แชร์

ส่งของขึ้นเครื่องสะดุด! สุวรรณภูมิคลังแน่น สรท.เตือนผู้ส่งออกเสี่ยงส่งไม่ทัน—สินค้าเกษตรทางอากาศต้องจับตา

อัพเดทล่าสุด: 1 ต.ค. 2026
41 ผู้เข้าชม

ปัญหาความแออัดของคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเริ่มกระทบการส่งออก หลังการบินไทยขอชะลอการนำส่งสินค้าขาออกช่วง 29 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 ขณะที่สายการบินบางส่วนประกาศงดรับสินค้าส่งออกชั่วคราว สรท.เตือนผู้ส่งออกเสี่ยงส่งมอบสินค้าไม่ทันกำหนด สำหรับภาคเกษตรต้องจับตาสินค้าที่ขนส่งทางอากาศและมีข้อจำกัดด้านเวลา แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสินค้าเกษตรหรือผลไม้ชนิดใดได้รับความเสียหายแล้ว

คลังสุวรรณภูมิแน่น กระทบการส่งออก

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ว่า ปัญหาความแออัดของพื้นที่คลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกำลังส่งผลต่อการส่งออกและห่วงโซ่การผลิต

ล่าสุดมีสายการบินที่ให้บริการขนส่งสินค้าผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบางส่วน ประกาศงดรับบรรทุกสินค้าส่งออกชั่วคราว

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกบางส่วนไม่สามารถดำเนินการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อในต่างประเทศตามแผนเดิม และมีความเสี่ยงต่อกำหนดส่งมอบสินค้า

การบินไทยขอชะลอส่งของเข้าคลัง 29 ก.ย.–3 ต.ค.

ต้นข่าวระบุว่า ฝ่ายคลังสินค้าของการบินไทยแจ้งผู้ใช้บริการให้ ชะลอการนำส่งสินค้าขาออกเข้าสู่คลัง ระหว่างวันที่ 29 กันยายน–3 ตุลาคม 2569

ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารพื้นที่คลังที่กำลังมีความแออัด

สรท.ระบุว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่มีทั้งปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นและกระบวนการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มขึ้น ส่งผลให้การหมุนเวียนสินค้าใช้เวลานานกว่าเดิม

สินค้านำเข้าบางกรณีใช้เวลานำออกถึง 7 วัน

ปัญหาความแออัดไม่ได้เกิดเฉพาะสินค้าขาออก

ต้นข่าวระบุว่า ในบางกรณีสินค้านำเข้าต้องใช้เวลาในการนำสินค้าออกจากพื้นที่นานถึง 7 วัน

หากสินค้าหมุนเวียนออกจากคลังได้ช้า พื้นที่สำหรับรองรับสินค้าชุดใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย และสามารถกลายเป็นคอขวดต่อเนื่องในระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ

สินค้าเกษตรต้องจับตา แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าเสียหายแล้ว

สำหรับภาคเกษตร จุดนี้ต้องใช้ข้อมูลอย่างระมัดระวัง

ข่าวต้นทาง ไม่ได้แยกว่าสินค้าที่ได้รับผลกระทบเป็นสินค้าเกษตรกี่ตัน ผลไม้ชนิดใด หรือมีความเสียหายมูลค่าเท่าไร

ดังนั้น ยังไม่ควรเขียนว่า “ผลไม้ไทยเสียหายจากคลังสุวรรณภูมิแล้ว”

อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรบางประเภทที่ส่งออกทางอากาศมีข้อจำกัดด้านเวลาและอายุสินค้า หากเกิดความล่าช้าในการรับสินค้า การจัดเที่ยวบิน หรือการส่งมอบ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพและต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

ผลกระทบดังกล่าวจะส่งถึงเกษตรกรหรือไม่และมากเพียงใด ต้องดูต่อว่าสินค้าชนิดใดใช้เส้นทางนี้ ปริมาณเท่าไร และผู้ส่งออกสามารถเปลี่ยนเที่ยวบินหรือช่องทางขนส่งได้หรือไม่

สรท.เสนอแก้คอขวดระยะยาว

สรท.เสนอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ

ข้อเสนอรวมถึงการเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า การจัดระบบ Off-site Screening หรือการตรวจสอบสินค้านอกพื้นที่สนามบิน การขยายระบบผู้ส่งสินค้าที่ได้รับการรับรอง และการเร่งพัฒนาระบบ National Cargo Community System (NCCS)

เป้าหมายคือช่วยลดขั้นตอนและคอขวดในการนำสินค้าเข้าสู่ระบบขนส่งทางอากาศ

ช่วง 29 ก.ย.–3 ต.ค. ผู้ส่งสินค้าเกษตรควรเช็กก่อนเข้าคลัง

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องส่งสินค้าเกษตรหรืออาหารทางอากาศในช่วงนี้ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบสถานะการรับสินค้าของสายการบินและผู้ให้บริการคลังก่อนนำสินค้าเข้าสู่สุวรรณภูมิ

โดยเฉพาะสินค้าที่มีอายุจำกัดหรือมีเงื่อนไขส่งมอบตรงเวลา เพราะความล่าช้าเพียงไม่กี่วันอาจมีผลแตกต่างจากสินค้าทั่วไป

สิ่งที่นาดีดีต้องติดตามต่อคือ มีสินค้าเกษตรชนิดใดได้รับผลกระทบจริง ปริมาณเท่าไร และความแออัดคลี่คลายตามกรอบวันที่ 3 ตุลาคมหรือไม่

หากยังไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ไม่ควรนำปัญหาการส่งออกโดยรวมไปสรุปเป็นความเสียหายของภาคเกษตรทั้งหมด

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้