น้ำท่วมไร่มันบุรีรัมย์ เกษตรกรบ้านกรวดเร่งถอนกว่า 10 ไร่ก่อนอายุเก็บเกี่ยว

ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ส่งผลให้น้ำท่วมขังพื้นที่เกษตร โดยที่อำเภอบ้านกรวด เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังรายหนึ่งต้องเร่งถอนผลผลิตจากพื้นที่กว่า 10 ไร่ แม้มันบางส่วนยังไม่ถึงอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่หัวมันจะเน่าเสียจากน้ำท่วมขัง
น้ำเข้าไร่ ต้องถอนมันก่อนกำหนด
วันที่ 27 กันยายน 2569 บ้านเมืองรายงานว่า ฝนตกต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังแปลงเกษตร
หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ นายชาตรี จะคำรัมย์ อายุ 60 ปี เกษตรกรบ้านสายโท 8 ใต้ หมู่ 9 ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด ซึ่งต้องเร่งถอนมันสำปะหลังออกจากแปลงพื้นที่กว่า 10 ไร่ หลังน้ำเข้าท่วมขัง
นายชาตรีให้ข้อมูลว่า มันสำปะหลังบางส่วนยังไม่ถึงอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม แต่จำเป็นต้องถอนออกเพื่อนำไปจำหน่ายก่อน เพราะกังวลว่าหากปล่อยไว้ในพื้นที่น้ำท่วมขัง หัวมันอาจเน่าเสียได้
ลานมันในพื้นที่ประมาณ 3.40 บาท/กก. แต่ไม่ใช่ราคาทั้งจังหวัด
นายชาตรียังให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ลานมันในพื้นที่รับซื้ออยู่ที่ประมาณ 3.40 บาทต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 3,400 บาทต่อตัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาที่เกษตรกรรายนี้รายงานจากจุดรับซื้อในพื้นที่ ข่าวต้นทางไม่ได้ระบุชื่อจุดรับซื้อ เกรด เชื้อแป้ง หรือเงื่อนไขการรับซื้อ จึงไม่ควรนำไปใช้เป็นตัวแทนราคามันสำปะหลังทั้งจังหวัดบุรีรัมย์หรือทั้งประเทศ
ปภ.บุรีรัมย์ รายงานพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ
บ้านเมืองอ้างข้อมูลจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ว่า สถานการณ์อุทกภัยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 อำเภอ 16 ตำบล 131 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,123 ครัวเรือน 3,924 คน
สำหรับภาคเกษตร รายงานระบุว่า
- นาข้าวได้รับผลกระทบ 7,015 ไร่
- พืชไร่ได้รับผลกระทบ 2,045 ไร่
- พืชสวนได้รับผลกระทบ 211 ไร่
ต้องแยกให้ชัดว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็น พื้นที่ “ได้รับผลกระทบ” จากอุทกภัย ไม่ใช่การยืนยันว่าพืชผลในพื้นที่ทั้งหมดเสียหายแล้ว
เกษตรกรต้องจับตาอะไรต่อ
กรณีที่บ้านกรวดสะท้อนความเสี่ยงโดยตรงของเกษตรกรเมื่อเกิดน้ำท่วมขังในแปลงมันสำปะหลัง เพราะบางรายอาจต้องเก็บเกี่ยวก่อนถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือสถานการณ์ฝนและระดับน้ำในพื้นที่ รวมถึงผลการสำรวจความเสียหายทางการเกษตรของหน่วยงานภาครัฐ เพราะ “พื้นที่ได้รับผลกระทบ” ยังไม่เท่ากับ “พื้นที่เสียหายที่ผ่านการรับรองเพื่อขอรับความช่วยเหลือ”
เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศและการสำรวจของหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อไม่ให้พลาดขั้นตอนหรือสิทธิช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ที่มา : บ้านเมือง
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


