UPOV 1991 ร้อนถึง UN! ผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนส่งหนังสือถึงไทย-EU ห่วงผลต่อ “สิทธิในอาหาร” ขณะ FTA ยังเจรจา

ประเด็น UPOV 1991 ในการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป มีความเคลื่อนไหวใหม่ หลังฐานข้อมูล UN Special Procedures ของ OHCHR บันทึกหนังสือลงวันที่ 21 กันยายน 2569 ส่งถึงทั้งประเทศไทยและคณะผู้แทนถาวรของ EU เกี่ยวกับผลที่อาจเกิดจากข้อเสนอ UPOV 1991 ต่อพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในอาหาร ขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันว่า FTA ไทย–EU ยังเจรจา และ UPOV 1991 ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย
ประเด็นสิทธิในพันธุ์พืชภายใต้ UPOV 1991 ที่กำลังถูกจับตามองในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป หรือ FTA ไทย–EU มีพัฒนาการใหม่ในระดับระหว่างประเทศ
ฐานข้อมูล Special Procedures Communications ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ OHCHR บันทึกหนังสือลงวันที่ 21 กันยายน 2569 จำนวน 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและสหภาพยุโรป
ฉบับแรกคือ JOL THA 6/2026 ส่งถึงประเทศไทย
อีกฉบับคือ JOL OTH 81/2026 ส่งถึงคณะผู้แทนถาวรของสหภาพยุโรป
สาระที่ปรากฏในทะเบียนของ OHCHR เกี่ยวข้องกับผลที่อาจเกิดจากข้อเสนอเรื่อง UPOV 1991 ใน FTA ไทย–EU ต่อพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ สิทธิในอาหาร
หนังสือมาจากกลไกไหนของ UN?
จุดนี้ต้องแยกให้ชัด เพราะมีความแตกต่างระหว่างคำว่า “UN” ในภาพกว้าง กับสถานะของหนังสือฉบับนี้
การสื่อสารดังกล่าวอยู่ภายใต้กลไก UN Special Procedures ซึ่งเป็นกลไกผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสิทธิมนุษยชนตามอาณัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ทะเบียนของ OHCHR เชื่อมโยงหนังสือครั้งนี้กับอาณัติด้าน
สิทธิในอาหาร
สิทธิในการพัฒนา
สิทธิของชาวนาและบุคคลอื่นที่ทำงานในชนบท
และ ความยากจน
ดังนั้นสถานะที่ถูกต้องคือ ผู้เชี่ยวชาญภายใต้กลไก UN Special Procedures ส่งหนังสือเกี่ยวกับข้อกังวลดังกล่าว
ไม่ใช่การลงมติของ “องค์การสหประชาชาติทั้งองค์กร”
ทำไม UPOV 1991 ถึงเชื่อมกับ “สิทธิในอาหาร”?
UPOV 1991 เป็นกรอบระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งกำหนดสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ และมีรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตสิทธิและข้อยกเว้นในการใช้ส่วนขยายพันธุ์
สำหรับเกษตรกร เรื่องพันธุ์พืชไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงทรัพย์สินทางปัญญา แต่เชื่อมโยงกับ การเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิต การเก็บส่วนขยายพันธุ์กลับมาใช้ และความหลากหลายทางชีวภาพ
จึงเป็นเหตุผลที่ประเด็น UPOV 1991 ถูกนำมาพิจารณาในมิติของสิทธิของชาวนาและสิทธิในอาหารด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นจริงกับเกษตรกรไทยจะขึ้นอยู่กับ ข้อความสุดท้ายของการเจรจาและกฎหมายภายในประเทศไทย ไม่ควรสรุปผลล่วงหน้าจากข้อเสนอที่ยังอยู่ระหว่างเจรจา
UN “สั่งถอน UPOV 1991” แล้วหรือยัง?
จากข้อมูลทะเบียน OHCHR ที่ตรวจยืนยันได้ ยังไม่ควรเขียนเช่นนั้น
สิ่งที่ยืนยันได้คือ มีหนังสือจากผู้เชี่ยวชาญภายใต้กลไก UN Special Procedures ถึงทั้งประเทศไทยและฝ่าย EU เกี่ยวกับผลที่อาจเกิดขึ้นจากข้อเสนอ UPOV 1991 ต่อพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในอาหาร
จึงไม่ควรยกระดับข้อมูลดังกล่าวเป็นว่า UN ทั้งองค์กรมีมติหรือมีคำสั่งให้ EU ถอน UPOV 1991 ออกจาก FTA ไทย–EU
สถานะของข้อเสนอและข้อเรียกร้องโดยละเอียดควรยึดจากหนังสือฉบับเต็ม
แล้วไทยตกลง UPOV 1991 ไปแล้วหรือยัง?
