แชร์

จีนเริ่มเก็บเกี่ยวล็อตใหญ่! เกิน 125 ล้านไร่แล้ว—ข้าวไทยจับตาผลผลิตจีนออกตลาด

อัพเดทล่าสุด: 1 ต.ค. 2026
45 ผู้เข้าชม

จีนเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูใบไม้ร่วง โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุว่า เก็บเกี่ยวธัญพืชฤดูใบไม้ร่วงทั่วประเทศแล้วมากกว่า 20% คิดเป็นพื้นที่สะสมมากกว่า 300 ล้านหมู่จีน หรือประมาณ 125 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวธัญพืชหลายชนิด ไม่ใช่ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% และไม่ใช่พื้นที่ข้าวทั้งหมด สำหรับไทย สิ่งที่ต้องติดตามคือผลผลิตจริงของจีน ราคา และความต้องการนำเข้าหลังผลผลิตใหม่ออกสู่ตลาด

จีนเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 300 ล้านหมู่

人民日报海外版 (People’s Daily Overseas Edition) ฉบับวันที่ 29 กันยายน 2569 รายงานโดยอ้างข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน ว่า การเก็บเกี่ยวธัญพืชฤดูใบไม้ร่วงของจีนทั่วประเทศผ่านระดับ 20% แล้ว

พื้นที่เก็บเกี่ยวสะสมมากกว่า 300 ล้านหมู่จีน (亩)

เมื่อแปลงหน่วยโดยประมาณ 1 หมู่จีนเท่ากับ 0.4167 ไร่ จึงคิดเป็นพื้นที่มากกว่า 125 ล้านไร่

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการนำผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงออกจากแปลง

20% คือ “เกี่ยวไปแล้ว” ไม่ใช่ “ผลผลิตเพิ่ม”

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ คำว่าเก็บเกี่ยวมากกว่า 20% หมายถึง สัดส่วนความคืบหน้าของพื้นที่เก็บเกี่ยว

ไม่ได้หมายความว่าจีนผลิตธัญพืชเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

และไม่ได้หมายความว่าผลผลิตข้าวจีนเพิ่มขึ้น 20%

ข่าวต้นทางใช้คำว่าธัญพืชฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งครอบคลุมผลผลิตหลายชนิดและหลายพื้นที่ของจีน รวมถึงข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง และพืชอื่นตามโครงสร้างการเพาะปลูกของแต่ละภูมิภาค

จึงไม่ควรนำพื้นที่กว่า 125 ล้านไร่ไปเขียนว่าเป็น “พื้นที่ข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้ว”

ฝนทำให้บางพื้นที่ต้องเร่งเก็บเกี่ยว

กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่เพื่อช่วยงานเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ที่เผชิญฝนต่อเนื่อง

รายงานระบุถึงพื้นที่ใน เหอหนาน ซานตง และอานฮุย ที่ได้รับผลจากฝน ทำให้ต้องจัดการเรื่องเครื่องจักร การระบายน้ำ และการเก็บเกี่ยวให้ทันกับสภาพอากาศ

การเก็บเกี่ยวในช่วงนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณผลผลิต แต่ยังต้องติดตามเรื่องคุณภาพของเมล็ดและความเสียหายที่อาจเกิดจากความชื้นและฝนด้วย

ทำไมชาวนาและผู้ส่งออกข้าวไทยต้องติดตาม?

จีนมีบทบาทสองด้านในตลาดข้าวโลก คือเป็นทั้งผู้ผลิตข้าวรายใหญ่และเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ

ข้าวไทยมีตลาดในจีน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีคุณลักษณะและตลาดผู้บริโภคเฉพาะ

ดังนั้น เมื่อผลผลิตฤดูใหม่ของจีนทยอยเข้าสู่ตลาด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับไทยไม่ใช่เพียงว่า “จีนเก็บเกี่ยวกี่เปอร์เซ็นต์”

แต่ต้องดูต่อว่า ผลผลิตจริงเป็นกี่ตัน คุณภาพเป็นอย่างไร ราคาข้าวในประเทศจีนเคลื่อนไหวอย่างไร สต๊อกมีเท่าไร และความต้องการนำเข้าจะเปลี่ยนหรือไม่

ผลผลิตจีนออกมาก ไม่ได้แปลว่าจีนหยุดซื้อข้าวไทย

นี่เป็นอีกจุดที่ต้องระวัง

การที่จีนเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ยังไม่ใช่หลักฐานว่าจีนจะลดการนำเข้าข้าวไทย

ตลาดข้าวไม่ได้พิจารณาเพียงปริมาณผลผลิตรวม เพราะข้าวมีหลายชนิด คุณภาพ และตลาดผู้บริโภคแตกต่างกัน

ข้าวนำเข้าบางประเภทอาจตอบโจทย์ตลาดที่แตกต่างจากข้าวที่ผลิตภายในประเทศจีน

ดังนั้น ต้องดูข้อมูลการนำเข้าจริงหลังฤดูเก็บเกี่ยวประกอบ

ข้อมูล DITP ใช้เป็นบริบท ไม่ใช่ผลของข่าวรอบนี้

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 สามารถใช้ประกอบความเข้าใจตลาดข้าวไทยในจีนได้

แต่เป็นข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนฤดูเก็บเกี่ยวครั้งนี้หลายเดือน จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นหลักฐานว่า การเก็บเกี่ยวธัญพืชของจีนในปลายเดือนกันยายนทำให้คำสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่มหรือลดแล้ว

การประเมินผลต่อไทยต้องรอข้อมูลการค้าและตลาดที่เกิดขึ้นหลังผลผลิตใหม่ของจีนเข้าสู่ตลาด

ไทยต้องจับตา “ผลผลิตจริง” มากกว่าเปอร์เซ็นต์เก็บเกี่ยว

สำหรับชาวนาไทย ตัวเลข 20% เป็นเพียงสัญญาณว่าฤดูเก็บเกี่ยวจีนกำลังเดินหน้า

ตัวเลขที่จะมีความหมายต่อตลาดมากกว่าคือ ผลผลิตรวมหลังเก็บเกี่ยว คุณภาพ ราคาในประเทศจีน และปริมาณนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ

หากผลผลิตออกมามากและคุณภาพดี อาจลดความต้องการนำเข้าบางส่วน

แต่หากสภาพอากาศสร้างความเสียหายหรือคุณภาพต่ำกว่าคาด ผลต่อการนำเข้าก็อาจแตกต่างออกไป

ดังนั้น ณ ตอนนี้ สิ่งที่ข้าวไทยควรทำคือ จับตา ไม่ใช่สรุปว่าไทยได้หรือเสียตลาดแล้ว

ที่มา : 人民日报海外版 (People’s Daily Overseas Edition)

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้