แชร์

จับตาต้นทุนปุ๋ยไทย "ล็อตใหม่" ยูเรียโลกขยับขึ้น ตะวันออกกลางส่งของสะดุด—ล็อตเก่ายังพอมีเกษตรกรเร่งวางแผนการใช้

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2026
36 ผู้เข้าชม

ตลาดยูเรียโลกยังมีแรงกดดันด้านราคาและอุปทาน โดย Australian Fertilizer Corporation (AFC) ระบุถึงผลจากความไม่แน่นอนในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่อการไหลของสินค้าจากตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดฟอสเฟตและโพแทชมีปัจจัยแตกต่างกัน สำหรับไทย สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณต้นทุนที่ต้องจับตา แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าราคาปุ๋ยหน้าร้านในประเทศปรับขึ้นแล้ว

ยูเรียจีนเม็ดเล็ก 370 ดอลลาร์ เม็ดใหญ่ 440–450 ดอลลาร์/ตัน

AFC รายงานภาพตลาดปุ๋ยโลกสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 กันยายน 2026

Stein Haugan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Australian Fertilizer Corporation (AFC) ให้ข้อมูลถึงความเคลื่อนไหวของตลาดปุ๋ยโลก โดยในส่วนของยูเรีย รายงานระบุราคาตลาดสำคัญดังนี้

China Prilled Urea
ประมาณ 370 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน FOB

China Granular Urea
ประมาณ 440–450 ดอลลาร์/ตัน FOB

Brunei Granular Urea
ประมาณ 460 ดอลลาร์/ตัน FOB

Brazil Granular Urea
ประมาณ 500 ดอลลาร์/ตัน CFR

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าราคายูเรียแตกต่างกันตามแหล่งผลิต ชนิดสินค้า ตลาดปลายทาง และเงื่อนไขการส่งมอบ จึงไม่ควรนำตัวเลขจากแต่ละตลาดมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ดูรายละเอียดประกอบ

FOB กับ CFR ไม่ใช่ราคาปุ๋ยหน้าร้านไทย

FOB (Free on Board) เป็นเงื่อนไขราคาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ส่งขึ้นเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง

ขณะที่ CFR (Cost and Freight) รวมต้นทุนสินค้าและค่าระวางขนส่งไปถึงท่าเรือปลายทางตามเงื่อนไขการค้า

ดังนั้น ตัวเลข 370–500 ดอลลาร์ต่อตันในรายงานนี้ ไม่ใช่ราคาที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาหารเป็นราคาปุ๋ย 46-0-0 ต่อกระสอบได้โดยตรง

ราคาปุ๋ยในไทยยังมีองค์ประกอบอื่น เช่น อัตราแลกเปลี่ยน ค่าขนส่ง ต้นทุนนำเข้า สต๊อกเดิม และต้นทุนการกระจายสินค้าภายในประเทศ

ฟอสเฟต: MAP บราซิล 830–850 ดอลลาร์ DAP อินเดีย 895–910 ดอลลาร์

ในตลาดปุ๋ยฟอสเฟต รายงาน AFC ระบุว่า

Brazil MAP อยู่ที่ 830–850 ดอลลาร์/ตัน CFR

ส่วน India DAP อยู่ที่ 895–910 ดอลลาร์/ตัน CFR

MAP และ DAP เป็นปุ๋ยฟอสเฟตคนละชนิด จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเปรียบเทียบเสมือนเป็นสินค้าชนิดเดียวกันโดยตรง

โพแทชยังถูกกดดัน

สำหรับโพแทช หรือ MOP รายงานระบุว่า ตลาดยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสินค้าคงคลังสูง อุปทานที่เพียงพอ และแนวโน้มความต้องการซื้อจากจีน

ราคาที่รายงาน ได้แก่

Brazil MOP
360–375 ดอลลาร์/ตัน CFR

Southeast Asia Standard MOP
380–420 ดอลลาร์/ตัน CFR

Southeast Asia Granular MOP
410–430 ดอลลาร์/ตัน CFR

จุดนี้สะท้อนว่าตลาดปุ๋ยแต่ละกลุ่มไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน จึงไม่ควรสรุปจากการเคลื่อนไหวของยูเรียว่า “ปุ๋ยทุกชนิดกำลังขึ้นราคา”

แล้วปุ๋ยไทยกระสอบต่อไปจะแพงขึ้นไหม?

สำหรับเกษตรกรไทย ยูเรียเป็นหนึ่งในตัวที่ควรติดตาม เพราะหากราคาตลาดต่างประเทศสูงต่อเนื่อง และอุปทานจากแหล่งผลิตสำคัญเผชิญข้อจำกัดเป็นเวลานาน ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนนำเข้า

แต่กลไกดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ราคาตลาดโลกขึ้นแล้วราคาปุ๋ยหน้าร้านไทยจะต้องขึ้นทันที

ราคาที่เกษตรกรไทยจ่ายจริงยังขึ้นอยู่กับ ค่าเงินบาท ค่าระวางเรือ สต๊อกสินค้าที่มีอยู่ ต้นทุนของผู้นำเข้าและผู้ค้า รวมถึงการแข่งขันในตลาดภายในประเทศ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจึงมีสองชั้น คือ ราคายูเรียตลาดโลกในสัปดาห์ถัดไป และ ราคาปุ๋ย 46-0-0 หน้าร้านในประเทศไทย

หากตลาดโลกยืนสูงต่อเนื่องพร้อมกับราคานำเข้าไทยขยับขึ้น จึงจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าแรงกดดันจากต่างประเทศเริ่มส่งผ่านมาถึงต้นทุนของเกษตรกรไทยมากน้อยเพียงใด

ที่มา : Australian Fertilizer Corporation (AFC)

เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้