แชร์

น้ำท่วมยังไม่ทันจบ แล้งจ่อรอต่อ! สทนช.เตือนเอลนีโญปลายปี—เกษตรกรต้องวางแผนน้ำข้ามฤดู

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
43 ผู้เข้าชม

แม้ปลายเดือนกันยายนหลายพื้นที่ของไทยยังรับมือสถานการณ์น้ำท่วม แต่ความเสี่ยงด้านน้ำในช่วงถัดไปกำลังเปลี่ยนทิศ สทนช.เคยเตือนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมว่า El Niño มีแนวโน้มทวีความรุนแรงช่วงปลายปี 2569 และอาจลากยาวเข้าสู่ปี 2570 ขณะที่ข้อมูล ENSO ล่าสุดเดือนกันยายนจาก NOAA และ IRI ยังคงสนับสนุนแนวโน้ม El Niño ระดับรุนแรง สำหรับเกษตรกร ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการระบายน้ำในวันนี้ แต่ต้องจับตาน้ำต้นทุนและแผนเพาะปลูกสำหรับฤดูแล้งถัดไปด้วย

ข่าวต้นทางเป็นข้อมูล 28 ก.ค. ไม่ใช่คำเตือนใหม่ 30 ก.ย.

ข่าวของกรุงเทพธุรกิจเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.40 น.

จึงต้องระบุให้ชัดว่า ข้อมูลคำเตือนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ในข่าวต้นทางไม่ใช่คำเตือนที่เพิ่งออกวันที่ 30 กันยายน

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจข้อมูล ENSO ล่าสุดในเดือนกันยายน พบว่าแนวโน้มหลักของคำเตือนเดิมยังมีน้ำหนักและไม่ได้ถูกหักล้างด้วยสถานการณ์ใหม่

สทนช.เคยเตือน El Niño อาจแรงกว่าปี 2558

ข่าวต้นทางระบุว่า นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ

ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำเสนอในที่ประชุมขณะนั้นประเมินว่า ช่วง ตุลาคม–ธันวาคม 2569 El Niño มีโอกาสพัฒนาเป็นระดับแรงมาก และอาจรุนแรงกว่าสถานการณ์ El Niño ในปี 2558

ความเสี่ยงสำคัญคือพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยอาจเผชิญ ฝนทิ้งช่วง

และแม้ El Niño จะอ่อนกำลังลงในเวลาต่อมา ผลกระทบอาจต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2570

เดือนกันยายน El Niño ยังแรงขึ้นต่อ

เมื่อตรวจข้อมูลที่ใหม่กว่าข่าวต้นทาง พบว่าสัญญาณ El Niño ยังมีความชัดเจน

Climate Prediction Center ของ NOAA ออก El Niño Advisory เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 และระบุว่า El Niño กำลังทวีความรุนแรง

NOAA ประเมินว่ามีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเกิด El Niño ระดับแรงมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ 2026/27

ข้อมูลกลางเดือนกันยายนจาก International Research Institute for Climate and Society หรือ IRI ก็ระบุว่า แบบจำลองส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า El Niño จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องเข้าสู่ต้นปี 2570

ดังนั้น แม้ข่าว สทนช.วันที่ 28 กรกฎาคมจะเป็นข่าวเก่า แต่ประเด็นเรื่อง El Niño ปลายปี ยังมีข้อมูลใหม่สนับสนุนให้ติดตามต่อ

น้ำท่วมวันนี้ ไม่ได้แปลว่าน้ำจะเหลือใช้ฤดูแล้งมาก

นี่คือประเด็นที่สำคัญสำหรับเกษตรกร

สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงฤดูฝนกับปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งเป็นคนละเรื่องกัน

น้ำจำนวนมากอาจไหลผ่านพื้นที่และต้องระบายออกเพื่อป้องกันความเสียหาย แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำทั้งหมดสามารถกักเก็บไว้ใช้ในการเกษตรภายหลังได้

ดังนั้น แม้บางพื้นที่กำลังเผชิญน้ำท่วมในปลายเดือนกันยายน เกษตรกรยังต้องติดตามว่าหลังสิ้นสุดฤดูฝน อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่ของตนเองเหลือน้ำใช้การเท่าใด

น้ำใน 4 เขื่อนหลักดีกว่าปี 2558 แต่ไม่ได้แปลว่าใช้ได้ไม่จำกัด

ข้อมูลที่ สทนช.เปิดเผยในข่าวเดือนกรกฎาคมประเมินว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปริมาณน้ำใช้การใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อาจอยู่ที่ประมาณ 12,105 ล้านลูกบาศก์เมตร

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าปริมาณน้ำใช้การวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งอยู่ที่ 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร

จึงไม่ควรตีความคำว่า “El Niño อาจแรงกว่าปี 2558” ว่า ประเทศไทยจะมีน้ำในเขื่อนน้อยกว่าปี 2558 ด้วยโดยอัตโนมัติ

ความรุนแรงของปรากฏการณ์อากาศกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนเป็นคนละตัวแปร

เกษตรกรนอกเขตชลประทานต้องระวังมากกว่า

สทนช.เคยขอให้เกษตรกรติดตามข้อมูลของหน่วยงานรัฐและวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน

พื้นที่เหล่านี้พึ่งพาฝนโดยตรงมากกว่า หากเกิดฝนทิ้งช่วงยาว ความเสี่ยงต่อพืชจึงอาจสูงกว่าพื้นที่ที่มีระบบชลประทานรองรับ

แต่ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรทั่วประเทศต้องหยุดปลูกพืชหรือเปลี่ยนพืชทันที

การตัดสินใจต้องดูข้อมูลน้ำในพื้นที่ ช่วงปลูก อายุพืช แหล่งน้ำสำรอง และประกาศจัดสรรน้ำของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

จากนี้ต้องจับตา 3 ตัวเลข

สำหรับเกษตรกร ข้อมูลที่ควรติดตามในช่วงเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูแล้งมีอย่างน้อย 3 เรื่อง

หนึ่ง — ปริมาณน้ำใช้การในอ่างหลังสิ้นฤดูฝน

สอง — แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ของแต่ละลุ่มน้ำ

สาม — ปริมาณฝนจริงและพัฒนาการของ El Niño ช่วงตุลาคม–ธันวาคม

เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยตอบได้ดีกว่าคำว่า “El Niño มาแล้ว” ว่า เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ควรปลูกอะไร ปลูกได้มากน้อยเพียงใด และมีน้ำสำรองพอถึงช่วงเก็บเกี่ยวหรือไม่

สถานการณ์ปลายเดือนกันยายนจึงมีภาพที่ดูย้อนแย้งแต่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ คือ บางพื้นที่ยังต้องเร่งระบายน้ำ ขณะที่ประเทศต้องคิดเรื่องกักน้ำสำหรับฤดูแล้งถัดไปแล้ว

ข้อมูลประกอบสถานการณ์ล่าสุด : NOAA Climate Prediction Center / International Research Institute for Climate and Society (IRI)

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้