แชร์

ทุเรียนมาเลเซียถึงจีนทางเรือใน 12 วัน! ทดลอง 2 ตันยังสด—คู่แข่งไทยกำลังแก้โจทย์ “ค่าขนส่ง”

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ย. 2026
34 ผู้เข้าชม

มาเลเซียทดลองขนส่งทุเรียนสดทางทะเลไปจีน 2 ตัน ใช้เวลา 12 วันถึงเมืองต้าเหลียน โดยใช้ตู้ควบคุมบรรยากาศช่วยชะลอการสุก ผลตรวจพบผลไม้ยังสดและอยู่ในสภาพดี หลังบริษัทใช้เวลาทดลองมาประมาณ 2 ปี ความสำคัญต่อไทยอยู่ที่ หากเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปสู่การขนส่งเชิงพาณิชย์ อาจช่วยให้มาเลเซียลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและปริมาณจากการพึ่งขนส่งทางอากาศ แต่ขณะนี้ยังเป็นเพียงการทดลอง ไม่ใช่การเปิดเส้นทางส่งออกทางเรือเต็มรูปแบบ

The Star รายงานวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า เรือบรรทุกทุเรียนที่ปลูกในมาเลเซียจำนวน 2 ตัน เดินทางถึงเมืองต้าเหลียน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 หลังใช้เวลาเดินทางทางทะเล 12 วัน

หลังเดินทางถึงจีน ตู้สินค้าถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยเปิดผลทุเรียนเพื่อตรวจสภาพ และพบว่าผลไม้ยังสดและอยู่ในสภาพดี

ใช้ตู้ CA ชะลอการสุกระหว่างเดินทาง

การทดลองครั้งล่าสุดใช้ตู้ Controlled Atmosphere หรือ CA ของ Daikin

เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้ควบคุมเฉพาะอุณหภูมิ แต่ยังควบคุมสมดุลของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ภายในตู้ เพื่อจัดการอัตราการหายใจของผลไม้ ชะลอกระบวนการสุก และช่วยรักษาความสดระหว่างการเดินทางที่ใช้เวลานาน

Datuk Anna Teo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Hernan Corp Sdn Bhd ระบุว่า การขนส่งครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งที่ 3 หลังบริษัทและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีใช้เวลาประมาณ 2 ปี ทดสอบเงื่อนไขการขนส่งและระบบห่วงโซ่ความเย็นหลายรูปแบบ

ผลจากรอบล่าสุดช่วยให้บริษัทเข้าใจเงื่อนไขและการตั้งค่าที่จำเป็น รวมถึงปรับขั้นตอนปฏิบัติงานสำหรับการขนส่งได้ดีขึ้น

ทำไมการส่งทางเรือจึงสำคัญกับมาเลเซีย?

ทุเรียนมาเลเซียมีจุดขายสำคัญคือการปล่อยให้ผลสุกบนต้นก่อนเก็บเกี่ยว แต่ลักษณะดังกล่าวทำให้ผลไม้มีความไวต่อการเสื่อมคุณภาพหลังเก็บเกี่ยว และการขนส่งระยะไกลเป็นความท้าทาย

การขนส่งสดไปจีนจึงพึ่งพาการขนส่งทางอากาศ ซึ่งรวดเร็วแต่มีต้นทุนสูงและมีข้อจำกัดด้านปริมาณ

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าการส่งทุเรียนสดมาเลเซียไปจีนทางอากาศอยู่ประมาณ 40 ตันต่อวัน ขณะที่มาเลเซียกำลังศึกษาทางเลือกอื่นเพื่อเพิ่มความสามารถในการระบายผลผลิตไปต่างประเทศ

หากการขนส่งทางทะเลสามารถรักษาคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่มากขึ้น จึงมีศักยภาพที่จะเปิดทางเลือกใหม่ด้านโลจิสติกส์

มาเลเซียกำลังเจอปัญหาผลผลิตล้น

ความพยายามหาเส้นทางขนส่งใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมทุเรียนมาเลเซียกำลังเผชิญแรงกดดันจากผลผลิตจำนวนมาก

ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า มาเลเซียผลิตทุเรียนมากกว่า 550,000 ตันต่อปี และสวนที่ลงทุนปลูกในช่วงหลายปีก่อนเริ่มเข้าสู่วัยให้ผลผลิต ส่งผลให้ปริมาณสินค้าในปี 2569 เพิ่มขึ้นมาก