คำตอบ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 คือ ยัง
รัฐบาลไทยระบุว่า การเจรจา FTA ไทย–EU ยังไม่ได้ข้อยุติ และข้อเสนอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่ใช่ข้อตกลงที่ประเทศไทยยอมรับแล้ว
รัฐบาลยืนยันด้วยว่า แม้ฝ่าย EU จะเสนอให้แต่ละฝ่ายคุ้มครองสิทธิในพันธุ์พืชตาม UPOV 1991 แต่เอกสารดังกล่าวเป็น ข้อเสนอของ EU ที่ใช้เป็นฐานในการเจรจา ไม่ใช่ข้อความสุดท้ายที่ไทยและ EU ตกลงร่วมกันแล้ว
ดังนั้นการระบุว่า “ประเทศไทยตกลงเข้า UPOV 1991 แล้ว” ยังไม่ตรงกับสถานะการเจรจาในปัจจุบัน
แล้วตอนนี้เกษตรกรยังเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้หรือไม่?
ต้องพิจารณาตามกฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
รัฐบาลระบุว่า ประเทศไทยยังใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งมาตรา 33 มีข้อยกเว้นให้เกษตรกรใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตเพื่อเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ต่อได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ดังนั้นการกล่าวว่า วันนี้เกษตรกรไทยห้ามเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อทั้งหมดแล้ว จึงไม่ถูกต้อง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ไม่ได้ยืนยันล่วงหน้าว่า หากผลการเจรจาในอนาคตเกี่ยวข้องกับ UPOV 1991 แล้วสิทธิของเกษตรกรจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพราะรายละเอียดต้องดูผลการเจรจาขั้นสุดท้ายและกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง
FTA ไม่ได้ทำให้กฎหมายไทยเปลี่ยนทันที
อีกเรื่องที่ต้องแยกคือ ข้อตกลงทางการค้ากับกฎหมายภายในประเทศ
รัฐบาลชี้แจงว่า การเจรจา FTA ไม่ได้ทำให้กฎหมายไทยเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ
หากความตกลงสุดท้ายมีข้อผูกพันที่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนด และหากจำเป็นต้องแก้กฎหมายภายใน ต้องผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ณ ตอนนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพียงเพราะมีข้อเสนอ UPOV 1991 อยู่บนโต๊ะเจรจา
เกษตรกรต้องจับตาอะไรต่อ?
พัฒนาการจาก UN Special Procedures ทำให้ประเด็น UPOV 1991 ไม่ได้ถูกตั้งคำถามเฉพาะในมิติการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา แต่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาในมิติ สิทธิในอาหารและสิทธิของชาวนา ด้วย
แต่จุดชี้ขาดสำหรับเกษตรกรไทยยังอยู่ข้างหน้า
สิ่งที่ต้องติดตามคือ ข้อความสุดท้ายของ FTA ไทย–EU
ต้องดูว่า UPOV 1991 จะอยู่ในข้อตกลงหรือไม่ อยู่ในรูปแบบใด มีข้อยกเว้นอย่างไร และหากต้องแก้กฎหมายไทย สิทธิของเกษตรกรในการใช้ส่วนขยายพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงตรงไหน
สถานะ ณ ขณะนี้จึงสรุปได้ว่า
UN Special Procedures = ส่งหนังสือแสดงข้อกังวลแล้ว
FTA ไทย–EU = ยังอยู่ระหว่างเจรจา
UPOV 1991 = ยังไม่ใช่ข้อยุติของประเทศไทย
กฎหมายไทยปัจจุบัน = ยังไม่ได้เปลี่ยนจากการเจรจาครั้งนี้
เรื่องนี้จึงยังต้องติดตามต่อ เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่กระแสในโซเชียล แต่อยู่ที่ ข้อความที่ไทยและ EU ตกลงกันจริง และกฎหมายไทยที่จะตามมาหากมีการเปลี่ยนแปลง
เอกสาร UN : 21 กันยายน 2569
ฐานข้อมูล UN Special Procedures – OHCHR
รัฐบาลไทยชี้แจงสถานะ FTA ไทย–EU และ UPOV 1991
ที่มา : OHCHR
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


