แชร์

ขนผลผลิตเช็กทางก่อน! กรมทางหลวงแจ้งน้ำท่วม 256 จุด ผ่านไม่ได้ 67 จุด—โทร 1586 เช็กเส้นทาง

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
31 ผู้เข้าชม

กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วมใน 26 จังหวัด รวม 256 แห่ง และมีจุดที่การจราจรผ่านไม่ได้ 67 แห่ง เพิ่มจากรายงานช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายนที่มี 60 แห่ง สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องขนผลผลิตไปตลาด โรงสี ล้ง โรงงาน หรือจุดรับซื้อ ควรตรวจเส้นทางก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์น้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยสอบถามกรมทางหลวงได้ที่สายด่วน 1586 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กรมทางหลวงพบจุดน้ำท่วม 256 แห่ง

กรมทางหลวง โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติ รายงานสภาพการจราจรบนทางหลวงทั่วประเทศประจำวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.

พบทางหลวงถูกน้ำท่วมใน 26 จังหวัด จำนวน 256 แห่ง

ในจำนวนดังกล่าวมีจุดที่ การจราจรผ่านไม่ได้ 67 แห่ง

เมื่อเทียบกับรายงานวันที่ 28 กันยายน เวลา 17.30 น. ซึ่งพบทางหลวงถูกน้ำท่วม 256 แห่งเท่ากัน แต่ผ่านไม่ได้ 60 แห่ง จะเห็นว่าจำนวนจุดที่ผ่านไม่ได้ในรายงานวันที่ 29 กันยายนเพิ่มขึ้น 7 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นภาพสถานการณ์ ณ เวลารายงาน ไม่ใช่จำนวนถนนที่จะปิดตลอดทั้งวัน เพราะระดับน้ำและการเปิดเส้นทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ปราจีนบุรีมีจุดผ่านไม่ได้ 23 แห่ง

เมื่อดูรายชื่อพื้นที่ที่กรมทางหลวงระบุว่าผ่านไม่ได้ พบว่า ปราจีนบุรีมีจำนวนมากที่สุดในรายการ 23 แห่ง

รองลงมา ได้แก่

นนทบุรี 9 แห่ง

พระนครศรีอยุธยา 8 แห่ง

ระยอง 7 แห่ง

กรุงเทพมหานคร 6 แห่ง

ฉะเชิงเทรา 4 แห่ง

สระแก้ว 3 แห่ง

กาญจนบุรี ตาก และสระบุรี จังหวัดละ 2 แห่ง

และจันทบุรี 1 แห่ง

รวมทั้งหมด 67 แห่ง

ถนนสายหลักหลายเส้นได้รับผลกระทบ

รายงานของกรมทางหลวงมีเส้นทางสำคัญหลายสายอยู่ในรายการผ่านไม่ได้

ตัวอย่างเช่น ทางหลวงหมายเลข 304 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปราจีนบุรี

ทางหลวงหมายเลข 33 ในพื้นที่ปราจีนบุรีและสระแก้ว

ทางหลวงหมายเลข 3 ในพื้นที่จันทบุรีและระยอง

ทางหลวงหมายเลข 32 ในพระนครศรีอยุธยา

รวมถึง ทางหลวงหมายเลข 1 ในพระนครศรีอยุธยาและสระบุรี

ผู้เดินทางจึงไม่ควรประเมินจากชื่อจังหวัดเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจหมายเลขทางหลวงและช่วงกิโลเมตรที่จะใช้จริงก่อนออกเดินทาง

เกษตรกรต้องดูเส้นทางจาก “แปลงถึงจุดขาย”

สำหรับภาคเกษตร รายงานนี้ไม่ได้ระบุว่าจุดผ่านไม่ได้ทั้ง 67 แห่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตร

จึงไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปสรุปว่า การขนส่งผลผลิตเกษตรถูกตัดขาด 67 จุด

อย่างไรก็ตาม หากเส้นทางจากพื้นที่ผลิตไปยัง ตลาด โรงสี ล้ง โรงงาน จุดรวบรวม หรือจุดรับซื้อ ทับกับถนนที่ได้รับผลกระทบ การขนส่งอาจต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือใช้เวลาเพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อเกษตรกรจึงขึ้นอยู่กับว่าแปลงผลิตและตลาดปลายทางอยู่ตรงไหน ไม่ใช่เพียงจำนวนจุดน้ำท่วมทั่วประเทศ

ผลผลิตที่มีเวลาจำกัดต้องระวังเป็นพิเศษ

ผลผลิตบางประเภทสามารถรอการขนส่งได้ ขณะที่บางประเภทมีข้อจำกัดด้านความสด คุณภาพ หรือกำหนดส่งมอบ

หากต้องอ้อมเส้นทางเป็นระยะทางไกลขึ้น อาจเกิดต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าแรง และเวลาขนส่งเพิ่ม

แต่ยังไม่ควรเขียนว่า “ค่าขนส่งสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นแล้วทั่วประเทศ” เพราะรายงานกรมทางหลวงไม่ได้มีข้อมูลต้นทุนขนส่งประกอบ

สิ่งที่ยืนยันได้คือ เส้นทางบางส่วนผ่านไม่ได้ และผู้ใช้ทางต้องวางแผนเส้นทางใหม่

เช็กเส้นทางก่อนออก โทร 1586 ฟรี 24 ชั่วโมง

กรมทางหลวงระบุว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลทางหลวงได้ที่

สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง

และตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของกรมทางหลวง

สำหรับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่ต้องขนสินค้า จุดสำคัญคือ ตรวจเส้นทางในวันที่จะเดินทางจริง เพราะรายงาน 256 จุดและ 67 จุดเป็นสถานการณ์ ณ วันที่ 29 กันยายน เวลา 14.00 น. และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับน้ำ

ดังนั้น ก่อนรถบรรทุกออกจากแปลงหรือโกดัง ควรเช็กตั้งแต่ ต้นทาง–เส้นทาง–ปลายทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอยู่หน้าจุดน้ำท่วมและลดความเสี่ยงต่อผลผลิตบนรถ

ที่มา : กรมประชาสัมพันธ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้