ขณะเดียวกัน การส่งออกทุเรียนสดไปจีนกำลังเติบโต หลังจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียตั้งแต่ปี 2567

ข้อมูลช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ระบุว่า มาเลเซียส่งทุเรียนสดไปจีน 11,803 ตัน เพิ่มจาก 3,029 ตันในช่วงเดียวกันของปี 2568

ดังนั้นโจทย์สำคัญของมาเลเซียไม่ใช่เพียงหาตลาด แต่รวมถึงการหาวิธีขนส่งผลผลิตจำนวนมากไปถึงตลาดจีนด้วยต้นทุนและคุณภาพที่เหมาะสม

แล้วเกี่ยวอะไรกับทุเรียนไทย?

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรของไทยเคยเตือนเมื่อต้นปี 2569 ว่า การแข่งขันในตลาดทุเรียนจีนกำลังเพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ผลิตหลายราย ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

ขณะเดียวกัน ผลผลิตทุเรียนไทยปี 2569 ถูกคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1.781 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.71% จากปีก่อน ทำให้การแข่งขันด้านตลาดและการรักษาคุณภาพยิ่งมีความสำคัญ

การทดลองของมาเลเซียครั้งนี้จึงน่าสนใจตรงที่กำลังพยายามแก้ ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ของทุเรียนสุกคาต้น

หากในอนาคตสามารถขนส่งทางทะเลในปริมาณเชิงพาณิชย์ได้โดยรักษาคุณภาพสินค้า มาเลเซียอาจสามารถส่งผลผลิตเข้าสู่จีนได้มากขึ้นโดยพึ่งพาการขนส่งทางอากาศน้อยลง

นั่นจะเป็นอีกปัจจัยการแข่งขันที่ผู้ส่งออกและอุตสาหกรรมทุเรียนไทยต้องติดตาม

แต่ 2 ตันยังไม่เท่ากับ “บุกจีนทางเรือ”

สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ ผลสำเร็จของการทดลองไม่เท่ากับการเปิดเส้นทางขนส่งเชิงพาณิชย์

การทดลองครั้งล่าสุดมีทุเรียน 2 ตัน และแม้ผลไม้จะยังอยู่ในสภาพดีหลังเดินทาง 12 วัน แต่ Datuk Anna Teo ระบุเองว่ายังมีรายละเอียดที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาต่อ

The Star ไม่ได้ระบุว่าการขนส่งทางเรือรอบนี้ลดต้นทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ระบุวันเริ่มส่งเชิงพาณิชย์ และยังไม่มีตัวเลขว่าระบบดังกล่าวสามารถรองรับทุเรียนได้กี่ตันต่อเที่ยวเมื่อขยายขนาดจริง

ดังนั้นสำหรับไทย ข่าวนี้ควรอ่านในฐานะ “คู่แข่งกำลังแก้จุดอ่อนด้านโลจิสติกส์” มากกว่าการสรุปว่ามาเลเซียสามารถส่งทุเรียนทางเรือเข้าสู่จีนในระดับการค้าได้แล้ว

สิ่งที่ไทยต้องจับตาต่อ

ตัวชี้วัดสำคัญต่อจากนี้คือ มาเลเซียจะขยายจากการทดลอง 2 ตันไปสู่ปริมาณเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ ต้นทุนต่อกิโลกรัมเมื่อส่งทางเรือจริงจะเป็นเท่าไร อัตราการสูญเสียและคุณภาพหลังเดินทางยังรักษาได้หรือไม่ และผู้ซื้อจีนจะตอบรับทุเรียนที่เดินทางทางทะเลในระดับใด

หากคำตอบเหล่านี้เริ่มชัดเจน จึงจะประเมินได้ว่าการขนส่งทางทะเลจะเปลี่ยนความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนมาเลเซียในตลาดจีนมากน้อยเพียงใด

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ทุเรียนมาเลเซีย 2 ตันผ่านการทดลองเดินทางทางทะเล 12 วันถึงจีนและยังอยู่ในสภาพดี ส่วนผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดและราคาทุเรียนไทย ยังไม่เกิดขึ้นตามหลักฐานที่มี

เผยแพร่ : 22 กันยายน 2569

ที่มา : The Star

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้