แชร์

ข้าวนำร่อง! 4 กระทรวงเปิด “ใกล้เก็บเกี่ยว” เชื่อมผลผลิต–ราคา–ตลาด ช่วยรัฐวางแผนก่อนข้าวออก

อัพเดทล่าสุด: 1 ต.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม

4 กระทรวงเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” พร้อมลงนาม MOU วันที่ 30 กันยายน 2569 หลังจากก่อนหน้านี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมเปิดตัว นำร่องสินค้าข้าว เชื่อมข้อมูลผลผลิต พื้นที่ ราคา และตลาด เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมมาตรการได้เร็วขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการเปิดระบบทำให้ราคาข้าวหรือรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นแล้ว

จาก “เตรียมเปิด” สู่เปิดตัวและลงนามแล้ว

วันที่ 30 กันยายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนกระทรวง เข้าร่วมพิธีเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” และลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) “ยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยี สู่รายได้ที่ยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

พิธีดังกล่าวมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

ความร่วมมือประกอบด้วย 4 กระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ถือเป็นพัฒนาการต่อจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่าจะเปิดตัวระบบและลงนามความร่วมมือในวันที่ 30 กันยายน 2569

“ใกล้เก็บเกี่ยว” เริ่มจากข้าว

ระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ภาครัฐสามารถมองสถานการณ์สินค้าเกษตรล่วงหน้า แทนการรอให้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วจึงเข้าแก้ปัญหา โดยเริ่มนำร่องกับ “ข้าว” ก่อนผลผลิตข้าวนาปีทยอยออกสู่ตลาด

ข้อมูลที่นำมาเชื่อมโยงประกอบด้วยหลายส่วน เช่น

- ข้อมูลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA
- ข้อมูลทะเบียนข้าวจากกรมส่งเสริมการเกษตร
- ข้อมูลราคารับซื้อข้าวเปลือกหน้าโรงสีจากกรมการค้าภายใน
- ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคข้าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
- ข้อมูลการค้าข้าวในตลาดโลกจากกรมการค้าต่างประเทศ

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อให้เห็นทั้งปริมาณและช่วงเวลาที่ผลผลิตจะออก ราคา และความต้องการของตลาด รวมถึงใช้ AI สนับสนุนการวิเคราะห์ตลาดที่มีศักยภาพ

เกี่ยวอะไรกับชาวนา?

จุดที่มีความหมายต่อเกษตรกรคือ หากภาครัฐรู้ล่วงหน้าว่า “ข้าวจะออกที่ไหน เมื่อไร และประมาณเท่าใด” พร้อมเห็นข้อมูลราคาและตลาดในช่วงเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย่อมมีเวลามากขึ้นในการเตรียมมาตรการหรือบริหารผลผลิตก่อนเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตออกมาก

แนวคิดจึงต่างจากการรอให้ราคาหรือผลผลิตเกิดปัญหาแล้วจึงเข้าจัดการภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของระบบยังต้องดูจากการนำไปใช้งานจริงว่า ข้อมูลที่ได้จะนำไปสู่การตัดสินใจและมาตรการที่เร็วและตรงพื้นที่ขึ้นเพียงใด

เปิดระบบแล้ว ≠ รายได้ชาวนาเพิ่มแล้ว

ประเด็นนี้ต้องแยกสถานะให้ชัด การเปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” และการลงนาม MOU เป็นการเริ่มต้นความร่วมมือและการใช้เครื่องมือข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานรัฐ

ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาข้าวสูงขึ้น รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น หรือเกษตรกรได้รับประโยชน์ทางการเงินแล้ว

สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ ระบบสามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้แม่นยำเพียงใด หน่วยงานรัฐนำข้อมูลไปออกมาตรการได้เร็วขึ้นจริงหรือไม่ และท้ายที่สุดมาตรการเหล่านั้นส่งผลต่อราคา ตลาด และรายได้ของเกษตรกรอย่างไร

ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้