จีนรับทุเรียนไทยผ่านแดนทะลุ 1 ล้านตัน! “อารดา” เปิดยอด 7 เดือน 1.25 แสนล้าน—ตลาดใหญ่ แต่ไทยอย่าหยุดหาผู้ซื้อใหม่

กรมการค้าต่างประเทศเปิดตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนเดือนกรกฎาคม 2569 พบการส่งออกทุเรียนสดผ่านแดนไปจีนเดือนเดียว 211,058 ตัน มูลค่า 22,100 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสะสม 7 เดือนแรกทะลุ 1 ล้านตัน อยู่ที่ 1,005,267 ตัน มูลค่า 124,658 ล้านบาท สะท้อนจีนยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ของทุเรียนไทย แต่ตัวเลขส่งออกสูงไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าสวนจะสูงตามโดยอัตโนมัติ ขณะที่ไทยยังต้องกระจายตลาดและรักษาคุณภาพเพื่อรับการแข่งขันในระยะยาว
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ถึงสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยประจำเดือนกรกฎาคม 2569
ข้อมูลระบุว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมีมูลค่า 212,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แบ่งเป็นการส่งออก 124,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.5% และการนำเข้า 87,398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าในเดือนกรกฎาคม 37,518 ล้านบาท
ทุเรียนผ่านแดนไปจีน 7 เดือนทะลุ 1 ล้านตัน
หนึ่งในสินค้าสำคัญของการค้าผ่านแดนคือ “ทุเรียนสด”
เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนสดผ่านแดนไปจีนจำนวน 211,058 ตัน คิดเป็นมูลค่า 22,100 ล้านบาท
เมื่อรวม 7 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณสะสมเพิ่มเป็น
1,005,267 ตัน
สร้างมูลค่าการส่งออก
124,658 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าจีนยังคงเป็นตลาดปลายทางที่มีความสำคัญอย่างมากต่อทุเรียนไทย
ต้องแยก “การค้าชายแดน” กับ “การค้าผ่านแดน”
ตัวเลขในข่าวชุดนี้มีหลายประเภท จึงต้องแยกความหมายให้ชัด
การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศในเดือนกรกฎาคม มีมูลค่า 81,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8%
ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามมีมูลค่า 131,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3%
เฉพาะการค้าผ่านแดนกับจีนมีมูลค่าสูงที่สุดที่ 72,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6%
ดังนั้น ตัวเลข “+22.8%” ไม่ใช่อัตราการเพิ่มขึ้นของการส่งออกทุเรียน แต่เป็นการขยายตัวของมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านในเดือนกรกฎาคม
1 ล้านตันนี้ ไม่ใช่ยอดส่งออกทุเรียนไทยทั้งหมด
อีกจุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ ตัวเลข 1,005,267 ตัน เป็นสถิติ “การส่งออกทุเรียนสดผ่านแดนไปจีน” ตามฐานข้อมูลการค้าชายแดนและผ่านแดนของกรมการค้าต่างประเทศ
ไม่ใช่ยอดส่งออกทุเรียนไทยทั้งหมดผ่านทุกช่องทาง
กระทรวงพาณิชย์มีฐานข้อมูลการส่งออกอีกชุดที่เคยรายงานยอดทุเรียนไทยไปจีนรวม ซึ่งมีขอบเขตการนับแตกต่างกัน
จึงไม่ควรนำตัวเลขจากคนละฐานมาบวกหรือเปรียบเทียบโดยไม่อธิบายเงื่อนไข
มูลค่าเฉลี่ย 104 บาท/กก. ไม่ใช่ราคาหน้าสวน
หากนำมูลค่าทุเรียนที่ส่งออกผ่านแดนไปจีนในเดือนกรกฎาคม 22,100 ล้านบาท หารด้วยปริมาณ 211,058 ตัน จะได้มูลค่าเฉลี่ยทางสถิติประมาณ 104.7 บาทต่อกิโลกรัม
แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ราคาที่ชาวสวนได้รับ
มูลค่าส่งออกเป็นมูลค่าของสินค้าที่อยู่ในขั้นการส่งออก ซึ่งผ่านกระบวนการต่างๆ หลังออกจากสวนแล้ว ทั้งการคัดคุณภาพ บรรจุ รวบรวม ขนส่ง และการจัดการด้านโลจิสติกส์
ดังนั้น การนำมูลค่าเฉลี่ยส่งออก 104.7 บาทต่อกิโลกรัมไปเปรียบเทียบกับราคาหน้าสวนโดยตรงจะทำให้เข้าใจผิด
ส่งออกมาก ไม่ได้แปลว่าราคาหน้าสวนต้องสูง
ยอดส่งออกมากกว่า 1 ล้านตันเป็นสัญญาณว่าตลาดจีนยังรองรับทุเรียนไทยในปริมาณสูง
แต่ราคาที่เกษตรกรได้รับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
ทั้งช่วงเวลาที่ผลผลิตออกสู่ตลาด คุณภาพและเกรด ปริมาณผลผลิตในแต่ละช่วง ความต้องการของผู้ซื้อ ต้นทุนล้งและโลจิสติกส์ ตลอดจนการแข่งขันในตลาดปลายทาง
หากผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก แม้ยอดส่งออกรวมทั้งปีจะสูง ราคาหน้าสวนในบางช่วงก็สามารถถูกกดดันได้
ในทางกลับกัน ผลผลิตคุณภาพสูงที่ตรงกับความต้องการของตลาดสามารถมีช่องทางและระดับราคาแตกต่างจากสินค้าเกรดอื่น
จึงไม่ควรใช้ยอดส่งออกเพียงตัวเลขเดียวสรุปสถานการณ์รายได้ของชาวสวนทั้งหมด
จีนยังใหญ่ แต่ไทยต้องกระจายความเสี่ยง
ข้อมูล 7 เดือนแรกแสดงให้เห็นชัดว่าจีนมีความสำคัญต่อทุเรียนไทยมากเพียงใด
ข้อดีของตลาดขนาดใหญ่คือสามารถรองรับผลผลิตจำนวนมากจากประเทศไทย
แต่การพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งสูงก็สร้างความเสี่ยงเช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงกฎนำเข้า มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย การตรวจสารตกค้าง ปัญหาด่านหรือโลจิสติกส์ รวมถึงการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตอื่น สามารถส่งผลต่อการส่งออกและย้อนกลับมาถึงราคาที่เกษตรกรได้รับ
ดังนั้น การรักษาตลาดจีนเดิมและการขยายไปยังเมืองหรือมณฑลใหม่ภายในจีนควรเดินพร้อมกับการเปิดตลาดประเทศอื่น
จาก 1 ล้านตัน ต้องถามต่อว่า “รายได้ถึงสวนแค่ไหน?”
สำหรับชาวสวน ตัวเลขส่งออก 1,005,267 ตัน และมูลค่า 124,658 ล้านบาทเป็นภาพรวมที่สะท้อนขนาดตลาด
แต่การวัดผลทางเศรษฐกิจของภาคทุเรียนควรมองต่อไปถึงราคาหน้าสวน ต้นทุนการผลิต รายได้สุทธิ และสัดส่วนผลผลิตที่สามารถผ่านมาตรฐานส่งออก
เพราะการส่งออกที่เติบโตจะสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรได้จริง ก็ต่อเมื่อห่วงโซ่ตั้งแต่สวน ล้ง ผู้ส่งออก โลจิสติกส์ ไปจนถึงผู้ซื้อปลายทางสามารถแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขทะลุ 1 ล้านตันจึงเป็นข่าวดีด้านตลาด
แต่ก็เป็นเครื่องเตือนว่าไทยต้องรักษาทั้ง คุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลายของตลาด
หลังจากนี้ สิ่งที่ชาวสวนควรจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่าไทยจะส่งออกทุเรียนได้อีกกี่ตัน
แต่คือ...
“ตลาดที่โตขึ้น สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นราคาที่คุ้มต้นทุนและรายได้ที่มั่นคงของชาวสวนได้มากน้อยเพียงใด?”
เพราะปลายทางของความสำเร็จด้านการส่งออก ไม่ควรจบที่ตัวเลขหน้าด่าน
แต่ควรเดินกลับไปถึงรายได้ของคนที่ผลิตทุเรียนอยู่ต้นทางด้วย
ที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
เรียบเรียงโดย นาดีดี.คอม


