“ผยง” เตือน! น้ำมันโลกทะลุ 95 ดอลลาร์ เกษตรกรเตรียมรับแรงกระแทก ต้นทุนพลังงานแพงเสี่ยงดันราคาสินค้า

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกต้นเดือนกันยายน 2569 ปรับขึ้นแตะระดับประมาณ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากประมาณ 84 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น ด้าน “ผยง ศรีวณิช” ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เตือนต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นมีโอกาสส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต ราคาสินค้า และแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ภาคเกษตรต้องจับตาทั้งค่าน้ำมัน เครื่องจักร การสูบน้ำ ขนส่ง และต้นทุนปัจจัยการผลิต
*นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)** เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรง กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงานและสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน
ข้อมูลที่ กกร.ติดตามระบุว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกช่วงต้นเดือนกันยายนปรับขึ้นแตะประมาณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากประมาณ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนกรกฎาคม
การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานสร้างความเสี่ยงต่อต้นทุนการผลิต และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีโอกาสถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและเงินเฟ้อในระยะต่อไป
น้ำมันโลกแพง เกษตรเกี่ยวตรงไหน?
ภาคเกษตรเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้พลังงานในหลายขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนปลูกจนถึงหลังเก็บเกี่ยว
เครื่องจักรเตรียมดิน รถไถ รถเกี่ยว เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และระบบขนส่งผลผลิต ล้วนมีต้นทุนด้านเชื้อเพลิงหรือพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ผลกระทบต่อเกษตรกรสามารถเกิดได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทางตรงคือค่าเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและการสูบน้ำ
ส่วนทางอ้อมคือค่าบริการเครื่องจักร ค่าขนส่งปัจจัยการผลิต และค่าขนส่งผลผลิต ซึ่งผู้ให้บริการอาจต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ค่าขนส่งอาจเป็นตัวส่งผ่านต้นทุน
สินค้าเกษตรมีการเคลื่อนย้ายจำนวนมากตลอดห่วงโซ่
ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสินค้าอื่นต้องเดินทางจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไปยังพื้นที่เกษตร
หลังเก็บเกี่ยว ผลผลิตต้องถูกขนจากแปลงไปยังลานรับซื้อ โรงงาน ตลาดกลาง ศูนย์กระจายสินค้า หรือท่าเรือ
ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจึงสามารถสร้างต้นทุนเพิ่มในหลายจุดก่อนที่สินค้าเกษตรจะถึงผู้ซื้อปลายทาง
หากผู้ประกอบการไม่สามารถรับภาระต้นทุนดังกล่าวไว้ได้ทั้งหมด ก็มีโอกาสเกิดการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ
น้ำมันแพง ไม่ได้แปลว่า “ปุ๋ยขึ้นทันที”
สำหรับเกษตรกรที่ติดตามราคาปุ๋ย การปรับขึ้นของราคาพลังงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ควรเฝ้าระวัง แต่ไม่ควรนำราคาน้ำมันมาใช้สรุปทิศทางราคาปุ๋ยโดยตรง
อุตสาหกรรมปุ๋ยมีความเชื่อมโยงกับพลังงาน โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจนที่ต้นทุนการผลิตเกี่ยวข้องอย่างมากกับก๊าซธรรมชาติ
นอกจากนี้ ราคาปุ๋ยในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับราคาปุ๋ยในตลาดโลก ค่าเงินบาท ค่าระวางเรือ ต้นทุนโลจิสติกส์ ปริมาณสต็อก และนโยบายส่งออกของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่
ดังนั้น หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงระยะสั้น ผลต่อราคาปุ๋ยอาจมีจำกัด
แต่หากเกิดวิกฤตพลังงานยืดเยื้อและกระทบทั้งราคาก๊าซ การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงต่อต้นทุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผยงเตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อ
นายผยงมองว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ต้องจับตา เพราะสามารถเพิ่มต้นทุนให้ภาคการผลิตและส่งผ่านไปยังราคาสินค้า
กกร.ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการบริหารสถานการณ์ด้านน้ำมันและการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันให้เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของระบบการผลิตและลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมไทย
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ กกร.ประเมินเศรษฐกิจไทยยังมีความแตกต่างระหว่างกลุ่มธุรกิจ โดยบางอุตสาหกรรมเติบโตจากเทคโนโลยีและการส่งออก ขณะที่ธุรกิจดั้งเดิมและ SMEs จำนวนหนึ่งยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน
เกษตรกรควรรู้ “ต้นทุนต่อไร่” ของตัวเอง
ในช่วงที่ราคาพลังงานกลับมาผันผวน สิ่งที่เกษตรกรสามารถทำได้คือทบทวนต้นทุนการผลิตของตัวเองให้ละเอียดขึ้น
ไม่ควรรู้เพียงว่าปลูกข้าว ข้าวโพด อ้อย หรือมันสำปะหลังมีต้นทุนรวมประมาณเท่าไร
แต่ควรแยกให้เห็นว่า ค่าเตรียมดิน ค่าสูบน้ำ ค่าเครื่องจักร ค่าเก็บเกี่ยว และค่าขนส่งคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของต้นทุนทั้งหมด
ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยประเมินได้ว่า หากน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 5–10% ต้นทุนต่อไร่จะเปลี่ยนแปลงประมาณเท่าไร และราคาผลผลิตขั้นต่ำที่ต้องขายเพื่อให้คุ้มทุนอยู่ที่ระดับใด
จาก 95 ดอลลาร์ ต้องจับตาว่า “อยู่นานแค่ไหน”
ราคาน้ำมันที่แตะ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นสัญญาณเตือนด้านต้นทุน แต่ผลกระทบต่อภาคเกษตรจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง
หากสถานการณ์คลี่คลายและราคาลดลงอย่างรวดเร็ว ผลกระทบต่อราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตอาจจำกัด
แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และราคาน้ำมันหรือพลังงานประเภทอื่นอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผลกระทบสามารถเดินผ่านห่วงโซ่การผลิตเข้ามาถึงภาคเกษตรมากขึ้น
สำหรับเกษตรกร สิ่งที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขราคาน้ำมันในแต่ละวัน
แต่คือทิศทางของ
*ราคาน้ำมัน + ราคาก๊าซ + ค่าขนส่ง + ราคาปุ๋ย + ค่าเครื่องจักร**
ว่ากำลังเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่
เพราะหากต้นทุนหลายตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ผลกระทบต่อกำไรต่อไร่จะชัดเจนขึ้น
คำเตือนของ “ผยง” รอบนี้จึงไม่ใช่เรื่องของธนาคารหรือภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นสัญญาณที่ภาคเกษตรควรจับตาเช่นกันว่า...
“น้ำมันโลก 95 ดอลลาร์ จะเป็นเพียงความผันผวนชั่วคราว หรือกำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ที่ต้องนำกลับมาคำนวณในทุกไร่?”
#นาดีดีดอทคอม #นาดีดีข่าวเกษตร #ข่าวเกษตร #ผยงศรีวณิช #กกร #ราคาน้ำมัน #น้ำมันโลก #น้ำมันดิบ #ต้นทุนเกษตร #ราคาปุ๋ย #ค่าขนส่ง #เกษตรกร #ชาวนา #ชาวไร่ #เงินเฟ้อ #พลังงาน


