แชร์

ทุเรียน 30–40 ปี โค่นทั้งราก! พายุถล่ม “ช้างข้าม” จันทบุรี หลายสวนเสียหาย เร่งสำรวจก่อนขอช่วยเหลือ

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม

พายุฝนและลมแรงพัดถล่มพื้นที่หมู่ 4 ต.ช้างข้าม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ทำต้นทุเรียนอายุ 30–40 ปีหักโค่นและถอนรากหลายสวน ชาวสวนบางรายประเมินผลผลิตสูญเสีย 2–3 ตัน มูลค่าหลายแสนบาทต่อสวน ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านลงสำรวจพบสวนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเกือบทุกสวนและกำลังรวบรวมข้อมูลรายงานอำเภอ แต่ตัวเลขผลผลิตและมูลค่าความเสียหายยังเป็นการประเมินของชาวสวน ส่วนการช่วยเหลือยังอยู่ในขั้นสำรวจและประสานหน่วยงาน

พายุถล่มสวนทุเรียน ต.ช้างข้าม

เดลินิวส์รายงานวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 10.51 น. ว่า ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 4 ต.ช้างข้าม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หลังเกิดวาตภัยและฝนตกหนักช่วงกลางดึก

ต้นทางระบุช่วงเกิดเหตุประมาณ 02.00–03.00 น. พร้อมระบุว่าเป็น “คืนที่ผ่านมา (30 ก.ย.)”

แรงลมทำให้ต้นทุเรียนขนาดใหญ่อายุประมาณ 30–40 ปี หักโค่นและบางต้นถูกถอนรากล้มลงเป็นแนวยาวในสวน

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ฝนที่ตกสะสมยังทำให้ดินมีน้ำมาก เมื่อประกอบกับแรงลมจึงเกิดความเสียหายต่อต้นทุเรียนขนาดใหญ่

บางสวนล้มไม่น้อยกว่า 12–13 ต้น

นายนิคม ทรัพย์โภคา อายุ 64 ปี และ น.ส.รัตติยา ทรัพย์โภคา ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยกับเดลินิวส์ว่า หลังออกสำรวจสวนในช่วงเช้า พบต้นทุเรียนอายุ 30–40 ปีหักโค่นจำนวนมาก

ชาวสวนระบุว่าบางสวนมีต้นทุเรียนล้ม ไม่น้อยกว่า 12–13 ต้น

พร้อมให้ข้อมูลว่าทุเรียนขนาดดังกล่าวให้ผลผลิตประมาณ 300–700 กิโลกรัมต่อต้น และประเมินว่าผลผลิตที่สูญเสียอาจรวมประมาณ 2–3 ตัน คิดเป็นมูลค่าหลายแสนบาทต่อสวน

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกสถานะตัวเลขให้ชัดว่า 2–3 ตัน และมูลค่าหลายแสนบาทต่อสวน เป็นการประเมินของเกษตรกรที่ให้ข้อมูลกับสื่อ

ยังไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายอย่างเป็นทางการที่ผ่านการสำรวจและรับรองจากหน่วยงานรัฐ

ผู้ใหญ่บ้านลงสำรวจ พบหลายสวนได้รับผลกระทบ

ต้นทางรายงานว่า ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ช้างข้าม ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของสวนทุเรียน โดยพบว่าสวนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยเกือบทุกสวน

ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสรุปข้อมูลความเสียหายเพื่อรายงานต่ออำเภอ และประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป

ข้อมูลนี้ยืนยันได้ว่ามีความเสียหายหลายสวนในพื้นที่ที่มีการสำรวจ แต่ข่าวต้นทางยังไม่มีตัวเลขสรุปว่าเสียหายทั้งหมดกี่สวน กี่ไร่ หรือกี่ต้น

ดังนั้น จึงยังไม่ควรนำคำพาดต้นทางว่า “เสียหายยกตำบล” ไปใช้เป็นข้อสรุปว่าพื้นที่สวนทุเรียนทั้ง ต.ช้างข้าม เสียหายทั้งหมด

ต้นทุเรียน 30–40 ปีเสียหาย ไม่ได้เสียแค่ผลผลิตรอบเดียว

จุดที่ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีความสำคัญต่อชาวสวน คือความเสียหายไม่ได้มีเพียงผลทุเรียนที่อยู่บนต้น แต่มีต้นทุเรียนขนาดใหญ่อายุหลายสิบปีหักโค่นและถอนราก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลต้นทางยังไม่มีการประเมินทางราชการถึงมูลค่าความเสียหายระยะยาวจากต้นทุเรียนที่สูญเสีย จึงไม่ควรกำหนดตัวเลขรายได้ในอนาคตที่ชาวสวนจะสูญเสียขึ้นมาเอง

สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือมีทั้งความเสียหายต่อต้นและผลผลิต ส่วนมูลค่ารวมต้องรอผลสำรวจต่อไป

สำรวจความเสียหาย ≠ อนุมัติเยียวยา

นายนิคมและ น.ส.รัตติยา ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบความเสียหายและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งส่วนของต้นทุเรียนและผลผลิตที่สูญเสีย

ด้านผู้นำชุมชนกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานอำเภอและประสานหน่วยงานด้านเกษตร

สถานะจึงยังอยู่ในขั้น สำรวจ–รวบรวมข้อมูล–ประสานหน่วยงาน

ข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุว่ามีการอนุมัติเงินช่วยเหลือแล้ว ไม่ได้ระบุอัตราช่วยเหลือต่อไร่หรือต่อต้น และยังไม่มีวันจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเหตุการณ์นี้

ต้องรอตัวเลข “เสียหายจริง” หลังสำรวจ

สำหรับเกษตรกรและผู้ติดตามตลาดทุเรียน ตัวเลขที่ควรรอต่อจากนี้คือจำนวนสวนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวนต้นทุเรียนที่เสียหายจริง ปริมาณผลผลิตที่สูญเสีย และผลการพิจารณาความช่วยเหลือ

เพราะตัวเลขดังกล่าวจะทำให้เห็นขนาดของเหตุการณ์ได้ชัดกว่าคำประเมินเบื้องต้น

ขณะเดียวกัน ยังเร็วเกินไปที่จะนำเหตุการณ์ในพื้นที่นี้ไปสรุปว่าจะกระทบปริมาณทุเรียนทั้งจังหวัดจันทบุรีหรือราคาทุเรียนในตลาด เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความเสียหายระดับจังหวัดรองรับ

ที่มา : เดลินิวส์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้