แชร์

น้ำท่วมบ้าน รัฐทำประกันให้! คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท/ครั้ง แต่เกษตรกรต้องรู้ “ไม่ใช่ประกันพืชผล”

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
53 ผู้เข้าชม

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มมีผลความคุ้มครองกรณีสาธารณภัยตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผย โดยมีระยะเวลาคุ้มครองถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมชีวิตและที่อยู่อาศัยจากภัย เช่น น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับความเสียหายที่อยู่อาศัยจากน้ำท่วม FAQ ศูนย์แจ้งเคลมระบุส่วนแรก 10,000 บาท และส่วนเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงไม่เกิน 90,000 บาท รวมสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน แต่ไม่ใช่ประกันพืชผล และวันเริ่มคุ้มครองไม่ใช่วันเงินเข้าบัญชี

เริ่มคุ้มครอง 00.00 น. วันที่ 1 ต.ค. 2569

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เดลินิวส์รายงานข้อมูลจาก พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยให้ประชาชน

ตามข้อมูลที่เปิดเผย ระบบเริ่มมีผลความคุ้มครองกรณีสาธารณภัยตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569

และมีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

ระบบดังกล่าวครอบคลุมประชาชนในระดับครัวเรือนประมาณ 30 ล้านครัวเรือน โดยมีความคุ้มครองทั้งชีวิตและที่อยู่อาศัยจากภัยพิบัติตามเงื่อนไข

น้ำท่วมบ้าน สูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

สำหรับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยจากน้ำท่วม ข้อมูล FAQ ของศูนย์แจ้งเคลมที่ตรวจสอบประกอบระบุความคุ้มครองออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรก 10,000 บาท

และ ส่วนเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงไม่เกิน 90,000 บาท

เมื่อรวมกันจึงมีวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

แต่คำว่า “สูงสุด 100,000 บาท” เป็นเพดานความคุ้มครอง ไม่ได้หมายความว่าบ้านทุกหลังที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะได้รับเงิน 100,000 บาทเท่ากันทั้งหมด

ส่วนความคุ้มครองเพิ่มเติมยังขึ้นอยู่กับความเสียหายจริงและเงื่อนไขการพิจารณาสินไหม

เกษตรกรต้องแยก “บ้านเสียหาย” กับ “พืชผลเสียหาย”

ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่กล่าวถึงในข่าวนี้มีความคุ้มครองเกี่ยวกับ ชีวิตและที่อยู่อาศัย ตามเงื่อนไข

ไม่ได้เป็นการประกาศประกันพืชผลทางการเกษตร

ดังนั้น วงเงินความคุ้มครองที่อยู่อาศัยจากน้ำท่วมจึงไม่ควรถูกนำไปใช้กับความเสียหายของนาข้าว ไร่อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด สวนผลไม้ ปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือผลผลิตทางการเกษตร

หากครอบครัวเกษตรกรประสบภัยแล้วมีทั้งบ้านและพื้นที่เกษตรเสียหาย จำเป็นต้องแยกตรวจสอบสิทธิของแต่ละระบบ

วันเริ่มคุ้มครอง ≠ วันแจ้งเคลม ≠ วันเงินเข้า

อีกประเด็นที่ต้องแยกสถานะให้ชัดคือเรื่อง “วันที่”

เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นเวลาเริ่มมีผลความคุ้มครองกรณีสาธารณภัยตามข้อมูลที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผย

ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนต้องแจ้งเคลมในวันที่ 1 ตุลาคม และไม่ได้หมายความว่ารัฐหรือบริษัทประกันจะโอนเงินให้ประชาชนในวันดังกล่าว

วันแจ้งเคลมจะขึ้นอยู่กับเหตุภัยและกระบวนการของผู้ได้รับความเสียหายแต่ละราย

ส่วนวันที่ได้รับค่าสินไหมยังต้องผ่านกระบวนการส่งข้อมูล เอกสาร และการพิจารณาตามเงื่อนไข

15 วัน เริ่มเมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบ

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินการจ่ายค่าสินไหม ข้อมูล FAQ ของศูนย์แจ้งเคลมที่ตรวจประกอบระบุว่า บริษัทจะดำเนินการภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับข้อมูลและเอกสารประกอบการเรียกร้องครบถ้วน

จึงต้องแยกจากวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มความคุ้มครอง

และไม่ควรนำกรอบ 15 วันไปนับจากวันที่ประชาชนโทรแจ้งเหตุครั้งแรกโดยอัตโนมัติ หากข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นยังไม่ครบถ้วน

มีความคุ้มครอง ไม่ได้หมายถึงได้เงินเต็มเพดานทุกบ้าน

สถานะที่ควรทำความเข้าใจคือ ประชาชนอยู่ภายใต้ระบบความคุ้มครองตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด แต่การได้รับค่าสินไหมจริงต้องพิจารณาจากเหตุภัย ความเสียหาย และกระบวนการเคลม

ดังนั้น ต้องแยก 3 เรื่องออกจากกัน คือ

วันที่ 1 ต.ค. 2569 = วันเริ่มความคุ้มครอง

วันที่เกิดภัยและแจ้งเคลม = ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ของแต่ละราย

วันที่ได้รับเงิน = ขึ้นอยู่กับการส่งข้อมูลและเอกสารครบ รวมถึงกระบวนการพิจารณาสินไหม

ส่วนระยะเวลาความคุ้มครองตามข้อมูลที่เดลินิวส์รายงานจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570

ข้อมูลวันคุ้มครองมาจากการเปิดเผยของรัฐบาล

รายละเอียดวันเริ่มและสิ้นสุดความคุ้มครองในข่าวนี้อ้างอิงข้อมูลที่เดลินิวส์รายงานจาก พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนรายละเอียดวงเงินน้ำท่วมและกรอบ 15 วันใช้ข้อมูล FAQ ของศูนย์แจ้งเคลมที่ตรวจสอบประกอบ

จึงไม่ควรตีความว่ารายละเอียดทั้งหมดในข่าวนี้เป็นการถอดข้อความจากกรมธรรม์ฉบับเต็ม

สำหรับผู้ประสบภัย การยื่นเคลมจริงควรตรวจสอบเงื่อนไขและเอกสารที่ระบบกำหนดสำหรับกรณีของตนอีกครั้ง

ข้อมูลเงื่อนไขการเคลมประกอบ : ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ – ศูนย์แจ้งเคลม

ที่มา : เดลินิวส์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้