ข้าวโพดออกมาก เร่งชะลอของเข้าสต๊อก! พาณิชย์นครสวรรค์ตรวจ 2,050 ตัน มูลค่าเกือบ 19 ล้าน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของผู้เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพด ปีการผลิต 2569/70 ครั้งที่ 2 ในพื้นที่อำเภอตากฟ้า พบข้าวโพด 2,050 ตัน มูลค่า 18.96 ล้านบาท ครอบคลุมตั๋วสัญญาใช้เงิน 13 ล้านบาท ขณะที่ผู้ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการในจังหวัดมี 3 ราย แต่ 2 รายไม่ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
ตรวจสต๊อก 1 รายที่ตากฟ้า
วันที่ 28 กันยายน 2569 นางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ มอบหมายให้ นายสรยุทธ อินจันทึก หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกับคณะทำงานโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฝ่ายตรวจสอบสต๊อก ปีการผลิต 2569/70 ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกเป็นครั้งที่ 2
การตรวจครั้งนี้ครอบคลุมผู้เข้าร่วมโครงการ 1 รายในพื้นที่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ระบุว่า มีผู้ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3 ราย แต่มี 2 รายที่ไม่ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
ตั๋ว 13 ล้านบาท ตรวจพบข้าวโพด 2,050 ตัน
ผู้เข้าร่วมโครงการรายที่ได้รับการตรวจสอบ ยื่นตั๋วสัญญาใช้เงินรวม 13,000,000 บาท
คณะทำงานตรวจนับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในสต๊อกได้ 2,050 ตัน
คิดเป็นมูลค่ารวม 18,962,500 บาท
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ระบุว่า มูลค่าข้าวโพดในสต๊อกดังกล่าว ครอบคลุมมูลค่าตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้เข้าร่วมโครงการ
จุดนี้เป็นผลการตรวจสต๊อกตามเงื่อนไขของโครงการ ไม่ใช่มูลค่าเงินที่จ่ายให้เกษตรกรโดยตรง
ทำไมต้องเก็บข้าวโพดไว้ในสต๊อก?
โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้กลไกช่วยลดภาระดอกเบี้ยในการถือครองสต๊อกตามเงื่อนไขของโครงการ
ในเชิงตลาด การเก็บข้าวโพดบางส่วนไว้แทนการนำออกจำหน่ายพร้อมกันในช่วงที่ผลผลิตออกมาก อาจช่วยชะลอปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน
แต่ผลต่อราคาจริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณผลผลิต ความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ คุณภาพและความชื้นของข้าวโพด การนำเข้า และสถานการณ์ตลาดโดยรวม
สต๊อก 2,050 ตัน ไม่ได้แปลว่าราคาข้าวโพดขึ้นแล้ว
สำหรับชาวไร่ จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ผลการตรวจพบข้าวโพดในสต๊อก 2,050 ตัน มูลค่า 18.96 ล้านบาท เป็นข้อมูลการตรวจสอบผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ราย
ไม่ได้หมายความว่าราคาข้าวโพดหน้าไร่ในนครสวรรค์หรือพื้นที่อื่นปรับสูงขึ้นแล้ว
หากต้องการประเมินว่าโครงการช่วยชาวไร่ได้จริงแค่ไหน ต้องดูต่อทั้งปริมาณข้าวโพดที่ถูกชะลอออกจากตลาด และราคาที่เกษตรกรได้รับจริงในช่วงเดียวกัน
ราคาข้าวโพดยังแตกต่างตาม ความชื้น คุณภาพ จุดซื้อขาย ค่าขนส่ง และเงื่อนไขรับซื้อ
ชาวไร่ควรจับตาอะไรต่อ?
ข้อมูลรอบนี้ทำให้เห็นแล้วว่า ผู้เข้าร่วมที่ตรวจในอำเภอตากฟ้ามีข้าวโพดในสต๊อก 2,050 ตัน
คำถามต่อไปคือ ปริมาณดังกล่าวเมื่อเทียบกับข้าวโพดที่กำลังออกสู่ตลาดในพื้นที่มีสัดส่วนมากน้อยเพียงใด และสามารถลดแรงกดดันจากผลผลิตที่ออกพร้อมกันได้จริงหรือไม่
ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดสำหรับเกษตรกรจึงยังเป็น ราคาที่ขายได้จริง
นาดีดีชวนชาวไร่ช่วยรายงาน จังหวัด อำเภอ ราคาต่อกิโลกรัม ความชื้น จุดขาย และวันที่ขาย เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ราคาจริงในแต่ละพื้นที่
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


