปลีก และผู้ส่งออก ปรับระบบกระจายไข่ไก่รับมืออุทกภัย หลังแหล่งผลิตบางพื้นที่โดยเฉพาะภาคตะวันออกได้รับผลกระทบ ขอความร่วมมือผู้ส่งออกลดปริมาณส่งออก 30–50% และเลื่อนแผนบางส่วน เพื่อเพิ่มไข่ในตลาดไทย ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันผลผลิตโดยรวมยังมีต่อเนื่องและราคาหน้าฟาร์มยังไม่ปรับขึ้น
น้ำท่วมกระทบแหล่งผลิตบางพื้นที่ แต่ไข่ยังมีต่อเนื่อง
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์ไข่ไก่ ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ผู้ประกอบการ และห้างค้าส่ง–ค้าปลีก
กรมการค้าภายในระบุว่า อุทกภัยส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตไข่ไก่บางพื้นที่ โดยเฉพาะ ภาคตะวันออก
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตยืนยันว่าผลผลิตไข่ไก่ยังมีอย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับการบริหารจัดการเพื่อให้ผลผลิตที่ออกในแต่ละวันเข้าสู่ตลาดโดยเร็ว
ปัญหาที่กรมฯ ให้ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่เฉพาะปริมาณผลผลิต แต่รวมถึงการทำให้ไข่ไก่สามารถเดินทางจากฟาร์มเข้าสู่ตลาดได้ต่อเนื่องในภาวะน้ำท่วม
ขอผู้ส่งออกลดส่ง 30–50%
มาตรการสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดไข่ไก่คือ กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือผู้ส่งออกให้ปรับลดปริมาณการส่งออก 30–50% และเลื่อนแผนการส่งออกบางส่วนออกไปก่อน
เป้าหมายคือเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาดภายในประเทศมากกว่าระดับความต้องการปกติในช่วงที่ระบบผลิตและการขนส่งบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ผู้ส่งออกระบุว่าพร้อมให้ความร่วมมือ
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกสถานะให้ชัดว่า มาตรการดังกล่าวเป็น “การขอความร่วมมือให้ลดและชะลอการส่งออก” ไม่ใช่ประกาศห้ามส่งออกไข่ไก่
กรมการค้าภายในยังขอให้ผู้ประกอบการแจ้งแผนส่งออกในช่วงเดือน ตุลาคมและพฤศจิกายน เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์ และระบุว่าหากจำเป็นอาจเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ห้างเพิ่มสั่งซื้อ–ปรับระบบกระจายสินค้า
อีกด้านหนึ่ง กรมการค้าภายในขอให้ห้างค้าส่งและค้าปลีก เพิ่มปริมาณการสั่งซื้อไข่ไก่ เพื่อเติมสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก พร้อมปรับระบบการกระจายและบริหารสต๊อกให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ผู้ประกอบการห้างได้ปรับระบบ เพิ่มจำนวนพนักงาน และในบางส่วนจัดพื้นที่ให้พนักงานพักอาศัย เพื่อให้การกระจายสินค้ายังดำเนินต่อได้แม้หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วม
หากผู้ประกอบการประสบปัญหาจนไม่สามารถขนส่งไข่ไก่ได้ กรมการค้าภายในระบุว่าสามารถประสานมายังกรมฯ เพื่อประสาน หน่วยขนส่งจากกองทัพ เข้าสนับสนุนการลำเลียงสินค้า
ขอขยายแม่ไก่ยืนกรงอีก 3–5 สัปดาห์
ในฝั่งการผลิต กรมการค้าภายในได้ขอให้กรมปศุสัตว์ประสานขอความร่วมมือฟาร์มไก่ไข่ ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงเพิ่มประมาณ 3–5 สัปดาห์
เป้าหมายคือรักษาปริมาณแม่ไก่ในระบบและเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ กรมฯ กำชับให้ฟาร์มจัดสรรผลผลิตเข้าสู่ช่องทางการค้าปกติและคู่ค้าเดิมเป็นลำดับแรก เพื่อเร่งเติมไข่เข้าสู่ระบบ
ราคาหน้าฟาร์มยังไม่ปรับขึ้น
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ระบุว่า แม้อุทกภัยจะกระทบการเลี้ยงไก่ไข่บางพื้นที่ แต่ภาพรวมผลผลิตยังมีตามปกติ
สำหรับ ราคาจำหน่ายต้นทาง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ระบุว่าได้ตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม และขณะนี้ ยังไม่มีการปรับเพิ่มราคา
จุดนี้ต้องแยกออกจากราคาที่ผู้บริโภคพบตามร้านค้าปลีก เพราะราคาหน้าฟาร์มและราคาขายปลีกเป็นคนละจุดในห่วงโซ่สินค้า และมีต้นทุนการขนส่ง การกระจาย และการค้าระหว่างทางแตกต่างกัน
กรมการค้าภายในตรวจร้านที่ขึ้นราคา
กรมการค้าภายในระบุว่า ในกรณีร้านค้าปลีกรายย่อยที่มีการแจ้งปรับเพิ่มราคาไข่ไก่ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าได้รับสินค้าจากแหล่งใด และมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
หากพบว่ามีการจงใจปรับราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมฯ ระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังเตรียมเดินหน้ากิจกรรม “ไทยช่วยไทย–ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายไข่ไก่จากระบบการผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง
ลดส่งออก 30–50% กระทบเกษตรกรอย่างไร?
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือผลจากการเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดในประเทศ
เมื่อผู้ส่งออกลดปริมาณส่งออก 30–50% ชั่วคราว ไข่ส่วนหนึ่งที่เดิมจะออกสู่ตลาดต่างประเทศจะถูกเก็บไว้ช่วยเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ
ในด้านผู้บริโภค มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดความเสี่ยงสินค้าขาดแคลนและช่วยรักษาการกระจายสินค้าในช่วงน้ำท่วม
แต่ในด้านเกษตรกร จำเป็นต้องติดตามว่า ปริมาณไข่ในประเทศที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อสมดุลตลาดและราคาหน้าฟาร์มในระยะถัดไปหรือไม่
จากข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม ยังไม่มีหลักฐานว่ามาตรการลดส่งออกทำให้ราคาหน้าฟาร์มลดลงแล้ว และสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยังยืนยันว่าราคาต้นทางไม่มีการปรับเพิ่ม
ดังนั้น ยังไม่ควรฟันธงว่าการลดส่งออกครั้งนี้จะทำให้ราคาไข่หน้าฟาร์มขึ้นหรือลง จนกว่าจะเห็นข้อมูลผลผลิต ความต้องการ และราคาซื้อขายในช่วงหลังมาตรการชัดเจนขึ้น
สถานะล่าสุด
ข้อมูลที่ยืนยันได้ขณะนี้คือ ผลผลิตไข่ไก่โดยรวมยังมีต่อเนื่อง แต่แหล่งผลิตบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
กรมการค้าภายในจึงใช้หลายกลไกพร้อมกัน ทั้งขอผู้ส่งออกลดส่ง 30–50% ขอห้างเพิ่มการสั่งซื้อ ขอความร่วมมือยืดระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรง 3–5 สัปดาห์ และเตรียมช่วยด้านการขนส่ง
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ ราคาหน้าฟาร์ม ปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาด และระยะเวลาที่มาตรการชะลอส่งออกจะดำเนินต่อไป เพราะทั้งสามส่วนจะเป็นตัวบอกผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรได้ชัดกว่าการดูราคาขายปลีกเพียงอย่างเดียว
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


