เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ จะเปลี่ยนไปไหม? เกษตรกรจี้รัฐถอน UPOV 1991 ก่อน FTA ไทย–EU เปิดโต๊ะ 28 ก.ย.

เครือข่ายเกษตรกรเดินขบวนยื่นหนังสือถึงกระทรวงเกษตรฯ คัดค้านข้อผูกพัน UPOV 1991 ในการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป ห่วงกระทบสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์และต้นทุน ขณะที่รัฐบาลยืนยันไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วม ประเด็นสำคัญกำลังเข้าสู่การเจรจารอบที่ 10 วันที่ 28 ก.ย.–6 ต.ค. 2569 ที่ภูเก็ต
เกิดอะไรขึ้นวันที่ 23 กันยายน?
วันที่ 23 ก.ย. 2569 เครือข่ายเกษตรกรจากทั่วประเทศมากกว่า 100 คน เดินขบวนจากลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการนำข้อผูกพันตามอนุสัญญา UPOV 1991 เข้ามาในการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป
ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงนี้ เนื่องจากการเจรจา FTA ไทย–EU รอบที่ 10 มีกำหนดระหว่าง 28 กันยายน–6 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต
ฝ่ายเกษตรกรกังวลอะไร?
ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ระบุว่า ฝ่ายเครือข่ายไม่ยอมรับข้อเสนอของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ UPOV 1991 โดยกังวลว่าหากไทยต้องปรับ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว อาจกระทบสิทธิในการเก็บรักษาและนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อ ต้นทุนการผลิต และเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมายแก่เกษตรกรรายย่อย
ข้อกังวลอีกประเด็นคือ ต้นทุนเมล็ดพันธุ์อาจเพิ่มขึ้น 2–6 เท่าในระยะยาว ซึ่งปรากฏในข้อมูลและการศึกษาที่ภาคประชาสังคมนำมาใช้อ้างประกอบการคัดค้าน UPOV 1991
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าว ไม่ใช่ราคาที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ควรตีความว่าเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดในประเทศไทยจะขึ้นราคา 2–6 เท่าหากมี UPOV 1991
UPOV 1991 ห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดจริงหรือ?
ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัด
UPOV 1991 เป็นระบบคุ้มครองสิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ โดยการขยายพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองเพื่อการค้าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ
แต่ UPOV 1991 ยังเปิดช่องให้ประเทศสมาชิกกำหนดข้อยกเว้น เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตจาก พันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ที่ปลูกในพื้นที่ของตน กลับมาใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ของตนได้ ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสมและต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของเจ้าของสิทธิ รายละเอียดจึงขึ้นอยู่กับกฎหมายที่แต่ละประเทศนำไปใช้
ดังนั้น การพูดว่า “UPOV 1991 ทำให้เกษตรกรไทยเก็บเมล็ดพันธุ์ไม่ได้ทั้งหมด” จึงกว้างเกินหลักฐาน
รัฐบาลว่าอย่างไร?
สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับหนังสือจากเครือข่าย พร้อมระบุว่าภาครัฐพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการใดที่ทำให้ประชาชนเสียเปรียบหรือถูกเอาเปรียบจากข้อกำหนดใหม่
สิ่งสำคัญคือ ณ วันที่ 23 กันยายน 2569 ไทยยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม UPOV 1991 หรือไม่
ดังนั้นข่าวนี้ยังอยู่ในสถานะ “ข้อเรียกร้องของเครือข่ายเกษตรกร + กระบวนการเจรจาที่ยังไม่สิ้นสุด” ไม่ใช่มติว่าประเทศไทยรับ UPOV 1991 แล้ว
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเกษตรกร?
ถ้าการเจรจาในอนาคตนำไปสู่การปรับระบบคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยจริง สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่เพียงคำว่า “เข้า UPOV หรือไม่เข้า” แต่ต้องดูรายละเอียดว่า พันธุ์พืชใดอยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครอง เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อได้ในกรณีใด มีข้อยกเว้นสำหรับเกษตรกรรายย่อยอย่างไร และต้นทุนเมล็ดพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่
นี่ต่างหากคือรายละเอียดที่จะบอกได้ว่าเกษตรกรไทยได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด
ต้องจับตา 28 ก.ย.–6 ต.ค.
จุดต่อไปที่ต้องติดตามคือ การเจรจา FTA ไทย–EU รอบที่ 10 ที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 28 กันยายน–6 ตุลาคม 2569 และโดยเฉพาะท่าทีของฝ่ายไทยต่อข้อผูกพันด้านการคุ้มครองพันธุ์พืช
นาดีดีจะต้องแยกให้ชัดในข่าวต่อไปว่า สิ่งใดเป็น ข้อเสนอของ EU — ท่าทีของไทย — ข้อกังวลของเกษตรกร — และสิ่งใดตกลงกันแล้วจริง เพราะขณะนี้กระบวนการเจรจายังไม่จบ
ที่มา : Thai PBS News
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


